แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ At-นครศรีธรรมราช แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ At-นครศรีธรรมราช แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

มหกรรมครอบครัวฟันดี จังหวัดนครศรีธรรมราช

มหกรรมครอบครัวฟันดี จังหวัดนครศรีธรรมราช 18 ต.ค. 2552

ณ ห้างคาร์ฟูร์ สาขานครศรีธรรมราช

โดย ทพญ.พรพิมล วิทยวีระศักดิ์ และ ทพ.ธนัฏฐนนท์ อัศววัฒกี


และแล้ววันสำคัญของการศึกษาดูงานที่นครศรีธรรมราชก็มาถึง แปลกใจตั้งแต่สถานที่จัด เอ๊ะ แปลกดีนะจัดในห้างสรรพสินค้า ยิ่งกระตุ้นให้อยากไปเข้าร่วมกิจกรรม ตามเวลานัดทริปของทีมทันตบุคลากร รพ.ป่าบอน เริ่มรวมตัวกันที่ รพ. 7 โมงเช้า นั่งรถตู้โรงพยาบาลออกไปถึงคาร์ฟูร์ สาขานครศรีธรรมราชก่อนใคร ตั้งแต่ 08.30 น. เลยมีโอกาสเก็บรูปก่อนที่คนอื่นๆจะเริ่มทยอยเข้ามา ทางเข้ามีซุ้มลูกโป่งหัวใจสีชมพูหวานแหวว และภายในมีการจัดบูธต่างๆมากมายอาทิเช่น พระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จย่าเพื่อเทอดพระเกียรติพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน


การแนะนำสุดยอดครอบครัวฟันดีเมื่อปี 2551 การวาดภาพระบายสีบนผืนผ้า บูธสื่อความรู้เรื่องโรคฟันผุ โรคปริทันต์ การดูแลทำความสะอาดช่องปาก รวมไปถึงการตรวจฟัน ที่สะดุดตาและทันสมัยก็คงจะไม่พ้น การจัดฟันแฟชั่นอันตราย และรับดูดวงโชคชะตาราศีฟัน ที่เป็นการให้ข้อมูลและการแนะนำดูแลสุขภาพช่องปากโดยผ่านใบทำนายสร้างจุดสนใจมากทีเดียวค่ะ จริงๆแล้วทางทีมงานนครศรีธรรมราชได้เริ่มงานโดยเดินขบวนพาเหรด จากหน้าโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชถึงห้างคาร์ฟูร์ โดยเป็นขบวนเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า และขบวนรณรงค์ให้ความรู้ทันตสุขภาพ ขบวนแฟนซีสวยงาม ได้รับความร่วมมือจากน้องๆ โรงเรียนกัลยาณี และทีมงานทันตบุคลากรของโรงพยาบาลต่างๆ รวมถึงหน่วยแพทย์ พอสว.



เริ่มลงทะเบียนจริงตั้งแต่ 09.00 น. และติดสติ๊กเกอร์ที่ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนซึ่งมีตัวเลขเฉพาะของแต่ละคนไว้ใช้ในการจับรางวัลในช่วงคั่นรายการ ระหว่างเวลานี้ได้มีการเดินขบวนพาเหรด จากโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชมายังสถานที่จัดมหกรรมที่คาร์ฟูร์ เพื่อเทอดพระเกียรติสมเด็จย่าฯ และรณรงค์ทางทันต-สาธารณสุข จากนั้น 09.30 น.เป็นเวลาอันดีจัดพิธีเปิด โดย นพ.ไกรวุฒิ ก้วนหิ้น ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 11 เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และ ทพ.สำราญ ปิตากุลดิลก พี่ตี้ พี่สสจ.นครศรีฯที่น่ารัก เป็นผู้กล่าวการจัดโครงการนี้แก่ท่านประธาน.....

โครงการรณรงค์ทางทันตสาธารณสุข ในวันทันต- สาธารณสุขแห่งชาติ จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรม-ราชชนนี ซึ่งประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่
1. จัดบริการทันตกรรมโดยไม่คิดมูลค่าการรักษา ในวันพุธที่ 21 ต.ค. 2552
2. จัดมหกรรมครอบครัวฟันดี ในวันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค 2552 เพื่อส่งเสริมงานทันตสุขภาพ และสร้างขวัญกำลังใจแก่ทั้งทันตบุคลากร ผู้ปกครอง และครูพี่เลี้ยง กิจกรรมย่อยในมหกรรม ได้แก่
1) ขบวนพาเหรด
2) ประกวดครอบครัวฟันดี 100 คู่ เป็นการจับคู่กันระหว่างเด็ก 3-5 ปี และผู้ปกครอง
หรือผู้ดูแลเด็ก
3) ประกวด Dental Show การแสดงที่สร้างสรรค์เพื่อ ฟ.ฟัน ที่ดีในกลุ่มเด็กประถม และกลุ่มวัยรุ่น
4) ประกวด Dental Quiz แฟนพันธ์แท้ ฟ.ฟัน ในกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยม
5) แจกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปากแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม



พิธีเปิดก็แปลกสะดุดตา โดดเด่น ไม่เหมือนใคร มีมาสค็อตยิ้มแฉ่ง (ชาย) และ ยิ้มสวย (หญิง) มาเต้นเพลงตรวจฟัน และมอบแปรงสีฟันผูกริบบิ้นให้ท่านประธานทำพิธีเปิดด้วยการแปรงฟันให้มาสค็อตยิ้มแฉ่งและยิ้มสวยที่กำลังยิ้มยิงฟัน ...เก๋มั้ยละ อิอิ จนได้ออกสะเก็ดข่าวช่อง 7 เป็นคลิปหลุดที่ท่านประธานใช้แปรงสีฟันด้ามเดียวกันสองคน ฮาระเบิด จากนั้นมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายจุดประกายฟันดี และ มอบเกียรติบัตรแก่ผู้สนับสนุนกิจกรรม


พิธีกรสุดหล่อในงานมหกรรมครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หมอรอง (ทพ.ธนัฏฐนนท์ อัศววัฒกี รพ.เทศบาลนครนครศรีธรรมราช) และทันตแพทย์สุดน่ารักดำขำ หมอหนิง(ทพญ.ศิรนันท์ พราหมณ์มณี รพช.ทุ่งใหญ่) แนะนำคณะกรรมการทั้งหลายซึ่งเป็นตัวแทนทันตแพทย์ของแต่ละอำเภอ และเริ่มกิจกรรมแรกคือการประกวด Dental Show โดยมีคณะกรรมการ (commentator) 3 ท่าน ได้แก่ หมอเอิง (ทพญ. อารณีย์ ระเบียบโลก รพ.ท่าศาลา) อาจารย์สุเวช กลับศรี (พื้นที่การศึกษาเขต 3)และ คุณสุนทร ฝอยทอง สมาคมสื่อมวลชนของนครศรีฯ การให้คะแนนจะมีรูปยิ้ม 3 ระดับ สีเขียว(คะแนน0) สีเหลือง (ติดลบ1) และสีแดง (ติดลบ2) ในการประกวด Dental Show แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทประถมศึกษา 7 ทีมซึ่งเป็นตัวแทนของแต่ละอำเภอ และประเภททั่วไป 5 ทีม เสียดายที่เก็บรูปมาได้แค่ประเภทประถมศึกษานะคะ เพราะต้องรีบกลับก่อน ประเภทประถมศึกษาทั้ง 7 ทีมดังนี้ค่ะ
- รร.บ้านท่าเจริญ อ.ร่อนพิบูลย์ ชื่อชุดการแสดง “ออกกำลังกายประยุกต์”
- รร.บ้านพลูบัว อ.ชะอวด ชื่อชุดการแสดง “กลองยาวชุดแปรงฟัน”
- อนุบาลนครศรีธรรมราช อ.เมือง ชื่อชุดการแสดง “ฟันขาวหรือไม่”
- รร.พิศาลนฤมิตร อ.ร่อนพิบูลย์ ชื่อชุดการแสดง “ชุดคำสอนของแม่”
- รร.เทวสิทธิ์ อ.นาบอน ชื่อชุดการแสดง “ไหมขัดฟัน”
- อนุบาลนครศรีฯ ณ นครอุทิศ อ.เมือง ชื่อชุดการแสดง “ฟลูออไรด์แมน”
- รร.ราชเวชพิศาล อ.ทุ่งใหญ่ ชื่อชุดการแสดง “Spicy girls”



