แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ -กรองใจท้ายเล่ม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ -กรองใจท้ายเล่ม แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553


กรองใจท้ายเล่ม

เดือนธันวาคมมาเยือนพร้อมลมหนาวเหมือนเช่นทุกปี ปีนี้ย่อมต่างไปจากอดีตไม่มากก็น้อย แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปจากคนไทยทุกคนที่รักประเทศไทยคือ การจงรักภักดีต่อองค์ในหลวงของเรา โดยเฉพาะปีนี้พระองค์ทรงประชวรค่อนข้างนาน แต่พสกนิกรชาวไทยจากทั่วประเทศก็ได้ส่งกำลังใจ ขอพรสิ่งศักด์สิทธิ์ ขอให้พระองค์ทรงหายประชวรและขอให้มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง อยู่เป็นมิ่งขวัญ เป็นศูนย์รวมดวงใจชาวไทยทั่วประเทศตลอดนานเท่านาน ก็คงเป็นที่ประจักษ์ของคนไทยทุกคนว่า
ในหลวงของเราท่านทรงงาน เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรชาวไทยทั้งประเทศ ทุกศาสนา ท่านก็ทรงโปรดให้อยู่อย่างมีความสุข น้ำพระทัยอันเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาต่อชาวไทย นั้นยิ่งใหญ่นัก มีเรื่องราวที่น่าประทับใจของพระองค์ท่านที่พวกเราอาจจะไม่เคยทราบมาก่อน ฉบับนี้จึงขอนำเรื่องดีๆที่เมื่ออ่านแล้วพวกเราคงปลื้มปิติ ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านมากยิ่งขึ้น และน่าจะเป็นสิ่งที่พวกเราจะนำมาปรับใช้ในชีวิตของเราหลายๆด้านได้

เรื่อง "เดิมพันของเรา" ครั้งหนึ่ง เมื่อมรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้กราบบังคมทูลถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า "เคยทรงเหนื่อย ทรงท้อบ้างหรือไม่ ” ครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสตอบว่า “ความจริงมันน่าท้อถอยหรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านคือเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ” (ข้อมูลจาก ไทยรัฐ ฉบับ 5 ธ.ค.32 ) จากเรื่องนี้ เราคงต้องย้อนมาดูตัวเราว่า พวกเราเป็นข้าราชการในพระองค์ พวกเราก็ต้องไม่ท้อ ท้อไม่ได้เช่นกัน ขอให้ทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด เดิมพันของเราน่าจะเป็นสุขภาพและความสุขของประชาชนที่เราต้องดูแลเช่นกัน ?

เรื่อง “ฉันทนได้” ปี 2528 พระทนต์องค์หนึ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หักเฉียดโพรงประสาทฟัน พระทนต์องค์นั้นต้องการการถวายการรักษาเร่งด่วน แต่ขณะนั้นกรุงเทพฯ ก็กำลังประสบปัญหาอุทกภัย ต้องการการบรรเทาทุกข์เร่งด่วนเช่นกัน เมื่อทันตแพทย์เข้ามาถวายการรักษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งถามว่า "จะใช้เวลานานเท่าใด" ทันตแพทย์กราบบังคมทูลว่า “อาจต้องใช้เวลา 1-2 ชม. ” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า " ขอรอไว้ก่อนนะ ฉันทนได้ วันนี้ขอไปดูราษฏรและช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมก่อน" จากเรื่องนี้ จะเห็นว่าพระองค์ยอมทนเจ็บปวดคนเดียวเพื่อไม่ให้ราษฎรของพระองค์หลายคนหลายครอบครัวต้องเดือดร้อนจากน้ำท่วม ทรงมีน้ำพระทัยประเสริฐยิ่งนัก

เรื่อง "พระมหากษัตริย์" เมื่อมีผู้สื่อข่าว BBC ขอพระราชทานสัมภาษณ์เพื่อประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Soul of Nation ในปี 2522 โดยได้กราบบังคมทูลถามถึง พระราชทัศนะเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ไทย พระองค์ได้พระราชทานคำตอบว่า "การที่จะอธิบายว่า พระมหากษัตริย์ คืออะไรนั้น ดูเป็นปัญหาที่ยากพอสมควร โดยเฉพาะในกรณีของข้าพเจ้า ซึ่งถูกเรียกโดยคนทั่วไปว่า พระมหากษัตริย์ แต่โดยหน้าที่ ที่แท้จริงแล้วดูจะห่างไกลจากหน้าที่ที่พระมหากษัตริย์ที่เคยรู้จักหรือเข้าใจกันมาแต่ก่อน หน้าที่ของข้าพเจ้าในปัจจุบันนั้นก็คือ ทำอะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์ ถ้าถามว่า ข้าพเจ้ามีแผนการอะไรบ้างในอนาคต คำตอบก็คือไม่มี เราไม่ทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เราก็จะเลือกทำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เพียงพอแล้วสำหรับเรา ”

นี่เป็นเรื่องราวดีๆเพียงเล็กน้อยที่ผู้มีโอกาสถวายงานพระองค์นำมาเล่าให้ทราบกัน พระราชกรณียกิจที่ทรงทำให้ประชาชนคนไทยนั้นมากมายมหาศาล สมกับที่พระองค์ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ ที่ทรงตรัสไว้ในวันที่ขึ้นครองราชย์ว่า “เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ประชาชนชาวไทยทุกคนให้ความเคารพรักและเทิดทูน เพราะพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมาตลอดตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์จนถึงปัจจุบัน สมควรอย่างยิ่งที่ประชาชนอย่างเราจะเอาแบบอย่างที่ดี ไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อประโยชน์สุขของชาติและประชาชน พวกเราชาวทันตสาธารณสุขภูธร จึงขอพระราชทานวโรกาสถวายพระพรชัยมงคล ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงพร้อมกันอภิบาลรักษาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการพระประชวร ทรงพระเกษมสำราญ และ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เทอญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ทพญ.บานเย็น ศิริสกุลเวโรจน์ ประธานชมรมทันตสาธารณสุขภูธร พร้อมด้วยสมาชิกทุกคน

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 : กรองใจท้ายเล่ม

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 (อังกฤษ: 2009 new-strain influenza) หรือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอชวันเอ็นวัน (อังกฤษ: influenza A (H1N1)) ไข้หวัดใหญ่จากสุกร (อังกฤษ: swine-origin influenza) ก็เรียก ได้ระบาดตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา โดยเริ่มปรากฏครั้งแรกในนครเม็กซิโกซิตีกับส่วนอื่นๆ ของประเทศเม็กซิโก (ช่วงแรกจึงเรียกว่า ไข้หวัดเม็กซิโก) และในพื้นที่อีกหลายส่วนของสหรัฐอเมริกา

