แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ -Jay-ac Changes the world แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ -Jay-ac Changes the world แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

Jay-ac Changes the world

Jay-ac

Changes the world


มีแต่คนรอบข้างมาบ่นครับ หน้าร้อนก็ร้อน หน้าหนาวก็หนาว ฝนก็ตกเช้าเย็นไม่ได้ไปไหนเลย ก็ว่ากันไป แต่ผมบ่นคือ ช่วงหลังๆ คนไข้ไม่มีแบบสาวๆ มาเลย(ห่อเหี่ยวนิดหน่อย) อย่าว่างั้นว่างี้เลยครับถ้าปี 2012 โลกเกิดแตกมาจริงๆ จะทำยังไง แต่ถึงจะแตกจริงผมก็ไม่กลัวครับ เพราะผมได้ทำสิ่งที่ผมอยากทำมาตลอด นั่นคือ การทำเพื่อชาติ เพื่อประชาชน และเพื่อในหลวง -*- (คนนั่งข้างๆ บอก แหวะ!!!)

ที่ผมทำงานอยู่เป็นพื้นที่ภูเขาครับ ชาวไทยภูเขาก็จะเยอะเป็นพิเศษ หลากหลายเผ่า หลายภาษา สิ่งที่คนไทยภูเขาเหล่านี้คิดคือ จะต้องให้ลูกได้คลอดที่โรงพยาบาล เพราะลูกจะได้เลข 13 หลัก ทันที ปัญหาจึงตามมาคือ ไมได้เข้ารับการฝากครรภ์อย่างที่ควรจะเป็น มีโอกาสมีปัญหาสูง

แต่ผู้คนที่มีอายุแล้ว อยากจะได้ เป็นคนไทยบ้างจำเป็นต้องไปที่ว่าการอำเภอ เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นคนไทย เจ้าหน้าที่เองก็มาบ่นกับผมหลายคนครับ ว่าชื่ออ่านยากเขียนยากมาก เช่น ชื่อ ชิโกโก่ จะออกเสียงเป็น ชิ-กอก หรือ ชิ-กะ-โล่ แล้วใครมันจะเขียนถูกล่ะครับ พอไม่ได้ดั่งใจก็จะโวยวายทันที ไม่เลือกหน้าอินทร์หน้าพรหมด้วย สิ่งที่ตามมาคือ การทำงานที่ล่าช้า

ชาวไทยภูเขากลุ่มหนึ่งจึงตั้งนามสกุลเอง แล้วก็ตั้งชื่อเอง ให้เป็นภาษาไทย แบบง่ายๆ ขึ้น เช่น นามสกุลเดิมชื่อ แซ่แว้บ ก็เปลี่ยนเป็น วรโชติไฟศาลกิจกุลการเจริญพาณิช ชื่อ อาเจ๊าะ เปลี่ยนเป็น ธีระเดช(ไม่ใช่เรื่องรถไฟฟ้ามหานะเธอนะครับ) สรุป จาก นาย อาเจ๊าะ แซ่แว้บ เป็น นาย ธีระเดช วรโชติไฟศาลกิจกุลการเจริญพาณิช เอาซิครับ แบบนี้ใครมันจะจำได้

แล้วเรื่องมันก็เกิดขึ้นครับ เมื่อทีมสาธารณสุขออกหน่วย แพทย์อาสาเคลื่อนที่ ประมาณนั้น ก็แจ้งให้ทุกคนในหมู่บ้านทราบ เมื่อเริ่มก็ให้ทุกๆ คนเอาบัตรมายื่นแล้วก็รออยู่ใกล้ๆ เพราะจะได้สะดวกเวลาเข้ารับบริการ (จากนี้ไปเป็นชื่อสมมุตินะครับ) ผู้ที่ทำการซักประวัติก็ประกาศชื่อไปเรื่อยๆ จนถึงนายธีระเดช ก็ไม่เห็นมา เลยคัดไปไว้ในลำดับหลังอีก 10 ลำดับ เรียกอีกก็ไม่มี จนคนเริ่มน้อย ก็เห็นหนุ่มคนหนึ่งนั่งรอ เลยเข้าไปถาม ก็ตอบว่ามารอตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่ได้ยินเรียกชื่อ เลยขอดูบัตร อ้าว (พระเจ้าช่วยกล้วยทอด) ชื่อ ธีระเดช วรโชติไฟศาลกิจกุลการเจริญพาณิช ครับ