ในระหว่างที่มีการแสดง Dental show ด้านหลังเวทีมีการลงทะเบียนเข้าประกวดครอบครัวฟันดี (เด็ก 3-5 ปีกับผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเด็ก) และมีการคัดเลือกผู้เข้ารอบ Dental Quiz 5 ทีม จากผุ้แข่งขันทั้งหมด 45 ทีม ทั่วทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช บางทีมมาไกลจากบางขัน หัวไทร่ ตั่งใจมาแข่งขัน และการคั่นการแสดงด้วยการประกวด Dental Quiz การตอบปัญหาทันตสุขภาพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา รอบที่ 2 ซึ่งมี 5 คู่ที่ผ่านรอบแรกของการเข้าประกวด ได้แก่ - รร.สตรีทุ่งสง ทั้ง 2 คน ,
- รร.สาธิตเทศบาลวัดเพชรจริก และ รร.จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย , - รร.แหลมราษฎร์บำรุง , - รร.นาบอน , -รร.กัลยาณี และ รร.เบญจมราชูทิศ



โดยผู้เข้าแข่งขันก็จะประจำที่ จอมอนิเตอร์ซึ่งจะแสดงคำถามแต่ละข้อให้เวลาข้อละ 30 วินาที แล้วตอบ รู้สึกชื่นชมกับการตอบคำถามของเด็กๆ ที่ตั้งใจและเตรียมความพร้อมในความรู้ทางทันตสุขภาพเป็นอย่างดี และ หลังตอบคำถามในแต่ละข้อจะมีการอธิบายด้วยสื่อเคลื่อนไหว (Animation) ผ่านจอทีวี LCD ทั้ง 2 ข้างของเวที เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจและผู้เข้าร่วมงานสามารถได้เรียนรู้ร่วมกัน ผลปรากฏว่าทีมที่เข้ารอบ 2 ได้แก่ ทีมที่ 1,2,3 ได้เข้ากันมาอย่างยากลำบาก

สำหรับกลางวันบนเวทีก็ไม่มีการหยุดพักมีการแสดงดนตรี ของโรงเรียนดนตรียามาฮ่า และประกาศรางวัลครอบครัวฟันดี ผู้ชนะเลิศซึ่งได้แก่น้องจาก อ.นาบอน มีฟันที่สวยและคุณแม่ก็มีความรู้เป็นอย่างดี เกณฑ์การตัดสินครอบครัวฟันดีไม่ใช่ง่ายๆ อย่างที่คิดนะครับ ทีมงานของเราระดมกันมามากมาย เพราะต้องมีการตรวจฟันทั้งแม่ ลูก ลูกไม่ให้มีฟันผุ มีคะแนนให้ แล้วผ่านด่านแปรงฟัน สัมภาษณ์ การเลือกอาหาร การดูแล คิดดูครับตั้งแต่เช้า 9.00 น.ถึงเที่ยงกว่าครับ น้องๆ ลุ้นผลกันจนหลับกันคาตักแม่ไปเลยครับ จึงเรียกได้ว่าคนที่ได้รางวัลไปคุณภาพจริงๆครับ ช่วงบ่ายโมงเราก็เริ่มประกวด Dental show ประเภททั่วไปกันต่อ มี 5 ทีมคือ
1) ทีมโรงเรียนกระทูน ละครเวที
2) ทีม รพช.หัวไทร ละครดาวมหาลัยฟันผุ
3) ทีม พีมซาลอน รำกินนรี กับแปรงสีฟันวิเศษ
4) ทีม รพช.บางขัน หนูน้อยวัยอนุบาลมาเต้นโชว์
5) ทีม รพช.ทุ่งใหญ่ หางเครื่อง ม. 3

ซึ่งช่วงบ่ายการแสดง Dental show สะกดผู้คนทั่วห้างให้มาดูได้น่าสนใจและเป็นการเปิดกว้างในการทำเรื่องของการส่งเสริมทันตสุขภาพให้น่าสนใจ โดยทีมพีมซาลอนได้ทำการแสดงที่เรียกได้ว่าอลังการมาก แค่ฉากก็กินขาดแล้วครับ ยกป่าหิมพานมาวางบนเวที ชุดก็เป็นกินนรีชุดไทยรำได้อย่างสวยงามเล่าเรื่องราวของเด็กๆ ที่อยากมีฟันสวยเหมือนนางฟ้า นางฟ้าเล่าว่าได้แปรงวิเศษมาจากกินนรีเลยพาไปหากินนรี และได้เรียนรู้วิธีแปรงฟัน การแสดงสั้นกะทัดรัดดูเพลินไม่เบื่อ ถ้าใครสนใจอยากดูติดต่อได้นะครับ และทีมบางขันที่นำหนูน้อยวัยน่ารักมาเต้นประกอบเพลงน่ารักมากๆ ครับ
หลังจากการแสดงจบ ก็เป็นการแข่งขัน Dental Quiz รอบชิงชนะเลิศ โดยนำผู้เข้ารอบ 3 ทีม มาตอบปัญหาบนเวที โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ดู,ดม,ฟัง,คิด น้องๆ ถึงกับงงในบางเรื่องจุดประสงค์ของเราก็เพื่อต้องการเผยแพร่ความรู้ในส่วนที่ต้องการให้ประชาชนที่มางานได้ทราบ มีเรื่องของไหมขัดฟัน น้ำมันกานพูลและสุดโหดคำใบ้ 5 ตัวคล้ายๆ เกมส์แฟนพันธุ์แท้ ยากมากๆ เช่น ลองท้ายกันดูนะครับ
1.เข้าๆ ออก , 2. ผู้ใหญ่ทำได้เด็กทำดี , 3.ทำแรงๆ เลือดออก
4. มีขนเป็นหย่อมๆๆ , 5. ใช้นานๆ จะบาน
ตัวอย่างคำใบ้ เอ๋ คิดว่าเป็นอะไรกันครับ...........
เฉลย...อย่าแอบดูนะ คำตอบคือแปรงสีฟัน
เป็นงง น้องๆ ยังงงกันเลยครับแต่เรียกเสียงฮา ได้มากครับ เราก็ได้แนะนำการเลือกแปรงสีฟัน ที่สำคัญข้อนี้ตอบผิดติดลบครับ สุดท้ายน้องจากโรงเรียนสตรีทุ่งสง ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศไป ครับ เก่งจริงๆครับ จบด้วยการมอบรางวัลทั้ง Dental show และ Dental Quiz