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดครั้งนี้มีอาการเสมือนโรคไข้หวัดใหญ่รุนแรง ซึ่งผู้ป่วยบางรายในประเทศเม็กซิโกยังเป็นโรคเสมือนปอดอักเสบอีกด้วยพบได้ในภาวะก่อนจะเสียชีวิตไม่นาน แต่จากการนำตัวอย่างเชื้อไปวิเคราะห์ในห้องตรวจสอบและแยกสายพันธุ์เชื้อไวรัสนั้นได้พบการเปลี่ยนแปลงของสารชีวะ ดีเอ็นเอภายในโดยปรากฏว่าสายพันธุ์ดังกล่าวมีวิวัฒนาการบางส่วนมาจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ ชนิดเอ หรือ "เอชวันเอ็นวัน" (อังกฤษ: H1N1) บางส่วนมาจากไข้หวัดใหญ่ในสัตว์ปีก หรือ "เอชไฟฟ์เอ็นวัน" (อังกฤษ: H5N1) หรือที่เรียก "ไข้หวัดนก" และบางส่วนมาจากไข้หวัดใหญ่สุกร

เนื่องจากสายพันธุ์ใหม่นี้สามารถส่งผ่านระหว่างมนุษย์สู่มนุษย์ และส่งผลให้มียอดการตายของผู้ป่วยในประเทศเม็กซิโกสูงมาก องค์การอนามัยโลก และศูนย์ควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (อังกฤษ: U.S. Centers for Disease Control) จึงร่วมกันแสดงความกังวลว่าสถานการณ์ครั้งนี้อาจเลวร้ายลงจนกลายเป็น "ภาวะระบาดทั่วของไข้หวัดใหญ่" (อังกฤษ: influenza pandemic) ได้ ในวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2552 องค์การอนามัยโลกจึงประกาศกำหนดอย่างเป็นทางการว่า การระบาดของไข้หวัดใหญ่สุกรสายพันธุ์ใหม่ครั้งนี้เป็น "สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ" นอกจากนี้ หน่วยงานด้านสาธารณสุขของรัฐบาลทั่วโลก ได้พร้อมใจกันแสดงความกังวลและเฝ้าติดตามการระบาดครั้งนี้อย่างใกล้ชิด

 ภาวะเสี่ยงในการติดต่อ
ในสภาวะปัจจุบันนั้น มีโอกาสที่ไวรัสสามารถติดต่อจากคนสู่คนสูงมากและเริ่มมีการระบาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่อัตราเสี่ยงจากการรับประทานเนื้อสุกรและอาหารที่ประกอบจากเนื้อสุกรนั้นไม่มีโอกาสเลย หากป่วยหรือมีอาการคล้ายไข้หวัด ควรสวมหน้ากากอนามัยและหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชนหรือสถานที่แออัด และพบแพทย์เพื่อได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ประชาชนทั่วไปควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผัก ผลไม้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า ล้างมือบ่อยๆ เพื่อรักษาความสะอาด

 อาการและการสังเกตุ
อาการป่วยของผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์เม็กซิโกนั้น จะไม่แตกต่างจากผู้ที่ป่วยด้วยโรคไข้หวัดทั่วๆ ไป ลักษณะของผู้ป่วยจะคล้ายกับเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก ต้องนำมาแยกเชื้อดูในห้องปฏิบัติการ เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีการแพร่ติดต่อเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนโดยทั่วไป เชื้อที่อยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอหรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด หรือติดจากมือ และสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก และตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อสุกร (เนื้อหมู)

 การรักษา
องค์การอนามัยโลกออกมาเตือนว่าการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่นั้นยังไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสนี้ได้ เพราะวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังไม่สามารถต้านเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้ในขณะนี้ แต่จากผลการทดสอบในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่สามารถรักษาได้ด้วยยาทามิฟลู และยารีเลนซาเป็นยาต้านไวรัสที่สามารถต้านไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้ในขณะนี้ แต่ต้องรับยาภายใน 48 ชั่วโมง เพราะมีโอกาสที่เชื้อไวรัสจะกลายพันธุ์ได้อีกในอนาคต

 ระดับการระบาด
ระดับการระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในปัจจุบันอยู่ในระดับ 6 (ระบาดทั่วโลก) และ 76 ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ จำนวนรวมกว่า 35,928 คน (ข้อมูลจากจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ณ วันที่ 23/06/52) ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเกือบ 1,000 รายทั่วประเทศ

คุณหมอบานเย็น ศิริกุลเวโรจน์ ประธานชมรมทันตสาธารณสุขภูธร ติดภารกิจสำคัญในงานควบคุมการระบาดของโรคชิคุนกุนยา และ โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กองบรรณาธิการจึงนำสาระน่ารู้มาฝากทุกท่าน รอวันท่านประธานว่างเขียนบทความให้ทันตภูธรค่ะ

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

กรองใจท้ายเล่ม



“ ดอกไม้ ดอกไม้ จะบาน บริสุทธิ์ กล้าหาญ จะบานในใจ สีขาว หนุ่มสาวจะใฝ่ แน่วแน่แก้ไข ส่องไฟศรัทรา เรียนรู้ต่อสู้มายา ก้าวไปข้างหน้า เข้าหามวลชน ชีวิตอุทิศยอมตน ฝ่าความสับสนเพื่อผลประชา ”

เป็นส่วนหนึ่งของบทเพลงที่พวกเราสมัยเป็นนักศึกษาได้ร้องกัน ซึ่งมีความหมายกินใจ ไม่ทราบว่าพวกเราได้พิจารณาเนื้อหากันอย่างจริงๆจังๆหรือไม่ วันนี้น้องใหม่ทั้งทันตแพทย์ และทันตาภิบาล กำลังจะจบการศึกษามาทำงานรับใช้ประชาชนชน ชมรมทันตสาธารณสุขภูธร จึงขอแสดงความยินดีและขอต้อนรับน้องใหม่ทุกคนที่จะได้มาทำงานอันทรงเกียรติอย่างเต็มตัว พี่ก็ขอฝากข้อคิดดีๆ ที่เขียนโดย อาจารย์หมอประเวศ วะสี (ราษฎร อาวุโส) ซึ่งตัดมาส่วนหนึ่งจากบทความที่ชื่อว่า ศักดิ์ศรีของแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข ท่ามกลางพายุอธรรม ดังนี้

“ ศักดิ์ศรีและคุณค่าแห่งความเป็นคน คือ สิ่งสำคัญที่สุดของมนุษย์ ศักดิ์ศรี อยู่ที่การทำสิ่งที่ถูกต้อง คุณค่า อยู่ที่ การมีหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขอยู่ในขุมทองแห่งความดีและปัญญา นั่นคืออยู่กับความเจ็บ ความตายของเพื่อนมนุษย์ อันเป็นความทุกข์เหลือหลายและความพยายามแก้ทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ ควรจะช่วยหล่อหลอมให้ แพทย์และบุคลากรสาธารณสุข ตั้งอยู่ในความดีและมีปัญญา การทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ เป็นความงาม

การทำสิ่งที่ถูกต้อง คือ เกียรติ แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขต้องเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความดี ที่เมื่ออยู่ ณ แห่งใดเป็นเหตุ ให้ความดีงอกงามโดยรอบ ความเจ็บป่วยเกิดจากความไม่ถูกต้องอาจจะเป็นความไม่ถูกต้องทางกาย ทางจิต ทางสิ่งแวดล้อม หรือทางสังคม การเยียวยาความเจ็บไข้ได้ป่วย จึงต้องทำทั้งทางกาย ทางจิต ทางสิ่งแวดล้อม และทางสังคม เมื่อสังคมป่วยและโลกป่วย การเยียวยาความป่วยของเพื่อนมนุษย์จะนำไปสู่การเยียวยาความป่วยของโลก (Heal the World) ด้วย ”