เลยบ่นปนด่าว่า เขาเรียกชื่อตั้งนานแล้ว สรุปคือจำชื่อตัวเองไม่ได้ พี่คนหนึ่งจึงบอกว่า คราวนี้ได้ยินชื่อ ธีระเดช วรโชติไฟศาลกิจกุลการเจริญพาณิช ที่ไหนอีก ให้ไปหาที่นั่น พอซักประวัติเสร็จ ก็รอตรวจ เจ้าหน้าที่ก็ประกาศชื่อ นาย ธีระเดช วรโชติไฟศาลกิจ-กุลการเจริญพาณิช ผู้ซึ่งรู้จักชื่อตัวเองก็ลุกแล้วเดินไปครับ เดินเข้ามาใกล้ที่หมอตรวจ ใกล้เข้า ใกล้เข้า แล้วก็เดินห่างออกไป ออกไป ออกไป (นึกภาพตาม) ทุกคนที่รู้เรื่องมองตามครับ ว่าจะไปไหน แล้วเขาก็เดินไปหยุดที่หน้าลำโพง ทุกคนถึงกับฮาก๊ากใหญ่ครับ ก็ถูกครับ บอกว่าได้ยินเสียงเรียกชื่อที่ไหนให้ไปที่นั่น ก็ได้ยินที่ลำโพง ก็ไปหาที่ลำโพงสิครับ เขาเลยได้เป็นคนไข้ VIP ในวันนั้นไปเลย ไม่ต้องรอตรวจ รอรับยา คือให้ไปเลยไม่งั้นวุ่นทั้งงานแน่

ใครนะครับที่คิดจะเปลี่ยนชื่อก็จำไว้ให้ดีๆ ครับ ไม่งั้นได้อายชนิดสุดยอดแน่ๆ 555+

Jay-ac

ผมจะทำงานเพื่อชาติ เพื่อนประชาชน และเพื่อในหลวง

Jay.ac@hotmail.com

ปล.วรโชติไฟศาลกิจกุลการเจริญพาณิช ตามต้นฉบับเป๊ะเลยจ้ะ

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

My Workday

ปิดเทอมแล้วครับ มาพร้อมกับอากาศที่ร้อนมากมาย ห้องฟันที่ไม่มีแอร์(คอนดิชั่นเนอร์)(มิใช่แอร์กี่หรือแอร์ไก่แต่อย่างใด) จะร้อนเป็นพิเศษ (ร้อนระดับโลก) แบบว่าหากอุดฟันซี่ 7 บน แล้วมองไม่เห็น จะเหมือนดั่งเราอาบน้ำไปด้วยครับ (เหงื่อไหลไคลย้อย) ร้อนมาก (แนะนำผู้ทำงานในห้องเย็นๆ มาสัมผัสบ้าง)

ปิดเทอมสิ่งที่ดีๆ ก็มีครับ นั่นคือเด็กนักเรียนจะปิดเทอมมาทำฟันกัน (ออกแนวบ้ากามนิดๆ) คราวนี้สิครับ มาทีมาเป็นห้อง 10 กว่าคน คือจริงๆ แล้ว กลัวอ่ะค่ะ(คงกลัวหมอบ้ากาม แฮะๆ ล้อเล่นอ่า) ไม่กล้ามาคนเดียว เราเองก็ต้องพากเพียร ทำให้เสร็จ แล้วบอกว่า ทีหลัง แอบมาบ้างก็ได้ ไม่ต้องให้เพื่อนรู้ก็ได้

ทำให้นึกถึงตากับยายหลายคู่ ที่จะมาอนามัยที เอารถกระบะมา แล้วจอดรับคนไข้ตลอดทาง ประมาณว่าถอนฟันที 10 กว่าคน โห แล้วมานั่งรอนานบ่นว่าเราทำช้า แหม น่าจะ…ซะหน่อย

อีกอย่างครับคือ สงกรานต์ คนไข้มักเปียกมาทำฟัน ไอ้เราก็ไม่อยากเปียก คนไข้ก็เปียกประมาณว่า เปียกอย่างไร แต่ใจยังรักนะฮ้า !! -_-

เมื่อหน้าร้อนผ่านไป หน้าฝนย่างกรายเข้ามา ฝนสิครับคราวนี้ ไม่รู้จะตกไปไหนมากมายแล้วจะตก 3 เวลาครับ เช้า ตอนไปทำงาน เที่ยง ไปกินข้าว และเย็น ตอนเลิกงาน สรุปคือ ไม่มีเวลาไปไหนเลย

คนไข้แต่ละคน เท้าก็เต็มไปด้วยสิ่งที่เรียกว่า “ โคลน ” เดินมาที่อนามัยก็เปื้อนไปหมด เข้ามาที่ยูนิตทำฟัน และเปียกครับ ทั้งตัวและหัว ไม่เพียงเท่านี้ บางคนมาตอนบ่าย ทำก็ทำเสร็จแล้ว ฝนตกครับ กลับบ้านไม่ได้ เลยขอขูดหินปูนด้วยเลย (จริงๆ ผมไม่ค่อยชอบครับ ถ้าใครจะทำอะไรแล้วเปลี่ยนไปเป็นอีกอย่างผมจะไม่ชอบมาก เช่น อยากจะถอนซี่ 8 ที่อนามัยถอนไม่ได้เลยจะขูดหินปูนแทน คนเราน่าจะรักเดียวใจเดียวมากกว่า อิอิ)