Dental show ประเภทประถม ชนะเลิศได้แก่ทีม รร.อนุบาลนครศรีธรรมราช ณ นครอุทิศ ชุดสาวโคโยตี้ อันนี้น้องกล้ามากครับ ที่ 2 ก็ได้อนุบาลเช่นกันชุดไมเคิลแจ๊คสัน ที่ 3 ได้แก่ทีมนาบอน ชนะเลิศได้ถ้วยรางวัลจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมเงินรางวัล 5000 บาท รองชนะเลิศ ได้เงินรางวัล 3000 บาท 2000 บาท และชมเชย รางวัลละ 1000 บาท งานนี้ได้รับทั้งสาระและความสนุกสนานครับ
โดยภาพรวมงานนี้ผ่านไปได้อย่างสวยงามบรรลุตามวัตถุประสงค์โดยให้ทุกกลุ่มอายุได้มีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นช่วงเด็ก วัยรุ่น วัยทำงานและผู้สูงอายุ ผ่านทางกิจกรรมต่างๆ ที่จัดได้อย่างลงตัวและสร้างสรรค์ เป็นการสร้างกระแสความสนใจในเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปาก งานนี้เราได้เชิญนักข่าวท้องถิ่นมาทำข่าว เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดกระแสสังคมที่ดีในการหันมาดูแลสุขภาพช่องปาก จากการประเมินผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความสนุกสนานและความรู้ มีคนที่เดินห้างให้ความสนใจ ตลอดทั้งงานมีผู้ชมตลอด เกมส์ที่สอดแทรกความรู้ทำให้เขาได้รับความรู้ใหม่ๆ จากการติดตาม พ่อแม่ที่มาลุ้นการแสดงและการประกวดของลูกก็พลอยได้รับความรู้ เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวครับ
ปีนี้เป็นปีแรกของเราที่จัดประกวด Dental show และ Dental Quiz ที่แรกทางทีมงานคิดว่าจะไม่มีใครส่งประกวดแต่ของความร่วมมือทุกอำเภอช่วยกันหามา โดย Dental show เราคัดเลือกจากการส่งคลิปวีดีโอมาประกวดก่อนแล้วให้มาแสดงจริงวันงานโดยคลิปก็ถ่ายง่ายๆ กับมือถือ 3 นาทีแล้วส่งเมลมาแล้วพิจารณาตามเกณฑ์ คือความคิดสร้างสรรค์ เนื้อหา การสื่อความหมาย ความสนุกสนาน การแสดงที่ได้มามีหลายรูปแบบทำให้เราได้นำมาโชว์ทุกรูปแบบ ก็ตื่นตาตื่นใจดี คนก็ให้ความสนใจมาดูโชว์ครับ ส่วน Dental Quiz เรามีทีมคณะกรรมการวิชาการออกข้อสอบคัดเลือกเหมือนเข้าเรียนทันตแพทย์ โจทย์ 50 ข้อให้ทำ 30 นาทีตรวจกันตรงนั้น เข้ารอบกันตรงนั้นเลยครับ ทีมงานเราเตรียมงานมาเกือบเดือนครับ กว่าจะได้งานนี้มาแต่เรียกว่าคุ้มมากครับ
ผมได้เก็บภาพงานและบรรยากาศมาให้ดูลองดูกันนะครับ เพื่อใครจะมีไอเดียมาพัฒนางานต่อในแนวทางที่สร้างสรรค์ก็ลองมาแลกเปลี่ยนกันครับ ยินดีรับข้อเสนอแนะนะครับ fundee09@hotmail.com

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551

งานมหกรรม “ ครอบครัวฟันดี ” นครศรีธรรมราช ประจำปี 2551






เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 51 มีโอกาสไปร่วมงานมหกรรมครอบครัวฟันดีนครศรีธรรมราช ประจำปี 2551 นครศรีธรรมราชเค้าเป็นเจ้าแม่เรื่องจัดงานอารมณ์ "มหกรรม" นี่ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่เค้าจัดเป็นประจำ ปีนี้ก็เข้าปีที่ 3 แล้ว ปีที่แล้ว ธีมของงานคือ "สายใยรักครอบครัว" ปีนี้ธีมคือ "ครอบครัวฟันดี"ค่ะ




เจอหมอตี้เจ้าภาพ สวัสดีทักทายด้วยพี่เค้าอาวุโสกว่าและอุตส่าห์ใจดีชวนเรามาเที่ยวงาน สอบถามได้ความว่า เคยจัดที่ห้าง ( อลังการกว่านี้) แต่ได้ชั่วครู่ คนร่วมงาน..เอ่อ...รวม staff ด้วยอ่ะ ก็มีอัน อันตรธานไปกับความยั่วยวนของห้าง ปีนี้เลยเปลี่ยนมาจัดที่อุทยานการเรียนรู้เมืองนครศรีธรรมราชแทน ที่ทางก็กว้างขวางดี ไม่มีสิ่งยั่วยุ...5555 staff งานนี้เป็นแบบอาสามาเองค่ะ ไม่บังคับ ใส่เสื้อทีมสีฟ้า เป็นความร่วมมือร่วมใจที่น่าชื่นชมยิ่งค่ะ ส่วนพี่เลี้ยสแม่งานกำลังวิ่งวุ่นอยู่เลยยังไม่ได้พูดคุยมากมาย








รอบนี้จะเน้นส่วนของนิทรรศการนะคะ ส่วนใหญ่เป็นไวนิลค่ะ เอามาฝากเผื่อใครจะเกิด แรงบันดาลใจและความสุขในการทำงานนะคะ

นิทรรศการจะมี 3 ส่วน คือ
1. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก เนื้อหาก็เป็นเรื่องต่างๆที่เราคุ้นๆกันนั่นล่ะค่ะ ทุกสาขาวิชา
2. บอร์ดเกี่ยวกับงาน มีทั้งเชิดชูเกียรติผู้ได้รับรางวัลปีก่อนๆ ประกวดเคล็ดลับทำให้ลูกชอบแปรงฟัน ฯลฯ เห็นแล้วชื่นใจค่ะ
3. บอร์ดเกี่ยวกับกิจกรรมในงาน ที่อยู่ตามฐานต่างๆ เช่น เซียมซี บิงโก ฯลฯ การจัดกิจกรรมที่นี่จะทำไปพร้อมๆกันค่ะ กิจกรรมการแสดงบนเวที เกมส์ต่างๆตามพื้นที่ว่าง กิจกรรมสอดคล้องกับห้องกิจกรรมของอุทยานและกิจกรรมประกวดครอบครัวฟันดีตามกลุ่มอายุที่ชั้นสองค่ะ





การประกวดครอบครัวฟันดีของที่นี่ มี 3 กลุ่มด้วยกัน คือ


1. เด็กเล็ก มากับผู้ปกครอง
2. เด็กในศูนย์ มากับผู้ดูแลเด็กและผู้ปกครอง
3. เด็กประถม มากับครู และผู้ปกครอง

วิธีการได้มาซึ่งผู้เข้าร่วมประกวดมี 2 วิธี คือ


1. จัดตั้ง คือ แต่ละอำเภอคัดเด็กมาก่อน เด็กต้อง caries free ( อันนี้เพื่อให้งานไม่โหรงเหรงหรือมาลุ้นระทึกว่าจะมีใครเข้าประกวดหรือไม่--ซึ่งก็ได้ผลดีเพราะดูบรรยากาศคึกคักสุดๆ)
2. open จากการประชาสัมพันธ์ โดยแผ่นป้าย แผ่นผ้า สปอร์ตวิทยุ ฯลฯ กรณีนี้หากมาสมัครแล้วเด็กมีฟันผุ ก็จะให้รางวัลปลอบใจ ไม่นำเด็กเข้าสู่เวทีประกวดแต่ให้ร่วมกิจกรรมอื่นๆได้ต่อไป

รางวัลจากการประกวด ขั้นต่ำ คือ ชมเชย ทุกชมเชยได้อย่างน้อย 500 บาทเป็นค่ารถกลับบ้าน ผู้ชนะเลิศได้รางวัล 3,000 บาท ( หูยยยยยยย...)





ขั้นตอนการพิจารณา
ยังกะประกวดนางงามเชียวค่ะ ตั้งแต่สัมภาษณ์ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก ตรวจฟันเด็ก ผู้ปกครอง ผู้ปกครองสาธิตวิธีการทำความสะอาด ( ที่มีตั้งโต๊ะและปูเสื่ออ่ะค่ะ ) กว่าจะผ่านเข้ารอบได้....และแล้วก็ประกาศผลรับรางวัลกันค่ะ...เย้ๆ




มีพิเศษนิดนึงคือ เค้ามีการเชิดชูเกียรติ ผู้สูงวัย 80 ปีฟันดี เชิญมาสัมภาษณ์บนเวทีในงานด้วยค่ะ แต่ที่พัทลุงมีเพิ่มเติมคือประกวดคู่แต่งงานตัวอย่าง (สามีและหญิงตั้งครรภ์ฟันดี) ค่ะ ซึ่งกิจกรรมนี้เราไม่พบที่นครศรีธรรมราช ในวันนั้น งานสนุกสนานน่าตื่นตาตื่นใจผู้คนมากมายขนาดนี้ จึงต้องประชาสัมพันธ์งานดีงานเด่นจากเมืองนครศรีธรรมราชไปทั่วเมืองไทยกับวารสารทันตภูธรเล่มนี้จ้ะ