ท้ายที่สุดนี้ ขอให้น้องใหม่ทุกคน ประสบความสำเร็จการศึกษาทุกคน และ ได้พื้นที่ปฏิบัติงานสมดั่งใจหวัง และทำงานอย่างมีความสุขด้วยค่ะ

ด้วยความปรารถนาดี

ทพญ.บานเย็น ศิริสกุลเวโรจน์
ประธานชมรมทันตสาธารณสุขภูธร
และพี่ๆ ชาวทันตภูธรทุกคน


หมายเหตุ “ราษฎรอาวุโส ” : เป็นภาษาข่าวของหนังสือพิมพ์ที่ตั้งขึ้น มิได้จำกัดว่ามีใครบ้าง แต่ภาพโดยรวมของราษฎรอาวุโส คือ บุคคลที่มีบทบาทวิพากษ์วิจารณ์ ชี้แนวทางการบริหารบ้านเมืองอันชอบธรรมต่อประชาชนให้แก่ผู้มีอำนาจ มองย้อนไปในอดีต ได้แก่ ศ.เสน่ห์ จามริก , ศ.นพ.ประเวศ วะสี และ ศ.ระพี สาคริก เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551

กรองใจท้ายเล่ม




เดือนธันวาคมถึงมาอีกครา ภาคเหนือและอีสานของไทยก็เข้าสู่ฤดูหนาว อากาศเย็นสบาย ถึงหนาวมากแต่ละพื้นที่ ดารดาษไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวที่บานสะพรั่ง แลดูสดใส สวยงาม สร้างความสดชื่น ความสุข และ มีชีวิตชีวา แก่ผู้ไปเยี่ยมชมท่องเที่ยว ส่วนภาคใต้ก็หนาวเย็นเช่นกัน แต่มิได้เย็นจากลมหนาวที่พัดผ่านมาจากประเทศจีน กลับเป็นความหนาวเย็นจากฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

โดยเฉพาะในปี 2551 นี้ มีฝนตกชุกระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่ เช่น นครศรีธรรมราช , พัทลุง , สงขลา เฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญที่สุดคือ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีปริมาณน้ำฝนในวันสิ้นเดือนพฤศจิกายนต่อต้นเดือนธันวาคม สูงถึง 266 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าฝนตกหนักมากๆ แต่ปีนี้น้ำท่วมหาดใหญ่เพียงเล็กน้อย และไม่กี่ชั่วโมง น้ำก็ถูกระบายได้ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาวหาดใหญ่เช่นปี 2543 ซึ่งเกิดวอุทกภัยน้ำท่วมใจกลางเมืองหาดใหญ่สูงถึง 2 เมตร ถนนหลายสายเปลี่ยนเป็นคลองไปในฉับพลัน น้ำได้กวาดล้างทรัพย์สิน และคร่าชีวิตผู้คนชาวหาดใหญ่หลายร้อยคน (พี่ๆ ทันตแพทย์และนักวิชาการ จากกรมอนามัย ที่มาเป็นวิทยากรการทำ Oral Health Survey ของจังหวัดสงขลา คงจำได้ดีว่า การเผชิญภาวะน้ำท่วมหาดใหญ่ในปีนั้นน่ากลัวขนาดไหน)

ปีนี้ฝนตกหนักมากเช่นกัน แต่น้ำท่วมหาดใหญ่เพียงเล็กน้อย ชาวหาดใหญ่ไม่ต้องเผชิญกับภาวะสูญเสียเหมือนเช่นที่ผ่านมา เพราะบทเรียนที่เสียหายเหลือคณานับใน ปี 2543 นั้น เกิดจากการที่ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างจริงจังและยั่งยืน น้ำจึงท่วมหนักมากและน้ำขังอยู่นาน ทำให้พ่อหลวงของปวงชนชาวไทยเดือดร้อนพระราชหฤทัย ด้วยความห่วงใยพสกนิกรชาวหาดใหญ่และบริเวณใกล้เคียง ท่านได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินมาทอดพระเนตรสถานการณ์น้ำท่วมในปีนั้นด้วยพระองค์เอง

ทรงวิเคราะห์สาเหตุและทรงแนะนำวิธีการแก้ไขและป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ในอนาคตอย่างยั่งยืน ทรงมีพระราชดำริให้สร้างคลองหลายสาย เพื่อให้สามารถระบายน้ำออกจากหาดใหญ่ใด้ทันหากเกิดฝนตกหนักหรือน้ำป่าไหลบ่ามาจากอำเภอสะเดาและอำเภออื่น ซึ่งได้มีการสนองพระราชดำริ โดยดำเนินการขุดและสร้างคลองหลายสาย โดยเฉพาะคลอง ร.1 ซึ่งสำคัญมากเพราะได้ถูกสร้างเสร็จภายในปีนี้เอง และสามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยชาวหาดใหญ่ไว้ได้ทันการณ์

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระองค์ท่านที่ทรงเอาพระทัยใส่ในความทุกข์ของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริงและพระปรีชาในด้านการจัดการเรื่องน้ำอย่าแท้จริง ดังพระราชสมัญญาว่า “ พระบิดาแห่งการจัดการทรัพยากรน้ำ ” กล่าวได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ชีวิตแก่ชาวหาดใหญ่ สงขลา อย่างแท้จริงค่ะ ที่กล่าวมานั้นเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่ชาวหาดใหญ่ ชาวสงขลา ต้องจดจำตลอดชีวิตและหลายชั่วคน แต่อาจกล่าวได้ว่ามันเป็นแค่เพียงหนึ่งในหมื่น , หนึ่งในแสน ของพระราชกรณียกิจ ที่พระองค์ทรงช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์เท่านั้น

เดือนธันวาคม เป็นเดือนพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ชมรมทันตสาธารณสุขภูธร จึงใคร่เชิญชวนให้ทุกท่านได้ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรและบ้านเมือง ขอพวกเราได้ตอบแทนบุญคุณพระองค์ท่านด้วยการทำความดี ปฏิบัติชอบ ในหน้าที่ของตนเอง และต่อสังคม มีความรักสามัคคีในชาติ ถวายพระองค์ท่าน เพื่อให้พระองค์ท่านสบายพระทัย และขอถวายพระพรขอให้พระองค์ มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน อยู่เป็นมิ่งขวัญของปวงประชาตลอดไป


ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะข้าพระพุทธเจ้า
ทพญ.บานเย็น ศิริสกุลเวโรจน์
ประธานชมรมทันตสาธารณสุขภูธร พร้อมด้วยสมาชิกทุกคน

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กรองใจ....ท้ายเล่ม


ข้าราชการทุกคนคงทราบกันดีว่าเดือนกันยายน ของทุกปี เป็นเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ ดังนั้นกิจกรรม หรือโครงการตามปีงบประมาณก็ต้องรีบดำเนินการกันอย่างขะมักเขม้น เพื่อให้ใช้งบประมาณได้ทันตามปีงบประมาณ นอกจากเดือนกันยายนเป็นเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณแล้ว เดือนกันยายนยังป็นเดือนสุดท้ายในการดำเนินชีวิตการเป็นข้าราชการของหลายๆคน