เมื่อหมอกฝนจางลงก็ถึงคราวหมอกหนาในตอนเช้า ที่อนามัยหนาวมากครับ วันนั้นรู้สึกว่ามันหนาวมากผ้าห่มนวมยังหนาว มาดู 5-8 องศา ครับ หนาวมาก คนไข้ก็กลัวเจ็บครับ เพราะมันหนาว เราเองก็มือแข็งครับ คือถ้าสามารถถอนฟันโดยกำหมัดได้ คงทำไปแล้วครับ 5555+

บางวันยังอยากจะเอายูนิตสนาม ลงมาทำฟันกลางแดดเลยเพราะมันหนาวมาก เหมือนคุณครูหากหนาวมากๆ ก็จะมาสอนกลางแดด ครับ ไม่ว่าจะยังไงเรายังก็ต้องทำงานเพื่อในหลวงอยู่แล้ว ไม่เครียดครับ ช่วงนี้จะได้ยินว่าเพื่อนๆ ผมโดนหัวหน้าด่ามาก ยังไงหัวหน้าแต่ละที่ก็ลองคุยกับลูกน้องดีๆ นะครับ อย่าดุอย่าด่ากันเลยครับ

*** ปล. ขอเชิญ เข้าเว็บของชมรมทันสาธารณสุขภูธร
www.ruraldent.org บ้างนะครับ เพราะรู้สึกว่าจะมีคนเข้าไปดูไม่กี่คนเอง และกรุณาใช้คำให้เหมาะสม งดใช้คำหยาบคาย เราจะสร้างกลุ่มให้ดี ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนนะครับ ***

Jay-ac
ผมจะทำงานเพื่อชาติ เพื่อนประชาชน และเพื่อในหลวง
Jay.ac@hotmail.com 

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

Jay-ac Changes the world ตอน FACE / OFF



สวัสดีครับทุกท่าน และแล้วการทำงานก็ผ่านพ้นไปอีก 1 ปี ไม่รู้ว่าอย่างเราท่านจะได้ทำงานสบายกันเมื่อไหร่ (เหนื่อยๆ) ช่วงนี้เป็นบ้าเป็นหลังกันกับการ “เข้าแท่ง” ก็เป็นสิ่งที่ต้องรอการพิสูจน์กันต่อไปว่าดีหรือไม่ ใครยังไม่มีแท่งก็หาเข้ากันนะครับ ฮ่าๆ (อย่าเครียดครับ)

จากการทำงานมาหลายปี ทำให้ผมได้ค้นพบ สัจธรรมข้อหนึ่ง เข้าโดยไม่ตั้งใจคือ อาชีพทำฟันนั้น สงวนได้เฉพาะ บุคคลหน้าตาดีเท่านั้น คนหน้าตาน่ากลัว(ทำตัวน่าเกลียด)อย่างผม จึงไม่ค่อยมีคนเข้ามารับบริการสักเท่าไหร่ แล้วป้าๆ ที่อยู่โรงพยาบาลก็จะบ่นๆ ว่า ทำไมไม่รักษาล่ะ เขตของ สอ. นะ อยากจะบอกใจจะขาดเหลือเกินว่า ถ้าเขา(มัน)(คนไข้)มาก็จะทำให้หมด ไม่เคยไล่คนไข้กลับหรอก

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีประเพณีที่เราต้องไปเวียนเทียนกัน หลังจากผมเล่นกีฬาเสร็จก็ไปดื่มน้ำที่ตลาดตอนเย็นๆ พร้อมกับถามคนขายว่า (คนขายเป็นวัยรุ่นอายุ 17 ปี เพศ ชาย ) คนที่นี่เขาไปเวียนเทียนที่ไหนกัน น้องบอกมาทันทีครับว่า ต้องวัดXX นี่เท่านั้นสาวเยอะ(อ้าว แบบนี้น่าไป คิดในใจ)

เลยถามน้องต่อว่า “แล้วน้องไม่ไปหรือครับ” น้องว่า “ไม่ไปครับ เดี๋ยวโดนตี(ต่อย ทำร้ายร่างกาย) เพราะไปหาเรื่องเขาไว้เยอะ แต่ถึงไม่ไปหาเรื่องมัน มันก็หาเรื่องให้เราอยู่ดี” เลยถามเล่นๆ ไปว่า “ถ้าพี่ไปเนี่ย จะโดนตีมั้ย” คำตอบคือ “ไม่รู้ครับ แต่ไม่น่ารอด” 5555+ แล้วข้าพเจ้าจะไปให้เด็กมันทำร้ายทำไม ว่าแล้วก็เดินทางกลับมาอนามัยอย่างเดิม คิดได้อย่างหนึ่งว่า หน้าตาไม่ดีเนี่ยปัญหาเยอะจริงๆ