จากป้าหมีจ้ะ


วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กิจกรรมรับน้องทันตบุคลากรใหม่ วันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2551



ณ. กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 ตำบลสี่ขีด อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
ทพ.ธณัฏฐนนท์ อัศววัฒฑกี รพ.เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
และ ทภ.ชุติมา พงศ์อำไพ สสจ.นครศรีธรรมราช........เก็บมาฝาก


ได้ฤกษ์ เปิดบ้านทันตบุคลากร จังหวัดนครศรีธรรมราช ดินแดนธรรมะ ปีนี้มีน้องใหม่ที่เข้ามาทำงานในจังหวัดนครศรีธรรมราชเยอะมาก 18 คน (ทันตแพทย์ 7คน ทันตาภิบาล 11คน) ซึ่งมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ทีมงานรับน้องใหม่ปีนี้นำโดย ทพ.ธณัฏฐนนท์ อัศววัฒฑกี (หมอรอง) จาก รพ.เทศบาลนครนครศรีธรรมราช และ ทพญ.อวิกา พิมเสน (หมอหนิง )รพ.สิชล มีกิจกรรมโดยรวมเน้นเรื่องความรักความสามัคคีในกลุ่มพี่น้องร่วมวิชาชีพ ไม่มีความรุนแรง ไม่มีสีสเปรย์มาพ่นหลังอย่างที่มีข่าวกัน เรานำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ฝึกความอดทนในการผจญด้านต่างๆ ในค่ายทหาร กติกาคือถ้ามีน้องใหม่ร่วมกิจกรรมใด ขอให้พี่ที่มาจากโรงพยาบาลเดียวกันร่วมกิจกรรมด้วย แต่เกินคาดครับมีพี่ๆ สมัครใจเล่นกับเราหลายคน

งานเริ่มขึ้นที่เวลา 10 นาฬิกาเศษ ท่ามกลางแสงแดดจ้า ท้องฟ้าสดใส ของวันที่ 20 มิถุนายน 2551 ณ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 อำเภอสิชล ทีมวิทยากรนำโดย ร้อยเอกประเสริฐ สายทองแท้ หัวหน้าหน่วยยุทธการ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 และพี่ๆทหารใจดีอีก 7 คน พวกเราแบ่งกลุ่มพี่น้องโดยใช้ผ้าพันคอ สีม่วงเป็นน้องใหม่ ของพี่สีเหลือง แรกๆ พี่ทหารเขาก็เกรงๆ ว่าเป็นหมอกันทั้งนั้นจะเล่นอะไรดี แต่น้องและพี่ชาวทันตฯนครก็ทำให้เขาเห็นแล้วว่าหนูทำได้ ไม่มีมาด ไม่มีแสตนด์อิน เล่นกันจริง เล่นกันทุกคน ฐานแรกก็สนุกสนานด้วยกิจกรรมละลายพฤติกรรม โดย พี่ๆ ทหารมาเต้นแรงเต้นกา เห็นน้องหมอและพี่หมอหลายท่านในบทบาท ที่น่ารักน่าเอ็นดู กลับมาเป็นเด็กสมัยเรียนกันอีกครั้ง

ต่อจากนั้นก็เป็นการทดสอบสมาธิ ความกล้าหาญ ด้วยการยิงปืน M16 กิจกรรมนี้ไม่ได้เตรียมเพื่อไปออกสนามสามจังหวัดชายแดนนะครับ แต่เพื่อเป็นการฝึกสมาธิและการป้องกันตัว ก็ได้เห็นน้องๆ หลายคนเห็นหน้าตาสวยๆ ก็ยิงเข้าเป้าเต็มสิบคะแนนหลายคน แต่บางคนก็ใจดีทำฟันอย่างเดียวเรื่องปืนผาหน้าไม้ เป้าสะอาด ก็สร้างความสนุกสนานและประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หาซื้อไม่ได้



หลังจากที่ผ่านเสียงดังๆ จนต้องหูอื้อไปตามๆกันเท่านั้นยังไม่พอ เรายังทดสอบความกล้าของน้องๆ ด้วยการกระโดดหอสูง 34 ฟุต ทดสอบกำลังใจและความกล้า โดยมีพี่ที่อายุมากๆ แล้วกระโดดเป็นแบบอย่าง ก็เห็นเงียบๆ กันหลายคนแต่โดดร่มกันเก่ง เสียงดีกันทุกคน ท่ามกลางสายฝน อีกทั้งบางคนยังขอกระโดดครั้งที่ 2 ให้แน่ใจว่าตัวเองกล้ากระโดดจริง ไม่ใช่ถูกผลักลงมา แม้ฝนฟ้าจะไม่อำนวย เสื้อผ้าเปียกชุ่มน้ำแต่ใจก็ยังสู้ เพราะสนุกมาก ประสบการณ์นี้มีการประดับปีกและ เกียรติบัตรรับรองความสามารถทุกคน

ถึงเวลาพักรับประทานอาหารบรรยากาศพี่กับน้องกินข้าวกล่องที่ค่ายทหาร และตอนบ่ายก็มีกิจกรรม walk rally มีทั้งหมด 4 ฐาน ใช้ธงลูกโป่งนำ ต้องรักษาธงลูกโป่ง เดินกันไปเป็นกลุ่มมีเชือกคล้องกันรวมกลุ่มกันไว้เดินยากลำบาก แต่หลายคนก็สนุก ฐานต่างๆ พี่ๆทหารเตรียมมาให้น่ารักมาก ไม่มีความรุนแรง และมีพี่ๆ ทันตบุคลากรค่อยป่วนอยู่ทุกฐาน ขโมยเจาะรูโป่ง แกล้งน้องเล็กน้อย พอสนุกสนาน บรรยากาศเป็นกันเอง และอบอุ่นมาก ทุกฐานวิทยากรสรุปให้ความรู้เรื่องการทำงานเป็นทีมและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

หลังจากผ่านฐานทั้งหมดแล้ว กิจกรรมสุดท้ายที่ทางผู้จัดได้ขอร้องให้พี่ทหารจัดให้คือการดำรงชีพในป่า การเลือกพืชผักมาเป็นอาหาร / การหาน้ำดื่มจากพืช / ฝึกการสังเกตการเลือกกินอาหารกลางป่าในภาวะคับขัน การเตรียมอาหาร โดยวิธีธรรมชาติ การหุงข้าวกับกระบอก ไม้ไผ่ ทั้งชนิดปิดจุก และเปิดกระบอกด้านข้าง สุดท้าย ทุกคนก็ได้เรียนรู้ว่าอะไรกินได้ กินไม่ได้ ได้เรียนรู้การก่อไฟในป่า และที่สำคัญได้ลองประกอบอาหารด้วยหม้อสนาม หุงข้าว ทำกับข้าวกันจริงๆ บางคนอาจไม่เคยทำเลย ก็ได้มาลองทำสนุกสนานพี่น้องร่วมกันทำและมีทหารคอยช่วยเหลือ แนะนำอย่างใกล้ชิด

กว่าจะปรุงอาหารเสร็จความมืดค่อยๆมาเยือน มีเสียงดนตรีจากแมลง ต้องเร่งมือ และนำอาหารที่ช่วยกันปรุงมาแลกเปลี่ยนกันกับกลุ่มอื่น ๆ และทุกคนกินอาหารที่ปรุงเองหมดทุกฐาน ซึ่งทันตบุคลากรทั้งรุ่นใหม่ และเก่า (เก๋า) ล้วนเข้าร่วมฝึกกันอย่างจริงจังทุกกิจกรรม ไม่เสแสร้ง แม้ทุกคนจะเหนื่อยล้า แต่ก็ใจสู้ เป็นที่ถูกใจของทีมวิทยากรยิ่งนัก แต่เวลาน้อย (มืดแล้ว) พิธีติดปีก และมอบเกียรติบัตร ต้องดำเนินการเร่งรีบ มีเพียง ทพ.ทวี จันทามงคล รพ.ทุ่งสง ได้เป็นตัวแทนรับมอบเพียงผู้เดียว