อย่างเช่นปี 2551นี้ กระทรวงสาธารณสุขมีข้าราชการเกษียณอายุราชการรวมทั้งสิ้น พันกว่าคน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้จัดงานเกษียณอายุราชการแก่ข้าราชการในสังกัดทั่วประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2551 ณ โรงแรม เจบี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีปัญหาความไม่สงบใดๆ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังเป็นดินแดนที่น่ามาเยือน น่ามาช็อปปิ้งเหมือนเดิม ส่วนตัวอำเภอเมืองสงขลา ก็สงบ สวยงามด้วยทัศนียภาพธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณีที่งดงาม เหมาะแก่การมาท่องเที่ยวไม่น้อยเช่นกัน (พี่ๆที่มางานและเที่ยวแล้ว คงช่วยยืนยันได้นะคะ)

สิ่งที่ดิฉันจะอดกล่าวถึงไม่ได้ในฉบับนี้ก็คือ ปีนี้พี่ใหญ่ของวงการทันตแพทย์ โดยเฉพาะชาวทันตสาธาธารณสุขภูธรทั้งประเทศคือ ทันตแพทย์หญิงพรรณี ผานิดานันท์ หัวหน้ากลุ่มงานทันตสาธารณสุขสสจ.นครราชสีมา ผู้ก่อตั้งชมรมทันตสาธารณสุขภูธรและเป็นประธานชมรมทันตสาธารณสุขภูธร คนแรกของเรานั้น ท่านเกษียณราชการในปีนี้ด้วย (หลายคนไม่อยากเชื่อ เพราะ หน้าตาของท่านเหมือนสาวอายุ 50 ปี...ใครสนใจเคล็ดลับความสาว ท่านบอกติดต่อได้เป็นการส่วนตัว...ไม่หวง..เอาบุญ)

นอกจากนี้พี่หมอพรรณีของเรายังเป็นประธานชมรมทันตแพทย์ สสจ. อีกด้วย ซึ่งท่านได้สร้างประโยชน์ ต่อพวกเราชาวทันตแพทย์ ทันตบุคลากร โดยช่วยผลักดัน ความก้าวหน้าแก่ทันตแพทย์ ทันตาภิบาล การศึกษาของทันตแพทย์ และ ทันตาภิบาล การจัดโครงสร้าง กลุ่มงานทันตสาธารณสุข ใน สสจ. เป็นต้น

ในความเป็นส่วนตัวของพี่หมอพรรณี นั้น พี่พรรณี เป็นผู้ที่ สุภาพ มีจิตใจดีงาม มีความเมตตากรุณา ทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ มุ่งความสำเร็จของงาน ซื่อสัตย์สุจริตและมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เป็นที่รักนับถือ แก่ผู้ร่วมงาน ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ในโอกาสที่พี่จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2551 นี้ ชาวทันตภูธร ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พี่หมอพรรณี จะยังคงสนับสนุนและเป็นที่ปรึกษาในการทำงานแก่พวกน้องๆตลอดไป

ท้ายที่สุดนี้ น้องๆทุกคน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้โปรดอำนวยพรให้พี่หมอพรรณี และครอบครัวประสบแต่ความสุข ตลอดไป

ทพญ.บานเย็น ศิริสกุลเวโรจน์
ประธานชมรมทันตสาธารณสุขภูธร

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กรองใจท้ายเล่ม



วารสารทันตภูธร ฉบับนี้เป็น ฉบับที่ 2 (เมษายน – มิถุนายน 2551) ปีที่ 18 แล้ว แต่เป็นการเขียนคอลัมน์นี้เป็นฉบับแรกของข้าพเจ้า เนื่องจากบรรณาธิการ บอกว่าเป็นธรรมเนียมเพื่อเปิดโอกาสให้ประธานชมรมทันตสาธารณสุขภูธร ได้มาคุยกับสมาชิก 3 เดือนครั้ง ที่ขึ้นต้นมาว่า "ปีที่18" นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า ชมรมทันตสาธารณสุขภูธร ได้จัดทำวารสารทันตภูธร มานานถึงปีที่18 แล้ว

แต่ชมรมฯของเรามีมาก่อนวารสารนี้ หลายปี และดำเนินกิจกรรมมาจนถึงปัจจุบันนี้ได้ ก็เนื่องจากพวกเราทุกคนที่ให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอดีตประธานชมรมและทีมคณะทำงานที่ต้องทำงานหนักมาตลอด ทำให้ชมรมสามารถยืนหยัดอยู่ได้จนบัดนี้ จึงขอขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ และขอขอบคุณทีมคณะทำงานชุดใหม่ที่สนับสนุนข้าพเจ้า ให้เป็นประธานชมรมคนปัจจุบันและพร้อมทำงานสร้างสรรค์ เคียงบ่าเคียงไหล่กัน เพื่อนำพาชมรมและพวกเราชาวทันตสาธารณสุขภูธรให้ก้าวเดินต่อไป อย่างมั่นคง และมีความสุข

ซึ่งข้าพเจ้าเข้ามาเป็นประธานในยามที่บ้านเมืองมีภาวะวุ่นวายทั้งเรื่องการเมือง ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ข้าวแพง หมากหายาก (ข้าวยาก หมากแพง) น้ำมันขึ้นราคาเกือบทุกวัน ช่วงนี้ก็ยังเป็นช่วง มหกรรมฟุตบอลยูโร 2008 แน่นอน พวกเราโดยเฉพาะหนุ่มๆคงชอบเป็นส่วนใหญ่ ดูบอลแต่ต้องทำงานเต็มที่นะ ( รีบนอนแต่หัวค่ำ ) อย่างไรก็ตาม ดูบอลได้ แต่อย่าเล่นพนันบอลเด็ดขาด เพราะผิดกฎหมายและศีลธรรม
คงเคยได้ยินกันมาบ้างนะว่า “โจรปล้น 10 ครั้ง ไม่เท่าไฟไหม้บ้าน แต่ไฟไหม้บ้านยังดีกว่าเสียพนัน เพราะไฟไหม้บ้านยังเหลือที่ดินอยู่ แต่เสียการพนันนั้นอาจเสียทั้งบ้านพร้อมที่ดินนั่นเอง” ดูๆคนไทยช่วงนี้ช่างน่าสงสาร แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อนบ้านและเพื่อนร่วมทวีปของเราน่าเศร้ากว่ามาก ซึ่งพวกเราคงสะเทือนใจไม่น้อยต่อภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในเอเชีย ทั้ง พายุไซโคลนนากิส ที่พม่า ซึ่งมาพร้อมๆ แผ่นดินไหวที่เสฉวน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้ผู้คนล้มตายรวมเป็นกว่าแสน บาดเจ็บ และขาดที่อยู่อาศัย อีกมากมาย

คิดอีกทีคนไทยเรายังดีกว่านะ เราเพียงอยู่อย่างลำบากขึ้น แต่เรายังมีชีวิต มีญาติพี่น้อง มีบ้านอยู่อาศัย เพียงแต่ขอให้เรารู้จัก ประหยัด ให้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่ง เป็นปรัชญาแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตน ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชกระแสรับสั่งในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแก่ผู้เข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาแต่พระพุทธศักราช 2517 "...คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขาจะว่าเมืองไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยเชย ว่าเมืองไทยไม่มีสิ่งใหม่แต่เราอยู่ อย่างพอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มีความสงบ ช่วยกันรักษาส่วนรวม ให้อยู่ที่พอสมควร ขอย้ำพอควร พออยู่พอกิน มีความสงบไม่ให้คนอื่นมาแย่งคุณสมบัตินี้ไปจากเราได้..."