ตั้งใจว่าจะไปซื้อโคมลอย มาลอยเคราะห์ ซะหน่อย ไปซื้อเลยครับข้างๆ อนามัยมีขาย ป้าที่ขายบอกว่า วันนี้เขาลอยโคมกันที่ไหนจะบ้าเหรอ ทำอะไรก็ไม่ดี จึงเดินไปซื้อเทียนกะว่าจะมาไหว้เจ้าที่ซะหน่อย ซื้อเทียนหมดไป ร้อยกว่าบาท กะจุดให้ศาลเจ้าสวยระดับชาติ ชนิดที่ว่าใครผ่านต้องเข้ามาดู ว่าแล้วก็นำเอากระดาษมาเขียนแปลนศาลเจ้าที่ เปรียบเทียบขนาดของเทียน อันไหนวางก่อน หลัง

วางแผนอยู่ ครึ่งชั่วโมง ได้แบบแล้วครับสวยดี จะเอาให้สวยกว่าข้างอนามัยที่เป็นสถานีตำรวจ เริ่มเลยครับปักธูปปักเทียนตามมุม ตามขอบ ที่วาดไว้ เสร็จก็ไหว้ครับ บอกเจ้าที่ว่าวันนี้จะทำให้ศาลสวยสุดๆ (ยิ้มไปด้วย) ว่าแล้วก็จุดเลยครับ จุดแท่งนี้ติด อีกแท่งก็ดับ ลมก็พัดมาเป็นเวลา คือ เมื่อจุดได้ประมาณ 3 แท่ง ลมก็จะมาดับเทียน ไฟแช็ค ก็จุดจนนิ้วแดง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มจางหายไปครับ กลับกลายเป็นเหงื่อชุ่มหน้า จุดนานพอดู ไม่ติดเลย เลยกลับมานอนดีกว่า แล้วก็คิดกับตัวเองว่า “คนหน้าตาไม่ดีเนี่ย ทำอะไรก็ไม่ดี ขนาดเจ้าที่ ยังแกล้งเลย” -*-

ผมจะทำงานเพื่อชาติ เพื่อประชาชน และเพื่อในหลวง

Jay.ac@hotmail.com

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Jay-ac Changes the world : DENTAL AND BOXING




ผมทำงานมาได้ 2 ปี แล้วครับ จริงๆ แล้วทำเพื่อประเทศชาติมากกว่าอย่างอื่น เพราะแม้จะไม่ได้เงิน 4% ผมก็ไม่เครียด หรือตอนนี้ผมได้เงินเดือน 7,130 บาท ผมก็ไม่เครียด เพราะถ้าเครียดไปมันก็ทำให้เราทำงานไม่มีความสุข (อาจฟังเหมือนพูดดีเอาหน้า แต่ถ้ารู้จักผมจริงๆ จะรู้ว่ามันเป็นอย่างไร) เราทำงานแล้วมีเงินเดือน ชาวบ้านให้ความเคารพ แค่นี้ เราก็มีความเป็นคนเกินคนแล้วครับ

ครั้งหนึ่งผมได้มีโอกาสไปเป็นแพทย์ประจำเวทีมวย (ผมไม่ค่อยชอบกีฬาชนิดนี้สักเท่าไหร่ เพราะตอนเด็ก โดนเขาไล่ต่อยบ่อยครั้ง) เราก็คิดว่า ไม่เป็นไร ไปกับหัวหน้า คงแค่นั่งดูเท่านั้น ไม่น่าจะได้ทำอะไร วันนั้นมีมวย 5 คู่ครับ มีแต่คนแซวว่า ถ้านักมวยโดนน๊อค ผมคงวิ่งไปดูฟัน แต่เมื่อเอาเข้าจริงหัวหน้าหายครับ ไม่รู้อยู่ไหน เกิดแตกครับ คิ้วซ้าย ผมดูแผลไม่เท่าไหร่ แต่แววตาของนักมวยคนนั้น อ้อนวอนมาก “ ไม่เป็นไรครับ ต่อได้ ” ผมปล่อยออกไป เพราะมันกำลัง ยก 3 อีกไม่ถึง 2 นาที มาอีกละ คราวนี้ เลือดซึมพอดู จริงๆ แล้วจะยุติได้เลย แต่เขาขอว่า “ผมขอชกต่อครับ ผมไหว” “เกิดนายเท่งทึงไป เรามิเท่งทึงไปด้วยรึนี่ ” ผมคิดในใจ

ตามใจครับ ผมปล่อยไปชก โดนซับเลือด และ กดแผลเล็กน้อย เหมือนบีบแผลเวลาถอนฟันเสร็จ คราวนี้ถึงยก 5 ประมาณครึ่งยก แตกอีกคราวนี้เลือดออกมากมาย เรากะจะใจแข็งบอกว่า ไม่ไหวแล้ว เพราะว่ามันยกสุดท้ายแล้ว ยังไม่ทันได้บอกครับ นักมวยคนนั้นบอกว่า “หมอ(คงเมาหมัดที่เรียกแบบนั่น) ไม่เป็นไรครับ ผม ผม...ผม...ไม่ไหวแล้ว” ฮ่าๆๆๆ ได้แต่หัวเราะครับ แอบนึกสมน้ำหน้าในใจ ต่อมาจึงรู้ความจริงว่า หากชกไม่ครบยก ยิ่งน้อยยกเท่าไหร่ ถ้าแพ้จะได้เงินน้อยมาก ...มิน่า...