ณ ห้องอาหาร โรงแรมประสานสุขวิลล่า ชายหาดสิชล ในยามเย็นคับคั่งไปด้วยหมอฟันท่ามกลางสายฝนที่เย็นสบาย (ตั้งแต่ยามบ่าย จนกระทั่งเกือบหนึ่งทุ่ม) ความหิวก็มาเยือน พวกพี่ ๆ ที่มาเตรียมจัดบายศรีรับขวัญน้องใหม่ด้วยดอกไม้ที่สวยงาม และแสงเทียนที่สว่างไสวในยามค่ำ ในขณะที่น้องใหม่ทุกคน ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดชายหาดแล้ว ความเหนื่อยและอ่อนหล้า เริ่มจางไป แต่เมื่อถูกรุ่นพี่จับปิดตา ก็เกิดความกังวลอยู่ลึกๆ กว่าจะเดินจากห้องพักถึงห้องอาหารที่จัดเตรียมไว้รับขวัญรับน้องใหม่ ก็ 2 ทุ่ม พิธีกรรับเชิญคืนนี้ ได้แก่ หมอรอง และหมอเปิ้ล (ทพญ.สุภา เนตรจรัส ศูนย์อนามัยที่ 11) เป็นคู่ขวัญที่น่ารักมาก

พิธีรับขวัญน้องใหม่ก็เริ่มขึ้น ภายใต้เสียงเทียน น้องๆ เดินปิดตามา พบกับพี่ๆๆ ที่ล้อมรอบน้องมาพร้อมรับขวัญน้องอย่างตั้งใจ ด้วยการสวมมาลัยดอกไม้ จาก พี่ๆ อาวุโส ผูกข้อมือรับขวัญน้องใหม่ และอวยพรให้กำลังใจ ท่ามกลางเสียงเพลงที่ไพเราะและมีพิธีบายศรีสู่ขวัญอย่างง่ายๆ อบอุ่น และรับประทานอาหารร่วมกัน เอ๊ะ สงสัยทำไมกินจากค่ายไม่อิ่มเหรอ ไม่ใช่ไม่อิ่มหรอก แต่เหนื่อยมาก มีอะไรกิน ก็เลยกินอีก ต่อจากน้องก็เป็นเวทีกลางคืน แนะนำน้องๆ ประกวดโหวตน้องที่แนะนำตัวโดดเด่น และ มอบรางวัลจาก ทันตแพทย์ สสจ. โดยพี่ใหญ่(หมอตี้) และมีการแสดง เล่นเกมส์แจกรางวัลอีกมากมาย มีพี่ๆ แต่ละโรงพยาบาลเกือบทุกแห่งเข้ามาร่วมงานในวันนี้ เป็นการบ่งบอกถึงความรู้สึกของพวกเราจะได้ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข น้องใหม่หลายคนมีความสามารถเฉพาะตัวสูง ฉายแวว Dent star เต็มท้องฟ้าในคืนเดือนมืด อีกทั้งจัดกิจกรรม Entertain ได้ดี ทำให้งานคืนนี้สนุกสนานและเป็นกันเองอย่างแท้ (มีแต่พวกเราล้วนๆ) ต่อจากนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน แต่เสียงกระชิบบอกว่าบางห้องก็ไม่ได้พักผ่อน กีฬาฝึกสมองประลองปัญญา ได้เริ่มขึ้นในยามดึกอย่างสนุกสนาน

วันรุ่งขึ้น น่าเสียดายกับหลายคนที่ตื่นสายไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าตรู่ บรรยากาศที่สะอาดและสวยงาม หลังอาหารเช้าพวกเรากลุ่มมีภารกิจที่ต้องกลับมาทำงาน แต่กิจกรรมรับน้องยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งน้องใหม่ก็ตามพี่ๆขึ้นรถบัสทหาร ไปร่วมทำบุญร่วมกันเพื่อให้น้องๆ ที่เข้ามาทำงานได้รับศิริมงคลในการทำงานได้พบแต่สิ่งดีๆ ก็ได้ไปถวายสังฆทานที่วัดวิเวกทายิการาม อำเภอสิชล พระอาจารย์ให้พร ทุกคนรับศีลอิ่มอกอิ่มใจกันไปตามๆ กันก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาวิชาภูมิศาสตร์ และธรรมชาติที่สวยงาม ในอำเภอขนอม ซึ่งสมาชิกก็ลดน้อยลงไปบ้างเพราะพี่ๆ ต่างติดภาระงานกัน ก็ไม่เป็นไรยังเหลือ staff ที่น่ารัก เดินทางโดยรถทหารไปที่เขาวังทอง อ.ขนอม ได้เข้าไปชมถ้ำ หินงอกหินย้อย แหล่งท่องเที่ยวที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีด้วยหรือที่นครศรีธรรมราช ถ้ำเขาวังทอง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่งดงามแห่งหนึ่ง ภายในถ้ำนอกจากจะเห็นหินงอกและหินย้อยทั่วๆไปแล้ว ยังพบหินก้อนใหญ่มีลายดอกกุหลาบชัดเจน เป็นจุดขายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาชื่นชมได้มากทีเดียว อีกทั้งมีเด็กอายุ 7ขวบเป็นมัคคุเทศก์ นำทางในถ้ำมืดที่มืด โดนเด็กหลอก เด็กแกล้งกันไปตามๆ กัน ทำให้พวกเรารักเด็กกันยิ่งขึ้น



หลังที่เหนื่อยกันกับการชมถ้ำกว่า 1 ชั่วโมงเราก็ไปพักรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านกุ้งเผา อ่าวท้องเนียน บรรยากาศ สบายกินอาหารริมทะเล หาดทรายสีขาว พี่น้องเมาส์กันมันส์ สนุกสนาน เมาส์กันอิ่มกว่ากินข้าวเสียอีก (เอ๊ะ ! ยังไง) รับประทานอาหารเสร็จแล้วก็เข้าที่พักที่ อลงกตรีสอร์ท อ.ขนอม ให้น้องๆ พักผ่อนกันตามอัธยาศัย ( อ๊ะ ! เปลี่ยนที่พักอีกแล้ว) ได้เวลา 15.30 น. มาทำกิจกรรมชายหาด เริ่มด้วย บี้ลูกโป่งกันด้วยหลัง จับคู่กันแล้วบี้ แบ่งกันเป็นสองทีม น้องทันตาภิบาลสาวๆบี้แตกก่อนใครเพื่อน

หลังจากหมดไป 1 เกมส์ก็มาเล่นวิ่งกระสอบกันที่ริมทะเลทีมละ 7 คน วิ่งหมดก่อนชนะ เห็นหน้าตาเมืองๆ ก็เล่นแบบบ้านๆ กันได้ทุกคน น้องชายแมนมากวิ่งแทนป้าๆ ทีมเดียวกัน ต่อจากนั้น ก็เล่นกิจกรรมลิงชิงบอลฝึกความว่องไวและความสามัคคี เล่นเอา พี่มุท และพี่รองหอบกันใหญ่ เนื่องจากแก่แล้ว แต่ก็สนุกสนาน กันมาก หลังจากที่วิ่งเหนื่อยแล้ว ก็เปลี่ยนมาเล่นวอลเลย์บอลชายหาดทีมละ 7 คน กติกาใครใคร่อยากเสิร์ฟ ก็เสิร์ฟ อยากตีก็ตีเล่น เกมส์ 21 เห็น พี่ๆ สสจ.เล่นเก่งกันทุกคนเลยครับ เมื่อเหนื่อยกันมากก็ลงน้ำเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน แล้วแยกย้ายกันไปอาบน้ำ แล้วมาทานข้าวริมทะเล เสร็จแล้วก็นั่งเรือไปชมหิ่งห้อย แต่ไม่ค่อยเห็น เพราะฝนตก(อีกแล้ว) และกลับมาเราก็ให้น้องๆ พักผ่อนกันตามอัธยาศัย

สรุปกิจกรรมที่ทำมาทั้งหมด เน้นความสามัคคีเชิงสร้างสรรค์ ไม่มีความรุนแรง กิจกรรมที่ทำร่วมกันระหว่างพี่กับน้องเพราะเราเชื่อว่ากิจกรรมอะไรก็ได้ ที่สามารถเชื่อมความสัมพันธ์ได้ทั้งสิ้น จากการประเมินน้องๆ ก็มีความพึงพอใจ ได้รับประโยชน์ไม่เครียดและไม่รู้สึกกดดัน และไม่รู้สึกว่าถูกกระทำรุนแรง ทุกคนเต็มใจเข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่บังคับ ทำให้พี่น้องสนิทสนมกัน พูดคุยกันมากขึ้น น่าจะร่วมกันทำงานได้อย่างมีความสุข เป็นประโยชน์ระยะใกล้ที่เห็นได้….


วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

คุยกันฉันมิตร : “ คุยกับพี่ชุติมา ทันตาดีเด่น ภาคใต้ตอนบน ประจำปี 2549 ”




บทสัมภาษณ์ คุณชุติมา พงศ์อำไพ
เจ้าพนักงาน ทันตสาธารณสุข 6 งานทันตสาธารณสุข
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช


ทันตาภิบาล (รุ่นที่ 5) จังหวัดชลบุรี ปี 2517


พี่เลี้ยสจบทันตาภิบาล จากโรงเรียนทันตาภิบาล ศูนย์ฝึกและอบรมอนามัยภาคกลาง จังหวัดชลบุรี ปี 2517 รุ่นที่5 รุ่นนี้ มีนักเรียน 17 คนค่ะ ปัจจุบันเปลี่ยนสายงานไปเกือบหมดแล้ว ที่เหลือทำหน้าที่เป็นทันตาภิบาลบวกกับการเป็นเสมียนในฝ่าย เพียง 2 คน คือ ตัวพี่เลี้ยส กับน้อย – สุกัลยา ที่อยู่ สสจ.เพชรบูรณ์

ทำไมเลือกเรียนทันตาภิบาล ?
ก็คงเหมือนกับหลายๆคนที่เลือกมาเรียน ทันตาภิบาล คือผิดหวังเอนทรานซ์ ทำใจไม่ได้ อยากไปอยู่ที่ไหนก็ได้สักระยะหนึ่งเพื่อปรับสภาพจิตใจ โดยไม่เป็นภาระใคร อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจของครอบครัวไม่เอื้อให้เราทำอะไรตามใจตัวเอง พี่น้องทุกคนอยู่ในวัยเรียน เราไม่มีความรู้เกี่ยวกับทันตาภิบาล รู้ว่าทันตแพทย์ เรียน 6 ปี แล้วทันตาภิบาล เรียน 2 ปีจะทำฟันได้อย่างไร น่าลองดู เมื่อไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทุกอย่างฟรี เรียนจบแล้วได้เป็นข้าราชการ และที่สำคัญไปเรียนที่จังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพไม่มากนัก ไม่แออัด มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย คิดเอง เออเอง (ทั้งๆที่ พ่อไม่เห็นด้วยและไม่ไปส่ง ปกติพ่อจะไปส่งลูกๆ เข้าเรียนทุกแห่งด้วยตนเองเสมอ) การตัดสินใจครั้งนั้น แม้จะไม่ถูกใจพ่อ แต่ก็ไม่ถึงกับเสียหาย และเมื่อถึงวันนี้ก็พอใจ


ประสบการณ์ที่ผ่านมา
ประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ที่พี่ทำงานที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ธันวาคม 2517 จนถึงปัจจุบันรวม 32 ปี 6 เดือน สำหรับคนที่เพิ่งจบใหม่ๆ คงมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน แต่สำหรับพี่แล้วเพิ่งผ่านมาแป๊บเดียว แต่ละปีผ่านไปเร็วมาก


สิ่งที่พี่ทำดูเหมือนเป็นเรื่องไร้สาระ ทำเรื่องเล็กๆ ให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ก็น่าจะมีประโยชน์ เพราะผู้บริหารอนุมัติโครงการ และสนับสนุนงบประมาณมาตลอด ทุกโครงการ/กิจกรรมล้วนบรรจง ต่อเติม ให้เหมาะกับสภาพปัญหาในพื้นที่ ทำให้กลุ่มเป้าหมายได้รับผลประโยชน์อย่างทั่วถึง อีกทั้งยังสร้างขวัญและกำลังใจ ให้ทีมงาน และที่สำคัญตัวพี่เองมีความสุขและสนุกสนานด้วย

ช่วงแรก (2518 – 2528)
เริ่มด้วย สโลแกนที่ว่า เดินตามผู้ใหญ่ หมาไม่กัด เพราะได้มีโอกาสทำงานที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งมีพี่ๆ ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ และเปี่ยมด้วยคุณภาพ ยอมรับว่าทั้ง copy & apply (ลอกเลียนแบบและประยุกต์) ไม่ว่าจะเป็นแบบอย่างการทำงาน หรือ ทักษะการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะการออกอนามัยโรงเรียน ของพี่เสงี่ยม พี่ยุเรศ เจ้าหน้าที่ของกรมอนามัย ที่มาตั้งหน่วยระดับเขตอยู่ที่ สสจ.นครศรีธรรมราช ได้ร่วมงานกับทีมนี้มาตั้งแต่ต้น ได้เรียนรู้เรื่องการเตรียมข้อมูลที่จะนำมาใช้ในการจัดทำแผนงานโครงการฯ อีกทั้งตามเขาไปนิเทศงานที่สถานีอนามัย เพราะอยากไปเที่ยว ตรงนี้ทำให้พี่ได้พบกับเจ้าหน้าที่ประจำสถานีอนามัย สาธารณสุขอำเภอ ที่น่ารักหลายท่าน หลายแห่งมีเจ้าหน้าที่เพียงคนเดียว ทำงานทุกอย่างเหมือนกับที่ทำงานเป็นบ้านของตนเอง แม้แต่การบริหารจัดการบางแห่ง ทำให้งง ตื่นเต้น แต่บางครั้งก็ดูเป็นเรื่องสนุกสนาน มีอยู่หลายแห่งที่เห็นแล้วประทับใจตั้งแต่ การปรับปรุงภูมิทัศน์ และการตกแต่งภายใน การจัดเตรียมข้าวของ มีแผนปฏิบัติงานและผลงานที่พี่เห็นได้ และบุคลิกภาพของเจ้าหน้าที่

สรุปแล้วคิดว่า ร้อยละ 60 อยู่ที่ตัวบุคคล อีกร้อยละ 40 น่าจะเป็นปัจจัยอื่น เช่นสภาพภูมิศาสตร์ ความเชื่อ เศรษฐกิจของประชาชน องค์กรชุมชนในสมัยนั้น ก็มีผลกับการพัฒนาสถานีอนามัยมาก เป็นประสบการณ์ที่หลากหลาย ทำให้เห็นสภาพภูมิประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชค่อนข้างชัดเจนขึ้น ซึ่งมี 20 อำเภอในขณะนั้นค่ะ บางพื้นที่ที่ค่อนข้างจะแห้งแล้งและกันดาร น้ำดื่มน้ำใช้ที่เขาบอกว่าสะอาด นำมาให้เราล้างเครื่องมือ และให้เด็กบ้วนปาก มีสีค่อนข้างเข้ม เหมือนมีสารอื่นเจือปน จะใช้ได้อย่างไรล่ะ แต่ก็ต้องใช้ เพราะนั่นดีที่สุดแล้ว (เป็นน้ำฝนที่รองจากหลังคาใบจาก) กลับมานอนไม่หลับ แผลถอนฟันเด็กจะติดเชื้อหรือเปล่าน้อ ?