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ได้รับการเชิดชูสูงสุดจากองค์การสหประชาชาติ (UN) โดย นายโคฟี อันนัน ในฐานะเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล The Human Development Lifetime Achievement Award แก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 และองค์การสหประชาชาติยังได้สนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิก 166 ประเทศยึดเป็นแนวทางสู่การพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน อีกด้วย จึงขอเชิญชวนคนไทย โดยเฉพาะชาวทันตภูธร ดำเนินชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงของเรา อย่างภาคภูมิใจ เถิด


ทพญ.บานเย็น ศิริสกุลเวโรจน์

ประธานชมรมทันตภูธรสาธารณสุขภูธร




วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กรองใจ...ท้ายเล่ม




สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์… เสด็จสู่สวรรครรลาลัย ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของ ปวงประชาชนชาวไทยที่ เคารพรักในพระองค์ท่าน ภาพที่พวกเราเห็นกันบ่อยครั้ง เป็นภาพของการเสด็จพระราชดำเนิน เยี่ยมผู้ป่วยในหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ทุกครั้งนอกจากพระองค์จะซักถามอาการผู้ป่วยทั่วไปที่รับการรักษา พระองค์ท่านมักสอบถามเรื่องของการให้บริการทันตกรรมโดยตลอด ทรงมีความห่วงใยประชาชนของพระองค์ที่ได้รับความทุกข์ทรมาน จากการ ปวดฟัน ทรงดำเนินพระองค์ตามรอยของ แม่ผู้ประเสริฐ (สมเด็จย่าฯ) มาตลอด

พระองค์ท่านทรงเป็นทั้ง นักบิน เป็นครู เป็นหมอ ที่ดูแลประชาชนมาตลอด เรื่องที่ประจักษ์ชัดเจนมากที่สุดก็เป็นเรื่องของการที่ทรงเป็น ครูตลอดเวลา ท่านแนะนำ ท่านให้ความรู้แก่ประชาชนโดยเสมอ ไม่ว่าท่านเสด็จพระราชดำเนินไปที่ไหน ประชาชนจะได้รับชมข่าวพระราชกรณียกิจ ที่มิได้แสดงเพียงว่า ทรงปฏิบัติหน้าที่อะไรบ้าง แต่ยังได้เรียนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ ในท้องถิ่นที่ทรงเสด็จพระราชดำเนิน พวกเราจะได้รับความรู้อยู่เสมอ ทราบว่า พระองค์ทรงแก้ไข และตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนให้ออกอากาศด้วยทุกครั้ง

สาเหตุการจากไปของพระองค์ท่าน เป็นสิ่งประชาชน น่าจะได้เรียนรู้ ท่านทรงเป็นครู เป็นพระอาจารย์มาตลอด แต่ยังไม่เห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการนั่นคือ การที่ให้ประชาชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของโรคมะเร็ง โรคที่พรากท่านไปจากประชาชนชาวไทย ผู้ป่วยมะเร็งหลายท่านที่รับรู้ว่าตนเอง เป็นโรคร้ายมักจะมีกำลังใจที่น้อยลง เมื่อคนไข้รับรู้ว่าเป็นโรคมะเร็งจะบั่นทอนความสุขกายสุขใจ หลายคนเสียชีวิตไปก่อนอาการโรคจะรุนแรง แต่เราก็พบว่าหลายท่านดำรงอยู่ได้นับสิบปี การให้ความรู้สึกที่ดี การเป็นมิตรแก่ผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะช่วยให้ผู้ป่วยมีกำลังใจดีขึ้น

อยากให้มีการช่วยกันดำเนินงาน ศูนย์มิตรภาพบำบัดเพื่อนช่วยเพื่อน กันให้มากขึ้น ผู้ป่วยท่านหนึ่งที่ผมรู้จักและทำประโยชน์โดยไม่หวั่นไหวกับโรคร้าย ก็คือ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ท่านต่อสู้กับโรคร้าย 4 ปีก่อนจะจากโลกนี้ไป แต่ท่านไม่เคยท้อ ท่านเปลี่ยนมะเร็งให้มาเป็นพลังในการที่จะทำสิ่งดี ๆ ให้ประชาชน เราน่าที่จะใช้โอกาสนี้ ในการที่จะร่วมกันให้เกิดการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งกันมากขึ้น ให้ทั้งความรู้ ความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ ยังคงประสบปัญหาอาการปากแห้ง และปัญหาทางช่องปากอีกมาก

ทันตบุคลากรที่ได้ปฏิบัติงานโดยเสด็จฯ ไม่ว่าจะเป็นการออกหน่วยแพทย์ เคลื่อนที่ พอ.สว. ได้บำบัดทุกข์ ในการโรคทางทันตกรรมแล้ว เราก็น่าที่จะเข้าไปเป็นอาสาสมัครเป็นสหวิชาชีพ ที่จะช่วยกันดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งกันให้มากขึ้น การทำให้เขามีความสุข มีกำลังใจที่จะต่อสู้โรคร้ายให้ดำรงชีพ ได้อย่างยาวนาน ซึ่งจะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่เราจะถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน สมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ แห่งวงการ ทันตสาธารณสุขไทย

ทพ.สันติ ศิริวัฒนไพศาล

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กรองใจ...ท้ายเล่ม


ผมตั้งคำถามในใจ ทำไมคนไทยจึงรักในหลวง รักในฐานะที่ทรงเป็นประมุขของประเทศ ทรงเป็นสมมุติเทพ ในฐานะพ่อของแผ่นดิน แม้นทุกคนจะรักในหลวงแต่จะรักในต่างฐานะกัน เรารักพระองค์ท่านเพราะเราถูกสอนมาตั้งแต่เล็กๆ ว่าทรงเป็นประมุขของประเทศ ที่คนไทยต้องเคารพ แต่ด้วยเหตุเพียงที่เป็นพระประมุข เท่านั้นหรือ ที่ทำให้ พระองค์ทรงอยู่ในดวงใจของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ คำตอบก็คงไม่ใช่เพียงแค่นั้น