ยัง...ยังไม่จบครับ คู่สุดท้ายรุ่นใหญ่คู่เอกของงาน ใครชกกับใครไม่รู้ แค่มีคนหนึ่งครับ น่ากลัวมากมายตัวใหญ่กว่าผมอีก ผมสูง 180 cm หนัก 75 kg เขาตัวดำ หนา ฮึก (เป็นภาษาเหนือแปลว่า หุ่นบึก เหมือน กระบือ) ผมเห็นกลัวเลยครับและผมคิดว่าคงพูดไทยไม่ได้แน่ๆ (อาจเป็นชาวไทยภูเขา) แต่เขาเตะที เสียงดังมาก เงียบไปทั้งสนามเลยครับคู่ต่อสู้ทั้งชกทั้งเตะ เขาไม่สะเทือนเลยครับ แล้วจะเข้าไปในรัศมีเตะไม่ได้เลย ผมคิดว่าโดนเตะทีเดียวน่าจะลงไปนอนให้นับเลย ทีเดียวจอด และแล้วก็เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น เมื่อหัวทั้ง 2 เกิด ชนกันเข้า ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ผมภาวนาให้เขาอย่าเป็นอะไรกันเลยเพราะบางที ผมอาจโดนเตะบ้างหากทำให้เขาไม่พอใจ (น่ากลัวจริงๆ)

ผมนับถือคนที่พากษ์มวยมาก เพราะทันทุกมุก รู้จักทุกคน แซวได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ชาวบ้านถึงนายกเลยครับ ทีแรกตั้งใจว่าจะมาดูสาวๆซะหน่อย มีครับ มีน่ารักหลายคนเลย กะจะจีบก็มีครับ พอหัวหน้ามา คุยกันเรื่องนี้หัวหน้าบอกว่า ก็เอาสิ สาวที่ชอบดูมวยคิดได้อย่างเดียว “ซาดิสส์ ”


Jay-ac
ผมจะทำงานเพื่อชาติ เพื่อนประชาชน และเพื่อในหลวง
Jay.ac@hotmail.com


วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Darkness Power



มันคือพลังด้านมืดครับ มักได้ยินในหนังเรื่อง Star Wars ซะเป็นส่วนมากครับ มันคือพลังอิทธิพล ด้านมืด ของแต่ละบุคคล หลายท่านที่อ่านอยู่นี้อาจเคยโดนพลังเช่นนี้มาแล้วมากมาย ผมจึงจะนำเอาประสบการณ์มาเล่นให้ฟัง

เริ่มด้วยพลังของคนดอย (ชาวเขา+บุคคลที่อาศัยอยู่บนที่สูง) หากเมื่อมาทำฟันกับเรามักมีความรู้สึกที่แตกต่างออกไป นั่นหล่ะครับ พลังด้านมืด มันจะมีอะไรสักอย่างที่มากระทบจิตใจของเรา จึงทำให้เราต้องตั้งใจทำฟันมากขึ้น (?)

ตามมาด้วยเหล่าคณะ ครูอาจารย์ ทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะมาด้วยอาการแบบไหน ท่านจะสามารถอธิบายตั้งแต่สมัย สุโขทัย แลอยุธยาศรีรามเทพนคร จวบจนถึง กรุงรัตนโกสินทร์ศรีสมร คือสามารถเล่าตั้งแต่เริ่มมีอาการครั้งแรก จนถึงอาการสำคัญที่มาในครั้งนี้ และเมื่อยามที่เราลงมือปฏิบัติทันตกิจกรรม เรามักจะมีระดับการทำที่แปลกออกไปโดยที่เราไม่รู้ตัว นี่ครับ คือพลังด้านมืดของครูบา อาจารย์

แม้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ของเราเองก็มีเหมือนกัน แต่หากจะแตกต่างกับคณะครูเล็กน้อยคือ ท่านจะมีอาการกลัวการทำฟันมาก (ใครไม่ใช่อย่าโวยวายนะครับ) ซึ่งท่านบอกว่าให้เอามีดมากรีด เอาปืนมายิงได้เลย ไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย แต่หากจะให้มาทำฟัน ยังต้องนั่งคิดนอนคิดหลายวัน กว่าจะตกลงปลงใจมาได้ แล้วเหตุการณ์เหล่านี้เองที่ทำให้ พี่ตำรวจ เกิดพลังด้านมืดขึ้นมา เราจะไม่กล้าทำแรง แม้แรงเราจะรู้สึกผิดมาก (ฮ่า)