เห็นความแตกต่างของอนามัยในช่องปากของเด็กในพื้นที่ราบเชิงเขา กับที่ราบชายฝั่งทะเล ซึ่งสภาพภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน ภาพเด็กในชนบทที่ด้อยโอกาสจะเข้าถึงการบริการทันตกรรม เกิดแรงบันดาลใจขึ้นโดยไม่รู้ตัว เริ่มจริงจังกับโครงการทันตกรรมเคลื่อนที่ในโรงเรียนอย่างต่อเนื่องอยู่หลายปี (ประชุมครู คัดกรอง ให้บริการ สอนทันตสุขศึกษาในชั้นเรียน ช่วงที่มีน้องจบใหม่มารายงานตัว ก็ให้เริ่มด้วยโครงการนี้ก่อน) นอกจากได้งานตามวัตถุประสงค์หลักแล้ว ทำให้พบเพื่อนครูหลายคน และยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ครูและนักเรียนทราบว่า นอกจากทันตแพทย์ที่จะให้บริการบำบัดรักษาโรคในช่องปากแล้ว ยังมีทันตาภิบาล ที่เป็นทันตบุคลากรของสาธารณสุข อีกสาขาหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือนักเรียนและประชาชนให้พ้นจากการเจ็บป่วยจากโรคในช่องปากได้อีกแรงหนึ่งด้วยเช่นกัน



ช่วงที่ 2 (2529 – 2537)
มีฝ่ายทันตสาธารณสุขเกิดขึ้นในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ทันตบุคลากรเพิ่มขึ้น งานทันตสาธารณสุขเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ HFA ทำให้งานส่งเสริมป้องกันชัดขึ้นทั้งในโรงเรียน และชุมชน งานเอกสารเพิ่มขึ้น งานบริการลดลง รวมทีมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายเข้าชุมชน ทำให้บทบาทของผู้จัดการ ทันตาภิบาลและเสมียนชัดเจนขึ้นค่ะ เพราะทันตแพทย์จะใช้ทุนหมุนเวียนจะอยู่กับเราไม่นาน (ต้องอำนวยความสะดวกหน่อย เพื่อเขาจะได้อยู่กับเราได้นาน ๆ นพ.สสจ.บอก) ถามว่า มีปัญหามั้ย มีนะแต่น้อยมาก เพราะเรามีทันตแพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และโรงพยาบาลทุ่งสง ให้ความช่วยเหลือ และหัวหน้าฝ่ายอื่น ๆ โดยเฉพาะ พี่วีณา (หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์) คอยติดตามงานชิ้นสำคัญ ๆด้วยตนเอง


ช่วง ที่ 3 (2538 - ปัจจุบัน)
ค่อนข้างจะสบาย (สมอง) หน่อย เพราะมีทันตแพทย์ 2 คน ( ทพ.สำราญ ปิตากุลดิลก & ทพ.ทรงศักดิ์ นาคสังข์ ) แม้คนหลังไม่เคยทำงานอยู่ใน รพช.เลย แต่ก็ Enjoy อยู่ตรงนี้ ได้ 10 กว่าปีแล้ว ผลัดกันเป็นหัวหน้า ผลัดกันเป็นลูกน้อง ไม่มีปัญหาจุกจิก แต่มีงานอื่น ๆเยอะมาก (บางครั้งพี่ไปรับงานเหล่านั้นมาเอง แต่หมอไม่บ่นเลย คงแอบสะใจอยู่ก็ได้) ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ท้าทาย ทำให้น้อง ๆ ในฝ่ายมีงานทำกันตลอด ทั้ง ๆที่เขาต้องทำงานคลินิกเต็มวันอยู่แล้ว ต้องมาช่วยพี่อีก ดูจะเหนื่อยกว่าพี่อีก น้องเล็ก...สุคนธ์จะเป็นมนุษย์ IT และ น้องน้อย ..ชลิดา ก็ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานทุกอย่างได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ


ความคับข้องใจ เพราะไม่ได้ดั่งใจ

งาน/โครงการตามนโยบาย ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา แต่เมื่อจังหวัดนำมาปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมให้เหมาะกับความต้องการและถูกใจทีมงานโดยเฉพาะพี่เอง จะดูความครอบคลุม ทั่วถึง ให้มากที่สุดซึ่งงบประมาณจะต้องหาเพิ่มเติม จากไหนล่ะ หลายครั้งที่ต้องเสียใจเพราะหัวหน้าที่ไป ต่อรองมาไม่ได้ บางครั้งก็นำวิชาเทพมาช่วย แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร หรือทีมงานของสสจ. เป็นอย่างดี

ความขัดแย้งจากการสื่อสารที่ไม่เข้าใจในเจตนา
เช่น ผู้ใหญ่ให้เราไปออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ แต่บอกว่าไม่ต้องเอาเครื่องมือไปถอนฟันก็ได้ ตรวจ คัดกรอง จ่ายยา ตามอาการ แล้วส่งต่อมารับบริการที่สสจ. หรือโรงพยาบาล ทำให้งง เอ.. ให้เราไปทำไมละ เด็กและชาวบ้านเขาจะไปหาหมอฟันที่ไหน โรงพยาบาลจังหวัดก็อยู่ไกล ถนนหนทางก็ไม่สะดวก รู้สึกอึดอัด และคับข้องใจเป็นที่สุด แสดงว่าผู้ใหญ่สมัยนั้น เขากลัวเราจะทำเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้น ( เพราะความรู้อันน้อยนิดของเรา)สรุปว่า การสื่อสารที่ดี การประสานงานที่ดี การมีมนุษยสัมพันธ์ แก้ปัญหาได้เกือบทุกเรื่อง โดยเฉพาะจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันของทีมงาน แต่คิดว่าไม่เป็นไร รับได้ เพราะทุกคนมุ่งผลประโยชน์ส่วนรวมเหมือนกันค่ะ


ดูแล้วทุกอย่างแทบไม่ใช่ปัญหา

อยู่ที่ตัวเรา จะคิดว่าสิ่งเล่านี้เป็นปัญหาหรือเปล่า



แนวคิดการทำงาน จากประสบการณ์ตรง
พี่คิดว่า อย่างแรก น่าจะเป็นการเตรียมตัวเองให้พร้อม ทั้งสุขภาพกายต้องดีตามวัย และจิตใจที่เข้มแข็ง อย่างมีสติ
อย่างที่สอง ต้องพัฒนาตนเอง ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคนิคและเครื่องมือเครื่องใช้ ให้เพียงพอที่จะทำงานงานยุคโลกาภิวัตน์
อย่างที่สาม ต้องจัดทำข้อมูลพื้นฐาน ที่เป็นปัจจุบัน และแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
สี่ ต้องมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม (และให้ถูกใจคนทำบ้าง ) จริงอยู่การบริหารจัดการอาจจะต้องเอาความถูกต้องมาก่อน แต่ถ้าถูกใจคนทำงานบ้าง ทำให้ความอยากที่มีอยู่ลึก ๆปรากฏออกมาเป็นภาพได้ชัดเจนขึ้น
และสุดท้าย ต้องเตรียมแผนงาน/โครงการล่วงหน้า (เพราะงานทันตสาธารณสุข ไม่ใช่เรื่องเฉียบพลัน) ดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความพร้อมก่อน อีกทั้งแหล่งงบประมาณ ก็ต้องชัดเจนด้วย

พูดถึงรางวัลที่ได้รับจากการทำงานหน่อย
(ทันตาภิบาลดีเด่นประจำภาคใต้ประจำปี 2549 )
พี่ชอบทำงานสนุกๆสบายๆ ทำวันนี้ ให้ดีที่สุด ไม่ชอบการประกวด การแข่งขัน เพราะทำให้เกิดความกังวล ดีของเรา อาจจะไม่ใช่ดีของคนอื่นๆก็ได้ มีเพื่อนสมัยมัธยมฝากในสมุด บันทึกว่า “ จงทำดี แต่อย่าให้เด่น จะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็น เราเด่นเกิน ” ตอนหลังมาอ่านเจอเป็นงานเขียนของ ท่านพุทธทาส แต่เมื่อ “สวรรค์มีตา ฟ้าเป็นใจ” ก็ขอรับไว้เป็นความภาคภูมิใจ แก่วงศ์ตระกูล ขอขอบคุณ หมอตี้ ทีมงานทันตสาธารณสุข ผู้บริหาร พ่อ – แม่ พี่ - น้อง และเพื่อนๆทุกท่าน ที่ให้โอกาส ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ขอขอบคุณ คณะกรรมการ คตสท. และคณะทันตแพทย์ มอ. ที่จัดกิจกรรมดีๆ อย่างนี้ขึ้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่คนที่ได้ทำดีมาอย่างต่อเนื่อง