ผมใช้เวลานานในการที่จะเขียนบทความนี้ ออกมา เพราะเมื่อเริ่มต้นจะเขียน กับพบว่าไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร จะบอกอย่างไร ว่าผมรู้สึกอย่างไรกับพระองค์ จะกล่าวถึงพระองค์ในแง่มุมไหน ผมใช้เวลาในตอนกลางคืนนั่งนึกถึงพระองค์ท่าน เป็นเวลานาน มีแต่ภาพของพระองค์ที่ทรงงาน ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ภาพที่ทรงเหน็ดเหนื่อย ภาพการให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆนานา ทั้งเรื่องปากท้องของประชาชน ความเดือดร้อนของประชาชน การขาดแคลนน้ำ การจัดการน้ำที่มีมากในฤดูน้ำหลาก พระองค์ทรงปัดเป่าให้หายไป ผมไม่สามารถที่จะนึกถึงภาพที่พระองค์มีเวลาในการพักผ่อน ทรงสนุกสนาน มีแต่ภาพความทุ่มเท ความเพียรพยายาม ทุกอย่างเพื่อประชาชนชาวไทย ผมนึกภาพที่พระองค์จะสนุกสนาน ไม่ออกจริงๆ มีแต่เพียงภาพเก่าๆ ในอดีตที่ทรงเครื่องดนตรีซึ่งก็นานมากแล้ว

ภาพของหลอดยาสีฟันพระราชทาน ที่แสดงให้เห็นความประหยัดของพระองค์ท่าน ภาพความเป็นอัจฉริยภาพที่งานช่าง งานศิลป์ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ และการเป็นนักจัดการน้ำที่เก่งที่สุดในโลก ทั้งฝนหลวง ทั้งการกักเก็บน้ำ การระบายน้ำ ภาพเหล่านี้ ปรากฏขึ้นทุกครั้งที่นึกถึงพระองค์ท่าน เพราะพระองค์เป็นกษัตริย์ที่เหนือกษัตริย์ ทรงเป็นมากกว่ากษัตริย์ ทรงเป็นพ่ออยู่หัว เป็นพ่อที่มีลูกถึง หกสิบกว่าล้านคน ที่พ่อไม่เคยจะละเลย เป็นพ่อที่ทำทุกอย่างเพื่อลูก ภาพของพระองค์ในใจผมจึงมีแต่เพียงภาพความทุ่มเทพระวรกายของพระองค์เพื่อลูกๆ ชาวไทย

ผมปรารถนาจะได้เห็น ภาพของพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ ทรงเบิกบานพระราชหฤทัย ทุกคนชาวไทยไม่อยากเห็นกันหรือ ผมว่าทุกคนคงอยากเห็นพระองค์ ทรงสบายพระวรกาย ทรงพระเกษมสำราญ ผมนั่งนึกถึงเวลาที่พ่อจะสบายใจ ลูกจะต้องทำอย่างไร พ่อจะยิ้มภูมิใจเมื่อลูก ๆ ประสบความสำเร็จ ลูกมีงานทำ จบการศึกษา แต่เหนืออื่นใดพ่อคงจะมีความสุขมากที่สุดเมื่อเห็นว่าลูกของพ่อเป็นคนดี เป็นคนที่ทำประโยชน์ให้กับเพื่อนบ้าน สังคม พ่อคงเสียใจที่ลูกไม่ทำอย่างที่พ่อทำเป็นแบบอย่างที่ดี หรือเห็นว่าลูกประพฤติตัวไม่เหมาะสม

การกล่าวคำถวายพระพร คำแซ่ซ้องสาธุการใดๆ คงไม่ใช่สิ่งที่พ่ออยากได้ยินจากปากลูก ๆ แต่เป็นการกระทำมากกว่าที่ พ่ออยากเห็น ชาวไทยทุกคนจะทำตามแบบอย่างพ่ออยู่หัวกันหรือไม่ แต่ผมจะทำ และขอให้พวกเราทุกคนร่วมกันทำความดีเพื่อในหลวงของเรา ผมจะทำความดีเพื่อพระองค์ตามอย่างที่พระองค์อยากเห็นลูกๆ ชาวไทย ทำตามอย่างพระองค์ท่าน ผมจะทำงานในหน้าที่เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนชาวไทย เพื่อลูกๆ ของพระองค์และในความปรารถนาสูงสุดเพื่อพระองค์ท่านจะได้หายเหนื่อยพระวรกาย พระองค์ท่านจะได้มีความสุขท่ามกลางลูกๆของพระองค์ ผมจะทำเพราะ “ ผมรักในหลวง ”

ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนานด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

ทพ.สันติ ศิริวัฒนไพศาล

วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กรองใจ…ท้ายเล่ม



รับ......ไม่รับ.....รับ......ไม่รับ กระแสเสียงการสอบถามระหว่างเพื่อน ระหว่างพี่ ผู้ร่วมงาน ในช่วงเหตุการณ์การลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ปีพ.ศ. 2550 รับๆ ไปเถอะ..แล้วค่อยมาว่ากันใหม่ ...ไม่เอานะพี่อย่าไปรับมันมีกลิ่นดินปืนผสมอยู่นะ ....ไม่ว่าอย่างไร ผลการลงประชามติก็ออกมาแล้ว เหตุการณ์ในวันนั้นหลายท่านก็ได้ตัดสินใจด้วยตนเอง ด้วยเหตุ ด้วยผลที่ได้พินิจพิจารณามาแล้วว่าดีที่สุดตามเหตุผลของตนเอง..........เหตุผลส่วนบุคคล ยากที่บุคคลอื่นจะเข้าถึง ว่าด้วยเหตุใดผลการตรึกตรองในใจจึงออกมาอย่างนั้น การเลือกที่จะกระทำหรือเลือกที่จะไม่กระทำ มีหลายเหตุปัจจัยมาเกี่ยวข้อง ทั้งพื้นฐานแห่งวัฒนธรรมที่หล่อหลอมตัวตนมาตั้งแต่เล็ก การศึกษา คุณธรรม จริยธรรม และอื่นๆ อีกมากมายที่จะทำให้คนเราขบคิดหาทางเลือก หาเหตุผลมาสนับสนุนสิ่งที่รุมเร้าในจิตใจที่จะต้องพิจารณาเพื่อเลือกทาง


พ.ศ.2547 เป็นต้นมานับถึงปัจจุบัน เพื่อนสาธารณสุข กลุ่มหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดให้บริการสาธารณสุขแก่พี่น้องประชาชน ในพื้นที่เสี่ยงอย่างไม่หวั่นเกรงต่อภัยซ่อนเร้นที่หาได้รู้ไม่ว่าขณะนี้ เวลานี้อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือถึงหรือยังอยู่ห่างไกล มิอาจมีความวางใจได้ว่าขณะนี้ความปลอดภัยในชีวิตนั้นยังคงร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ จนท.สาธารณสุข จำนวน 21 คนที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดงภาคใต้ 12 คนจบชีวิตในพื้นที่ที่เขาเลือกไปปฏิบัติงานเพื่อสร้างสุขภาพให้ประชาชน แต่อะไรที่ยังคงทำให้เพื่อนกลุ่มนี้ยังตัดสินใจที่ยังคงทำงานในพื้นที่ พื้นที่ที่ไม่รู้ว่าวันใด ตนเองจะเป็นผู้ประสบภัยนั้นหรือไม่ ไม่รู้ว่าวันไหนความสงบจะกลับมา และเขาจะเจอสภาพไหนในวันต่อๆ ไป


เพื่อนทันตแพทย์ น้องทันตาภิบาล พี่ผู้ช่วยทันตแพทย์ ที่อยู่ในพื้นที่ ย่อมรับทราบถึงสถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างดี มากกว่าที่เรารับทราบเพียงจากหนังสือพิมพ์ หรือโทรทัศน์ เพื่อนเหล่านี้มีเหตุผลในการตัดสินใจที่จะอยู่ในพื้นที่ ทั้งที่ในใจที่ยังคงมีคำถามที่ตนเองต้องตอบกับตนเอง อยู่....ไม่อยู่....อยู่ต่อไปหรือจะจากไป..... ปัจจุบันเพื่อนกลุ่มนี้ยังปฏิบัติหน้าที่ของตนอยู่ทุกวัน ในพื้นที่ เพื่อนกลุ่มนี้อยู่เพื่ออะไร.... ไม่มีใครตอบได้ ไม่มีใครเข้าใจในเหตุผล ภายใต้จิตวิญญาณของเพื่อนๆ ที่ยังคงเรียกร้องให้เขาทำหน้าที่ในส่วนของตนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อให้พี่น้องชาวใต้ยังคงได้รับบริการทันตกรรม หายทรมานจากความทุกข์ยากที่ต้องปวดฟัน และยังคงมีคนกลุ่มหนึ่งที่อยากช่วยให้เด็กน้อยมีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น


ชีวิตเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด การที่มีชีวิตได้พบเห็นสิ่งหลากหลายที่เวียนผ่านเป็นสิ่งที่สวยงาม การเลือกที่จะให้ชีวิตมีความสุข ความสบาย เป็นเหตุผลที่หลายคนต้องเพียรหา เสาะแสวงหามาเพื่อให้ชีวิตตนเองมีความสุขความสบาย ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าอะไรจะเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดขึ้น เพียรภาวนาขอให้เหตุการณ์สงบลงโดยเร็ว เพื่อพี่น้องชาวไทยในพื้นที่ได้มีความสุข มีรอยยิ้มที่สวยงาม รอยยิ้มที่เพื่อนร่วมวิชาชีพ ได้เสียสละ ได้อุทิศตนอยู่ในพื้นที่และยังคงให้บริการทันตกรรมในพื้นที่ต่อไป


ทั้งที่เพื่อนกลุ่มนี้ก็มีสิทธิที่จะคิดว่า จะอยู่ต่อไปอีกหรือไม่ แต่คำตอบสุดท้ายในขณะนี้ ยังคงเป็น “อยู่” เพื่อ ชาวใต้ของเรา ขอชื่นชมและคารวะใน ศรัทธาอันแรงกล้าในความเสียสละของเพื่อน ขอเคารพในน้ำใจแห่งความเสียสละ ความกล้าหาญที่ทุกท่านทั้งหลายได้ทำหน้าที่อย่างสมเกียรติ สมศักดิ์ศรีในวิชาชีพของท่านอย่างที่สุด สมดังพระราชดำรัสของพระบรมราชชนก


“ ให้ถือประโยชน์ส่วนตน เป็นที่สองของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง ”


ด้วยความเคารพ

ทพ. สันติ ศิริวัฒนไพศาล

ประธานชมรมทันตสาธารณสุขภูธร

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กรองใจ...ท้ายเล่ม : ทพ.สันติ ศิริวัฒนไพศาล

30 พฤษภาคม 2550 หลายคนบอกว่าเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำ วินิจฉัยตัดสินคดี เพื่อยุบพรรคการเมือง ก่อนหน้านี้ผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนจากสาขาวิชาชีพอื่นว่าทาง ทันตฯภูธร จะเข้าร่วมกิจกรรมไหม ผมได้แจ้งว่า ชมรมของเรานั้นไม่เน้นกิจกรรมทางการเมือง อีกอย่างไม่เห็นว่ากรณีนี้จะส่งผลถึงขนาดว่าชมรมจะเป็นจะตาย ถ้าไม่ได้เข้าร่วมในกิจกรรม เพราะคิดว่าสมาชิกสามารถเข้าร่วมในกิจกรรมได้โดยอิสระอยู่แล้ว การแบกป้ายชมรมฯจึงไม่น่าจะเหมาะสม นอกจากนี้ผมงดการให้ความเห็นส่วนตัวในเรื่องนี้ เพราะหลายครั้งพบว่า บางชมรมให้ความเห็นส่วนตัวแต่กลายเป็นความเห็นของชมรมไปเสียอีก

หากไปดูวัตถุประสงค์ของชมรม จะเห็นได้ว่าชมรมของเรามีเจตนารมณ์ที่จะสร้างการมีสุขภาพช่องปากที่ดีให้แก่ประชาชนชาวไทย พร้อมสนับสนุนการทำงานของทันตบุคลากรที่ดำงานทันตสาธารณสุขให้สามารถดำเนินกิจกรรมได้เป็นอย่างดี เราพยายามสร้างช่องทางติดต่อสื่อสารกับสมาชิก ทั้งทางจุลสาร ทางwebsite
www.ruraldent.org ก็ได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดี อย่างไรก็ตามยังเป็นการตอบรับแบบทางเดียว

ชมรมทันตสาธารณสุขภูธร เรียกสั้นๆ ว่า ชมรมทันตฯภูธร ก่อตั้งเมื่อไหร่ ทำอะไรกันกันบ้าง มีใครทำงานบ้าง สมาชิกหลายท่านยังคงไม่ทราบ บางคนยังสงสัยว่าไม่เห็นชมรมทำอะไรเลย ไม่เคลื่อนไหวแบบชมรมอื่นๆ เช่นชมรมแพทย์ชนบท สมาคมหมออนามัย เป็นต้น ทำไม หมอฟันเงียบจัง ไม่ทำอะไรกันเลยหรือ ?ชมรมทันตฯภูธร ได้ก่อร่างตั้งตัวขึ้นมาก่อนปี 2532 เพื่อเป็นจุดรวมของทันตแพทย์รุ่นแรกๆ ที่อาสาออกไปทำงานในพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อที่ช่วยเหลือกันทำงานแลกเปลี่ยนวิธีการทำงาน ต่อมาเมื่อมีทันตแพทย์ใช้ทุนภารกิจของชมรมก็ปรับเปลี่ยนมาเพื่อดูทันแพทย์ใช้ทุน การให้ข้อมูลการทำงานในบทบาทต่างๆ ที่ทันตแพทย์ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน ระเบียบราชการต่างๆ ถูกนำมาแลกเปลี่ยนวิธีบริหารจัดการกัน ซึ่งก็ช่วยการทำงานได้มากสำหรับทันตแพทย์จบใหม่ซิงๆๆ ที่ไม่เคยเรียนรู้ระบบโรงพยาบาลเลย จากนั้นก็ขยับกลุ่มเป้าหมายมาเป็นทันตบุคลากร เนื่องจากการกำหนดว่าชมรมนี้ จะทำงานเพื่อทันตสุขภาพที่ดีของประชาชน

ดังนั้นทันตแพทย์แต่เพียงผู้เดียวย่อมจะไม่สามารถดำเนินการได้อย่างแน่นอน จำเป็นต้องเป็นทีม ทีมทันตสาธารณสุขที่จะช่วยกัน ชมรมจึงเริ่มติดต่อประสานให้เพื่อนร่วมงานในการทำงานเข้ามาทำงานชมรมกันมากขึ้น ทั้งทันตาภิบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ แต่การดำเนินงานที่ผ่านมาเกือบ 2 ปีที่ผมมีโอกาสทำงานในจุดนี้ กลับพบว่าชมรมดูเหมือนจะล้มแต่ไม่ล้ม จะรุ่งเรืองก็ไม่รุ่ง เราเคยวิเคราะห์กันว่าสถานการณ์ชมรมไม่ติดตลาดเท่าที่ควรเพราะค่าการตลาดเราไม่ดี ยังไม่เหตุที่จะให้สมาชิกนึกถึงชมรม ดูจากกรณี ซี8 สมาชิกติดตามและประสานชมรมมากขึ้น หลายคนวิเคราะห์ว่า วิชาชีพนี้ บ้างานหนักแต่รักสันโดษ ไม่ค่อยไปยุ่งเกี่ยวกับใคร อยู่ในห้องทำฟันพอ ทำให้บทบาทของสมาชิกในชมรมไม่มา เป็นบทบาทที่รอทราบว่าชมรมทำอะไร หรือเพราะชมรมเคลื่อนไหวส่วนกิจกรรมกับสมาชิกน้อยไป ??

การดำเนินงานของชมรมใดๆ ก็ตามคงไม่สามารถดำเนินกิจกรรมได้เพียงคณะกรรมการเท่านั้น สมาชิกต้องมีส่วนร่วมกันอย่างยิ่ง มีการสื่อสารสองทาง สมาชิกเข้ามา อาสาทำงานในชมรมกันมากขึ้น เข้ามาเขียนบทความ เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน website และเป็นไปได้ก็เข้ามาเป็นคณะกรรมการชมรม หรือบางทีอาจมานั่งตำแหน่งประธานด้วยก็ได้ ชมรมต้องการคนทำงาน คนอาสาทำงาน เพื่อสมาชิกกันให้มากขึ้น
ยินดีต้อนรับครับ

ด้วยรักจากทพ.สันติ ศิริวิฒนไพศาล
ประธานชมรมทันตสาธารณสุขภูธร

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กรองใจ...ท้ายเล่ม : ทพ.สันติ ศิริวัฒนไพศาล



สวัสดีครับ เพื่อนสมาชิกทันตภูธรที่รัก หลายเดือนแล้วที่ไม่ได้พบปะกัน มีความคิดถึงห่วงใยในเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ปี 2549 ผ่านพ้นไปแล้ว แม้จะมีบรรยากาศของความ ไม่สงบเรียบร้อย


ความตื่นตระหนก กับการกระทำของบุคคลที่ไม่มีเจตนาที่ดี ต่อบ้านเมืองมีการวางระเบิดหลายแห่ง ใน กทม. ทำให้เราๆ ท่าน ๆ ต้องพร้อมรับสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยใน การเกิดภัยรูปแบบใหม่ หวาดระแวงกับถังขยะ อย่างไรก็ดี ปี 2550 ก็เข้ามาตามหน้าที่ อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ปีใหม่นี้ มีอะไรหลายอย่างที่ต้องเตรียมตัวรับสถานการณ์กัน


ปี 2550 มีความเปลี่ยนแปลงสู่เพื่อน ทันตสาธารณสุข ทั้งการออก พรบ.สุขภาพที่ผ่านความเห็นชอบ ของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ การเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การออกแผนพัฒนาสาธารณสุขฉบับที่ 10 ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนสมาชิกก็คงต้องติดตามศึกษาว่าจะมีผลกระทบอะไรต้องการทำงานของพวกเราหรือไม่ เท่าที่ทราบก็เห็นมีการหยิบประเด็นปัญหาทันตสุขภาพขึ้นมาพูดถึงมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เห็นทิศทางการแก้ไขปัญหาทันตสุขภาพที่พูดถึงในแผนพัฒนาฯ ที่ออกมาเป็นแผนปฏิบัติการ ส่วนใหญ่ที่พบทั้งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. ก็เป็นการมุ่งสู่การพัฒนาศูนย์สุขภาพชุมชนให้ดีขึ้น มีศักยภาพการทำงานมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อาคาร สถานที่ การบริหารจัดการ การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรเพื่อที่จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีบริการด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์


ซึ่งในช่วงนี้ก็มีการประชุมอบรมในสาขาวิชาชีพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องเวชศาสตร์ครอบครัวสำหรับแพทย์ พยาบาล จนท.สาธารณสุข รวมทั้งการอบรม ทันตาภิบาล ที่ปฏิบัติงานใน PCU ถ้าหากพวกเราทันตบุคลากร สามารถร่วมด้วยช่วยกันทำงานกับสหวิชาชีพอื่นๆได้ดีและผลักดันงานทันตสาธารณสุขเข้าสู่การดูแลแบบองค์รวม ก็จะทำให้ทันตสุขภาพของประชาชนดีขึ้น ไม่ว่าจะในเรื่องการดูแลภาวะโภชนาการในผู้ป่วย CVA, การเยี่ยมบ้านมารดาหลังคลอด หรือการผสมผสานงานอนามัยโรงเรียนช่วงที่ผ่านมา ปลายเดือนมกราคม มีโอกาสไปสังเกตการอบรมของทันตาภิบาลที่ทำงานใน PCU พบว่าหลายท่านมีโครงการดีๆ ที่น่าสนใจหลายโครงการ ทั้งในส่วนของงานทันตสาธารณสุขโดยตรง ทั้งส่วนที่เสริมในกิจกรรมงานอื่นๆ แต่ทั้งนี้แสดงให้เห็นได้ว่า พวกเรามีความสามารถไม่น้อยหน้าใคร เพียงแต่เรายังขาดการนำเสนอสู่สาธารณะ เวที websiteของชมรม
http://www.ruraldent.org/ และวารสารทันตภูธร จะช่วยให้เรารับทราบโครงการดีๆ กันมากขึ้น ช่วยกันส่งเรื่องมาเผยแพร่ด้วยนะครับ


สุดท้ายนี้ขอแสดงความชื่นชมยินดีกับ ทพญ. ขนิษฐา ดาโรจน์ ที่ชนะเลิศผลงานวิจัยยอดเยี่ยม เรื่องประสิทธิผลของการทาฟลูออไรด์วานิช โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในการป้องกันโรคฟันผุในเด็กเล็ก ในที่ประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2549ด้วยครับ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับเราที่เตรียมตัวพร้อมรับหรือไม่ แต่เชื่อว่า ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะเป็นอย่างไรในวงการสาธารณสุขไทยของเรา เชื่อมั่นว่าเพื่อนทันตภูธรของเราทุกท่าน จะสามารถรับการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวทำงานได้เป็นอย่างดี ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสุขภาพช่องปากที่ดีกันต่อไป ตามแนวทางทันตสุขภาพแบบพอเพียง ก็ขออวยพรให้เพื่อนๆ ทุกท่านมีสุขกาย สบายใจ ตลอดปี 2550 ทุกท่านด้วยครับ


ด้วยรักจากทพ.สันติ ศิริวัฒนไพศาล
ประธานชมรมทันตสาธารณสุขภูธร