แต่คนไข้ผมคนนี้มีพลังด้านมืดที่ใครมิอาจมีได้ง่ายๆ พี่เขา ไม่ได้เป็นทั้ง ครู หรือตำรวจ หากเป็นแค่เพียง ประชาชนธรรมดาคนหนึ่งที่กินข้าวแกง แล้วกินน้ำตาม (จะบอกทำไมเนี่ย) จริงๆแล้วฟันของพี่แกทำไม่ยากหรอกครับ ฟันซี่ 46 (ผมไม่ค่อยชอบทำฟันบนเท่าไหร่ครับ อิอิ) อายุก็ ปาเข้าไป 40 กว่าแล้วครับ หน้าตาน่ากลัวใช้ได้ (พอๆกับผมเลย)

เช้านั้นมีคนไข้ 6-7 คน ก่อนหน้าพี่แก แกมานั่งรอ ตั้งกะ 9.30 กว่าจะได้ทำ 11.30 เราจะไม่ทำก็ เห็นว่าเขารอมานาน แล้ว เลยฉีดยาชา รอชา เตรียมเครื่องมือ เวลาก็ปาเข้าไป 12.15 แล้ว เราเลยแซวว่า “ พี่หากผมให้พี่รอที่นี่แล้วไปกินข้าวพี่จะว่าอะไรไหม ” พี่แกมองหน้าแล้วเริ่มเล่านิทานโบราณ “จริงแล้วผมเนี่ยทำอาชีพขับรถ 10 ล้อ เงินก็ไม่ได้มากมาย” (บอกทำไมเนี่ย)“ตอนแรกเนี่ยกำลังจะได้เงินเดือนเพิ่ม แต่เกิดปัญหาซะก่อน”

เราพอรู้ว่าพี่แกอยากจะให้ถามเหตุผล เราเลยถามไปว่า “ทำไมหรือครับ ?” “ก็ผมไปอยู่ในคุกมาครับ” (หันมามองหน้าแล้วทำตาเหมือนแข็งๆ ) จะซักเท่าไหร่เชียว (นึกในใจ โทษค้ายาแน่ๆ ดูจากหน้าตาแล้ว) จึงถามต่อว่า “ ข้อหาอะไรครับ ” แล้วพี่เขาตอบว่า “หึ (ยิ้มมุมปากเล็กน้อย) ผมฆ่าคนตาย ครับ” ผมเริ่มทำงานอย่าขะมักเขม้น ทันที พร้อมยิ้มโดยมีเหงื่อเต็มหน้าแล้วพูด ว่า “แหมพี่ ผมล้อเล่นคร๊าบ..”

Jay-ac
ผมจะทำงานเพื่อชาติ เพื่อนประชาชน และเพื่อในหลวง
Jay.ac@hotmail.com

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

I am always in Hi 5 !!



I am always in Hi 5 !!

ปัจจุบันนี้เทคโนโลยี ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากมาย ไม่ว่าจะเป็น E-mail เข้ามาแทนที่ จดหมาย(ผิดซอง) หรือ Internet ที่มีความจำเป็นมากในปัจจุบัน เพราะไม่ว่าจะเรื่องอะไร ต้องการหาอะไร จะพบได้ทันที เมื่อเข้าใช้บริการเครือข่ายนี้และในจำนวนนั้นเอง มีคนคิดคิดการหาเพื่อนใหม่ๆให้ง่ายขึ้น แรกๆ มันเริ่มจาก สิ่งที่เรียกว่า “ การออนเอ็ม ” ที่ติดปากเรา มันคือการออนไลน์ ของระบบ Hotmail MSN ซึ่งมีผู้ใช้มากมาย (ในที่นี้รวมถึงผมด้วย) เป็นการคุยกันผ่าน Internet ที่สามารถเห็นหน้ากันได้ เมื่อมีกล้อง web cam (คล้ายกับ Skype)

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของโลก ก็คุยกันได้ถ้าออนไลน์ทั้ง 2 ฝ่าย และเมื่อมี mail ของตัวเองแล้ว หากมีหน้า Webpage เป็นของตัวเองด้วย จะเรียกว่าเป็นการเล่น MSN Spaces ที่เราสามารถฝากรูป ข้อความ หรือบันทึก อะไรก็ได้ที่เป็นของเรา ก็เป็นการเขียน blog online หรือ เขียนบันทึกส่วนตัว online นั่นแหล่ะครับ (ผมก็บ้าไปช่วงหนึ่งเหมือนกัน ฮ่า) ถือว่าตอนนั้นใครไม่ทำถือว่าเชยมากมาย

พอทำได้สักช่วง ก็มีเว็บ ที่เรียกว่า Hi5 ขึ้น Hi5นี่ หล่ะครับ ตัวหลักที่ผมจะพูดถึง ผมเชื่อว่าผู้อ่านทันตภูธรหลายคนท่าน ต้องเล่น Hi5 อยู่แน่นอน มันดีกว่า Spaces ตรงที่ สามารถฝากข้อความ(คอมเม้นท์)แล้วเห็นได้ทันที หากเราจะเล่น ก็ไม่แปลกหรอกครับ เพราะผมเห็น ดารา เล่นกันมากมาย เพื่อนๆผมก็เล่นกันเกือบทุกคน ที่ฮากว่านั้น นักการเมือง หัวหน้าพรรค ป. ปลา 2 ตัว ก็เล่นครับ (ไม่เชื่อลองค้นหาดูได้)

แต่มันก็มิใช่เรื่องที่ผิดเพี้ยนประการใด หากใครคิดจะเล่น แต่ที่ผมจะเตือนคือบรรดา หนุ่มPlayBoy กับสาวPlayGirl ทั้งหลายแหล่ครับ เพราะการเล่น Hi5 นี้ ผมลองจับเวลาดูว่า ไวขนาดไหน ผมสมัครให้พี่ที่อนามัย บ่าย 2 เวลา บ่าย 4.30 เข้ามาดูอีกที่ เพื่อน เกือบ 30 คนครับ รวดเร็วระดับเทพ ครับ บางคนมีเพื่อนเป็นพัน ยิ่งคนไหนน่ารักผิดธรรมดา(ที่เรียกว่าน่ารักระดับเทพ)ยิ่งจะมีเพื่อนมากขึ้น ทั้งที่บางคนมิเคยเห็นหน้ากันมาก่อน ก็ขอเป็นเพื่อนซะงั้น (ช่างกล้า)

หากใครมีกิ๊กหลายคน แล้วสับรางไม่เก่งอย่าเล่นนะครับ เพราะความลับของเราจะรั่วไหลอย่างรวดเร็ว จะมีเพื่อนบางคน มี Hi5 แบบเดธโน้ต (Death Note)คือ ถ้าเขียนลงเมื่อไหร่ ตายทันที ไอ้เพื่อนแบบนี้แหละครับที่มีมาก มันจะคอยมารบกวนเราอยู่ร่ำไป เราไปไหน กับใครเมื่อไหร่ มันจะมาแซวใน Hi5 เรา แล้วเมื่อคนที่เราไม่ต้องการให้เห็นมาเห็นเข้า พังครับ!! ผมเจอมาหลายคู่แล้วครับ เป็นรุ่นพี่ผมเอง เล่น Hi5 มา 2 เดือน ได้เลิกกับแฟนที่คบกันมาหลายปี เพราะเรื่อง Hi5 อย่างเดียวเลยครับ(หลายคนด้วย)

ดังนั้นหากคิดจะเล่นต้องคิดดีๆ นะครับ ส่วนคนที่เล่นอยู่แล้ว ระวังให้ดี อิอิ (ล้อเล่น) การที่เราได้คุยกับเพื่อน ใหม่ๆ ย่อมทำให้เรามีความสุข แต่อย่าหมกมุ่นกับมันมากเกินไปนะครับ เพราะอาจจะทำให้เราไม่มีความสุขได้ เน้อ...สิบอกไห่….
Jay-ac
ผมจะทำงานเพื่อชาติ เพื่อประชาชน และเพื่อในหลวง
jay-ac@hotmail.com

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Joke in the Dental room



มันเครียดนะครับ ทำงานไป โดนคนไข้ด่าไป โดนเจ้านายที่สูงกว่าด่า(สูงมิใช่ความสูงนะครับแต่เป็นยศ)คนไข้ที่เข้ามารับบริการก็มีทั้งน่ารัก (อันนี้ไม่เกี่ยว) อายุมาก อายุน้อย หูดี หูไม่ดี มองเห็น มองไม่เห็น มากมายหลายแบบ


คนไข้คนแรก ที่เข้ามาสร้างสีสันเป็นคนสิงคโปร์ พูดไทยได้นิดหน่อย แต่นิดนี่สิครับ ไปกันใหญ่ เขาคงไปเรียนภาษาไทยกับพระสุนทรโวหารกระมัง ถึงเพียรพูดไทยจนสามารถใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว คำว่า “โค” หมายถึง โค-ออดิเนต (ผิดขออภัย) พี่ท่านตีความเป็น “ วัว ” เฉย แล้วพูดเก่งอีกต่างหาก เอาซะผมเมื่อยมือหมด พี่ท่านจะใช้ไทยคำ อังกฤษคำตลอดครับ ถามผมว่าเงินเดือนเท่าไหร่ ผมบอก 7000 พี่แก งงๆ แล้วบอกว่า “you! You take …. A little ... ถูก .. very much Somewhere I ask หมอ ..teeth.. have 7,000 $ per month” (คิดเป็นเงินไทย มากมายครับ) แถมยังชวนไปทำงานที่สิงคโปร์ ด้วยผมถามว่า จะให้ไปยังไง พี่แกบอก ไม่รู้ แกนั่งเรือมา (เอาซี่) ช่างกล้าชวนนะครับ


คนต่อมา เป็นยายครับ หูไม่ค่อยดี (หูไม่ได้ไปเกเรใครนะครับเพียงแต่ไม่ค่อยได้ยินครับ) ยายแกจะมาถอนฟัน จริงๆ แล้วถอนไม่ยากหรอกครับ เพราะโยกมากมาย แต่อยากจะทำให้ยายแกไม่เครียดครับ เราก็อารมณ์ดีอยู่ ถามไปถามมา ยายไม่ค่อยได้ยินมากเข้า กลายเป็นเราครับที่อารมณ์เสีย ถามว่าปวดแบบไหน ยายตอบ ปวดตอนกลางคืน ผมถามซ้ำ ยายตอบ ปวดเวลากินข้าว ผมถามซ้ำอีก ยายตอบ ปวดจนกินข้าวไม่ได้ ผมเลยบอกให้ยายขึ้นเก้าอี้เลย (เฮ้ย)


เรื่องโจ๊กนานพอสมควร มีป้าคนหนึ่ง ต้องการมาตรวจภายในที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งห้องฟันติดกับห้องตรวจภายใน หมอก็บอกให้ป้าไปที่ห้องตรวจภายใน ป้าแก ก็เดินไป บังเอิญ ห้องตรวจภายในปิดประตู ส่วนห้องฟันเปิดประตู (เอาแล้วสิครับ)ป้าแกเลยเดินเข้าไปที่ห้องฟันทันที ตอนนั้นทุกคนในห้องฟันกำลังวุ่นอยู่ จึงไม่ทันมองมาที่ป้า ป้าแกเดินเข้าทีนอนที่ยูนิตทำฟัน พร้อมทั้งยกขาพาด เหมือนท่าจะตรวจภายในครับ(อธิบายไม่ถูก)ทันทีที่หมอฟันมองมาเห็น อึ้ง ทึ่ง เสียว สิครับ ป้าแกนอนท่านั้นบนยูนิตทำฟัน ได้แต่บอกว่า โห ป้า แรงนะครับ ว่าแล้วก็นั่งฮา กันทั้งห้องฟัน (เวลาอ่านต้องคิดภาพไปด้วยนะครับ)



ลุงอีกคนมาถอนฟัน ขณะที่เตรียมเครื่องมือไป บอกลุงไปว่าให้เลื่อนตัวขึ้นนั่งบนยูนิต (ผมหมายถึงเลื่อนตัวให้ขึ้นนั่งบนเก้าอี้ทำฟันวางศีรษะให้ตรงตำแหน่ง) แต่เมื่อหันกลับไปพบว่า....ลุง กำลังเลิกเสื้อขึ้นสูงทำท่าทำทางกำลังจะถอดเสื้อออก....เสื้อใกล้หลุดพ้นตัวอยู่แล้ว....ลุงแกคงได้ยินว่าให้เลื่อนเสื้อออกจากตัวมั้งเนี่ย.. รีบบอกลุงว่า “ไม่ต้องถอดเสื้อ แค่ขยับตัวขึ้นมา เท่านั้นก็ผลครับ” ฮากระจายครับ โธ่... ลุง ผมก็แค่จะถอนฟันให้ ลุงไม่ต้องถอดเสื้อหรอกครับ มันน่ากลัวววววววว...จะถอดเสื้อ ถอนฟัน ...


แหม..ทำไปได้... ท้ายนี้ขอฝากหมอใหญ่นะครับ บางทีส่งคนไข้จากอนามัยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล คนไข้บางคนโดน หมอใหญ่บ่นฝากมาว่า เจ้าหน้าที่ที่อยู่อนามัยไม่ทำอะไรเลย คนที่รับผิดเต็มๆ คือ ทันตาภิบาลที่อนามัยนะครับ และยังทำให้คนไข้รู้สึกกลัวหมอใหญ่ที่โรงพยาบาลอีกต่างหาก ผมว่าเราน่าจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ระหว่างโรงพยาบาลกับสถานีอนามัยนะครับ มีอะไรน่าจะฟังกันพูดกันดีๆนะครับ อิ อิ อย่าว่าแต่คนไข้ที่กลัวหมอใหญ่เลย จริงๆ แล้ว ผมเองก็กลัวหมอใหญ่เขาเหมือนกัน ...พูดไปได้...
Jay-ac
ผมจะทำงานเพื่อชาติ เพื่อประชาชน และเพื่อในหลวง