สิ่งที่อยากทำต่อไป
เวลาที่เหลืออีก ไม่มากกว่าที่ใช้ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเวลาของราชการ หรือส่วนตัว ...ข้าราชการ สนับสนุนทุกโครงการที่จะทำให้ นักเรียน และประชาชนพึ่งตนเองได้ในการดูแลสุขภาพ และได้รับบริการทันตสาธารณสุข ครอบคลุมมากที่สุด และเหมาะสมตามสภาพ ...ส่วนตัว ดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระของคนรอบข้าง เป็นลูกกตัญญู ดูแลแม่ซึ่งอยู่ในวัยชราแล้ว อีกทั้งช่วยเด็กด้อยโอกาสตามสมควร และ...งานในไร่ ไม้ดอก ไม้ประดับกับสิ่งที่โปรดปรานอยู่ตั้งแต่วัยเด็กนั่นคือ....การท่องเที่ยว

มุมมองต่อวิชาชีพ ทันตาภิบาล
ถ้าในยุคนั้น คิดว่าตัวเองเลือกไม่ผิด ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและประชาชนด้อยโอกาส เป็นบุคลากรที่ขาดแคลน แต่ปัจจุบันแม้จะทำใจแล้วแต่ก็รู้สึกว่าถูกกีดกันจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นใบเบิกทางในการประกอบวิชาชีพ โอกาสการศึกษาต่อเนื่องในหลักสูตรที่สามารถยกระดับตำแหน่งของตนเอง เป็นไปได้อย่างไร หลักสูตรกำหนดไว้ตั้ง 40 ปีแล้วยังเหมือนเดิม เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยแค่บทบาทส่งเสริมสุขภาพ แต่ไม่เพิ่มคุณวุฒิ หันไปมองวิชาชีพอื่นจาก พื้นฐาน ม.ศ.3 หรือ ม.6 ในอดีต ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงระดับปริญญาตรี แต่หลักสูตร ทันตาภิบาล ม.ศ. 5 วิทยาศาสตร์ ในอดีต จนถึงปัจจุบัน จะ40 ปี แล้วยังเป็นเพียงประกาศนียบัตรเท่าเดิม (แม้จะต่อเติมคำว่าศาสตร์เข้ามาให้ดู เก๋ ๆ) เมื่อทวงถามก็ไม่มีผู้รับผิดชอบ ให้คำตอบที่เชื่อถือได้ แม้แต่สถาบันที่ผลิต ก็ไม่ได้สนใจ
แม้ในจังหวัดระบบกีดกันเรื่องการศึกษาต่อในอดีต เจ้าหน้าที่หลายคนคงมีประสบการณ์เรื่องนี้ เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน ผู้รับผิดชอบในจังหวัดตอบว่า ไม่ตรงสายงานบ้าง ขาดคนทำงานบ้าง แม้หลายคนจบปริญญาตรีมาแล้ว เมื่อกระทรวงให้โอกาสเปลี่ยนสายงานเพื่อปรับเปลี่ยนระบบเงินเดือนใหม่ ผู้บริหารระดับจังหวัด (นครศรีฯ) ยังอ้างว่าวิชาชีพนี้ขาดแคลน ไม่ให้เปลี่ยน ดูเหมือนจะดีนะเขาเป็นห่วงประชาชน แต่เขาทำร้ายทันตาภิบาลแล้วทันตาภิบาลไม่ใช่ประชาชนหรือ

สรุปแล้ว น่าจะเป็น บทเรียนของตัวพี่เอง หรือโชคชะตาที่ต้องเกิดมาเพื่อทำภารกิจนี้

สำหรับ เด็กรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาเรียนวิชาชีพนี้ 2 ปี อาจจะเสียเวลาเปล่าๆ ถ้าไม่อยู่ในหน่วยงานของรัฐ ไม่มีใบเบิกทาง เอกชนเขาไม่จ้าง นอกจากญาติพี่น้องเป็นทันตแพทย์ แต่ถ้าจะขออาศัยเป็นเส้นทางผ่าน เพื่อมีรายได้ส่งตัวเองเรียนต่อ เพื่อหาอาชีพที่เหมาะสมกับตัวเองใหม่ ก็ โอ เค อาชีพนี้สามารถทำรายได้ ดีในระดับหนึ่ง ที่จะใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจเพียงพอ
ส่วนน้อง ๆทันตาภิบาลที่ทำงานอยู่แล้ว ขอให้ตั้งใจทำด้วยใจ ทำแต่สิ่งที่ดีเป็นประโยชน์ ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างบริสุทธิ์ใจ พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เลือกรับแต่สิ่งดีๆ จากคนรอบข้าง มีความอดทน แค่นี้ พี่คิดว่าน้องๆ คงจะได้รับสิ่งดีๆ และมีความสุขในอาชีพนี้ฝากบอก ทันตแพทย์ทุกคน โดยเฉพาะ 14 จังหวัดภาคใต้ กรุณาให้ข้อมูลความจำเป็นที่ทันตาภิบาลต้องการเปลี่ยนสายงาน ต่อผู้บริหารระดับสูงด้วย อย่าอ้างเพียงว่า เมื่อให้เขาเปลี่ยนไปแล้วจะให้ใครช่วยทำงาน.... จะเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ


กับชมรมทันตภูธร
พี่คิดว่าชมรมทันตภูธรก่อตั้งขึ้นจากเจตนาดีของทันตแพทย์ภูธรกลุ่มหนึ่ง มีทันตาภิบาลเข้าไปร่วมงานบ้าง ประปราย จากจดหมายข่าว หรือจุลสาร พี่ได้ติดตามมาตลอด เพราะไม่มี สื่ออื่นๆ ในแวดวงของพวกเรา ยอมรับว่าทีมงาน มีความสามารถ น่าจะเป็นมืออาชีพ ในการสรรหา บทความ เนื้อหา สาระดี ๆจากบุคคลที่มีผลงานที่ถือเป็นแบบอย่างได้ อีกทั้งยังมีนักเขียนประจำคอลัมน์ เรื่องราวที่มาผูกเข้ากันแฝงไว้ด้วยความรู้ด้านเทคนิคในวิชาชีพ (ถ้ามีเวลา เก็บมารวมเล่ม เป็น pocket book) ปรับปรุงรูปเล่ม แบบปก สวยงามน่าหยิบอ่านมากขึ้น จริงแล้ว ไม่สวยก็อ่านเกือบทุกเล่มที่ได้รับ ขอให้ทีมงานสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ขอบคุณมากค่ะ

ทันตภูธรอ่อนหวาน : ครอบครัวฟันดีจังหวัดนครศรีธรรมราช



โดย ทพ.สำราญ ปิตากุลดิลก ทันตแพทย์ 8
สำนักสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช


จากแนวคิดการดูแลทันตสุขภาพเด็กปฐมวัยในโครงการ แม่-ลูก ฟันดี102 ปีสมเด็จย่าและโครงการโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว ที่เน้นงานอนามัยแม่และเด็กในทุกๆด้านประกอบกับเด็กในช่วงปฐมวัย 3 - 5 ปีเป็นช่วงที่มีอัตราการเกิดโรคฟันผุเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากปัจจัยหลายๆด้านได้แก่ พฤติกรรมการบริโภคอาหารและพฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพ ความรู้ความเข้าใจและทัศนคติต่อการดูแลฟันของผู้ปกครอง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชตระหนักในปัญหาเหล่านี้ จึงได้ร่วมกับโรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งกระตุ้นการดำเนินสุขภาพมาโดยตลอด กิจกรรมครอบครัวฟันดี เป็นอีกภารกิจหนึ่งที่เป็นการรณรงค์ เพื่อสร้างกระแสสังคมให้พ่อ แม่ ผู้ปกครองและครูพี่เลี้ยงจากทุกๆอำเภอ ได้ให้ความสำคัญและเอาใจใส่ดูแลอนามัยในช่องปากของบุตรหลาน และเด็กในปกครอง อีกทั้งเป็นการรวมพลัง ทันตบุคลากรเพื่อจัดกิจกรรมรณรงค์ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งตรงกับวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี