แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ -มีดีมาโชว์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ -มีดีมาโชว์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

มหกรรมครอบครัวฟันดี จังหวัดนครศรีธรรมราช

มหกรรมครอบครัวฟันดี จังหวัดนครศรีธรรมราช 18 ต.ค. 2552

ณ ห้างคาร์ฟูร์ สาขานครศรีธรรมราช

โดย ทพญ.พรพิมล วิทยวีระศักดิ์ และ ทพ.ธนัฏฐนนท์ อัศววัฒกี


และแล้ววันสำคัญของการศึกษาดูงานที่นครศรีธรรมราชก็มาถึง แปลกใจตั้งแต่สถานที่จัด เอ๊ะ แปลกดีนะจัดในห้างสรรพสินค้า ยิ่งกระตุ้นให้อยากไปเข้าร่วมกิจกรรม ตามเวลานัดทริปของทีมทันตบุคลากร รพ.ป่าบอน เริ่มรวมตัวกันที่ รพ. 7 โมงเช้า นั่งรถตู้โรงพยาบาลออกไปถึงคาร์ฟูร์ สาขานครศรีธรรมราชก่อนใคร ตั้งแต่ 08.30 น. เลยมีโอกาสเก็บรูปก่อนที่คนอื่นๆจะเริ่มทยอยเข้ามา ทางเข้ามีซุ้มลูกโป่งหัวใจสีชมพูหวานแหวว และภายในมีการจัดบูธต่างๆมากมายอาทิเช่น พระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จย่าเพื่อเทอดพระเกียรติพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน


การแนะนำสุดยอดครอบครัวฟันดีเมื่อปี 2551 การวาดภาพระบายสีบนผืนผ้า บูธสื่อความรู้เรื่องโรคฟันผุ โรคปริทันต์ การดูแลทำความสะอาดช่องปาก รวมไปถึงการตรวจฟัน ที่สะดุดตาและทันสมัยก็คงจะไม่พ้น การจัดฟันแฟชั่นอันตราย และรับดูดวงโชคชะตาราศีฟัน ที่เป็นการให้ข้อมูลและการแนะนำดูแลสุขภาพช่องปากโดยผ่านใบทำนายสร้างจุดสนใจมากทีเดียวค่ะ จริงๆแล้วทางทีมงานนครศรีธรรมราชได้เริ่มงานโดยเดินขบวนพาเหรด จากหน้าโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชถึงห้างคาร์ฟูร์ โดยเป็นขบวนเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า และขบวนรณรงค์ให้ความรู้ทันตสุขภาพ ขบวนแฟนซีสวยงาม ได้รับความร่วมมือจากน้องๆ โรงเรียนกัลยาณี และทีมงานทันตบุคลากรของโรงพยาบาลต่างๆ รวมถึงหน่วยแพทย์ พอสว.



เริ่มลงทะเบียนจริงตั้งแต่ 09.00 น. และติดสติ๊กเกอร์ที่ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนซึ่งมีตัวเลขเฉพาะของแต่ละคนไว้ใช้ในการจับรางวัลในช่วงคั่นรายการ ระหว่างเวลานี้ได้มีการเดินขบวนพาเหรด จากโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชมายังสถานที่จัดมหกรรมที่คาร์ฟูร์ เพื่อเทอดพระเกียรติสมเด็จย่าฯ และรณรงค์ทางทันต-สาธารณสุข จากนั้น 09.30 น.เป็นเวลาอันดีจัดพิธีเปิด โดย นพ.ไกรวุฒิ ก้วนหิ้น ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 11 เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และ ทพ.สำราญ ปิตากุลดิลก พี่ตี้ พี่สสจ.นครศรีฯที่น่ารัก เป็นผู้กล่าวการจัดโครงการนี้แก่ท่านประธาน.....

โครงการรณรงค์ทางทันตสาธารณสุข ในวันทันต- สาธารณสุขแห่งชาติ จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรม-ราชชนนี ซึ่งประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่
1. จัดบริการทันตกรรมโดยไม่คิดมูลค่าการรักษา ในวันพุธที่ 21 ต.ค. 2552
2. จัดมหกรรมครอบครัวฟันดี ในวันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค 2552 เพื่อส่งเสริมงานทันตสุขภาพ และสร้างขวัญกำลังใจแก่ทั้งทันตบุคลากร ผู้ปกครอง และครูพี่เลี้ยง กิจกรรมย่อยในมหกรรม ได้แก่
1) ขบวนพาเหรด
2) ประกวดครอบครัวฟันดี 100 คู่ เป็นการจับคู่กันระหว่างเด็ก 3-5 ปี และผู้ปกครอง
หรือผู้ดูแลเด็ก
3) ประกวด Dental Show การแสดงที่สร้างสรรค์เพื่อ ฟ.ฟัน ที่ดีในกลุ่มเด็กประถม และกลุ่มวัยรุ่น
4) ประกวด Dental Quiz แฟนพันธ์แท้ ฟ.ฟัน ในกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยม
5) แจกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปากแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม



พิธีเปิดก็แปลกสะดุดตา โดดเด่น ไม่เหมือนใคร มีมาสค็อตยิ้มแฉ่ง (ชาย) และ ยิ้มสวย (หญิง) มาเต้นเพลงตรวจฟัน และมอบแปรงสีฟันผูกริบบิ้นให้ท่านประธานทำพิธีเปิดด้วยการแปรงฟันให้มาสค็อตยิ้มแฉ่งและยิ้มสวยที่กำลังยิ้มยิงฟัน ...เก๋มั้ยละ อิอิ จนได้ออกสะเก็ดข่าวช่อง 7 เป็นคลิปหลุดที่ท่านประธานใช้แปรงสีฟันด้ามเดียวกันสองคน ฮาระเบิด จากนั้นมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายจุดประกายฟันดี และ มอบเกียรติบัตรแก่ผู้สนับสนุนกิจกรรม


พิธีกรสุดหล่อในงานมหกรรมครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หมอรอง (ทพ.ธนัฏฐนนท์ อัศววัฒกี รพ.เทศบาลนครนครศรีธรรมราช) และทันตแพทย์สุดน่ารักดำขำ หมอหนิง(ทพญ.ศิรนันท์ พราหมณ์มณี รพช.ทุ่งใหญ่) แนะนำคณะกรรมการทั้งหลายซึ่งเป็นตัวแทนทันตแพทย์ของแต่ละอำเภอ และเริ่มกิจกรรมแรกคือการประกวด Dental Show โดยมีคณะกรรมการ (commentator) 3 ท่าน ได้แก่ หมอเอิง (ทพญ. อารณีย์ ระเบียบโลก รพ.ท่าศาลา) อาจารย์สุเวช กลับศรี (พื้นที่การศึกษาเขต 3)และ คุณสุนทร ฝอยทอง สมาคมสื่อมวลชนของนครศรีฯ การให้คะแนนจะมีรูปยิ้ม 3 ระดับ สีเขียว(คะแนน0) สีเหลือง (ติดลบ1) และสีแดง (ติดลบ2) ในการประกวด Dental Show แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทประถมศึกษา 7 ทีมซึ่งเป็นตัวแทนของแต่ละอำเภอ และประเภททั่วไป 5 ทีม เสียดายที่เก็บรูปมาได้แค่ประเภทประถมศึกษานะคะ เพราะต้องรีบกลับก่อน ประเภทประถมศึกษาทั้ง 7 ทีมดังนี้ค่ะ
- รร.บ้านท่าเจริญ อ.ร่อนพิบูลย์ ชื่อชุดการแสดง “ออกกำลังกายประยุกต์”
- รร.บ้านพลูบัว อ.ชะอวด ชื่อชุดการแสดง “กลองยาวชุดแปรงฟัน”
- อนุบาลนครศรีธรรมราช อ.เมือง ชื่อชุดการแสดง “ฟันขาวหรือไม่”
- รร.พิศาลนฤมิตร อ.ร่อนพิบูลย์ ชื่อชุดการแสดง “ชุดคำสอนของแม่”
- รร.เทวสิทธิ์ อ.นาบอน ชื่อชุดการแสดง “ไหมขัดฟัน”
- อนุบาลนครศรีฯ ณ นครอุทิศ อ.เมือง ชื่อชุดการแสดง “ฟลูออไรด์แมน”
- รร.ราชเวชพิศาล อ.ทุ่งใหญ่ ชื่อชุดการแสดง “Spicy girls”



ในระหว่างที่มีการแสดง Dental show ด้านหลังเวทีมีการลงทะเบียนเข้าประกวดครอบครัวฟันดี (เด็ก 3-5 ปีกับผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเด็ก) และมีการคัดเลือกผู้เข้ารอบ Dental Quiz 5 ทีม จากผุ้แข่งขันทั้งหมด 45 ทีม ทั่วทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช บางทีมมาไกลจากบางขัน หัวไทร่ ตั่งใจมาแข่งขัน และการคั่นการแสดงด้วยการประกวด Dental Quiz การตอบปัญหาทันตสุขภาพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา รอบที่ 2 ซึ่งมี 5 คู่ที่ผ่านรอบแรกของการเข้าประกวด ได้แก่ - รร.สตรีทุ่งสง ทั้ง 2 คน ,
- รร.สาธิตเทศบาลวัดเพชรจริก และ รร.จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย , - รร.แหลมราษฎร์บำรุง , - รร.นาบอน , -รร.กัลยาณี และ รร.เบญจมราชูทิศ



โดยผู้เข้าแข่งขันก็จะประจำที่ จอมอนิเตอร์ซึ่งจะแสดงคำถามแต่ละข้อให้เวลาข้อละ 30 วินาที แล้วตอบ รู้สึกชื่นชมกับการตอบคำถามของเด็กๆ ที่ตั้งใจและเตรียมความพร้อมในความรู้ทางทันตสุขภาพเป็นอย่างดี และ หลังตอบคำถามในแต่ละข้อจะมีการอธิบายด้วยสื่อเคลื่อนไหว (Animation) ผ่านจอทีวี LCD ทั้ง 2 ข้างของเวที เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจและผู้เข้าร่วมงานสามารถได้เรียนรู้ร่วมกัน ผลปรากฏว่าทีมที่เข้ารอบ 2 ได้แก่ ทีมที่ 1,2,3 ได้เข้ากันมาอย่างยากลำบาก

สำหรับกลางวันบนเวทีก็ไม่มีการหยุดพักมีการแสดงดนตรี ของโรงเรียนดนตรียามาฮ่า และประกาศรางวัลครอบครัวฟันดี ผู้ชนะเลิศซึ่งได้แก่น้องจาก อ.นาบอน มีฟันที่สวยและคุณแม่ก็มีความรู้เป็นอย่างดี เกณฑ์การตัดสินครอบครัวฟันดีไม่ใช่ง่ายๆ อย่างที่คิดนะครับ ทีมงานของเราระดมกันมามากมาย เพราะต้องมีการตรวจฟันทั้งแม่ ลูก ลูกไม่ให้มีฟันผุ มีคะแนนให้ แล้วผ่านด่านแปรงฟัน สัมภาษณ์ การเลือกอาหาร การดูแล คิดดูครับตั้งแต่เช้า 9.00 น.ถึงเที่ยงกว่าครับ น้องๆ ลุ้นผลกันจนหลับกันคาตักแม่ไปเลยครับ จึงเรียกได้ว่าคนที่ได้รางวัลไปคุณภาพจริงๆครับ ช่วงบ่ายโมงเราก็เริ่มประกวด Dental show ประเภททั่วไปกันต่อ มี 5 ทีมคือ
1) ทีมโรงเรียนกระทูน ละครเวที
2) ทีม รพช.หัวไทร ละครดาวมหาลัยฟันผุ
3) ทีม พีมซาลอน รำกินนรี กับแปรงสีฟันวิเศษ
4) ทีม รพช.บางขัน หนูน้อยวัยอนุบาลมาเต้นโชว์
5) ทีม รพช.ทุ่งใหญ่ หางเครื่อง ม. 3

ซึ่งช่วงบ่ายการแสดง Dental show สะกดผู้คนทั่วห้างให้มาดูได้น่าสนใจและเป็นการเปิดกว้างในการทำเรื่องของการส่งเสริมทันตสุขภาพให้น่าสนใจ โดยทีมพีมซาลอนได้ทำการแสดงที่เรียกได้ว่าอลังการมาก แค่ฉากก็กินขาดแล้วครับ ยกป่าหิมพานมาวางบนเวที ชุดก็เป็นกินนรีชุดไทยรำได้อย่างสวยงามเล่าเรื่องราวของเด็กๆ ที่อยากมีฟันสวยเหมือนนางฟ้า นางฟ้าเล่าว่าได้แปรงวิเศษมาจากกินนรีเลยพาไปหากินนรี และได้เรียนรู้วิธีแปรงฟัน การแสดงสั้นกะทัดรัดดูเพลินไม่เบื่อ ถ้าใครสนใจอยากดูติดต่อได้นะครับ และทีมบางขันที่นำหนูน้อยวัยน่ารักมาเต้นประกอบเพลงน่ารักมากๆ ครับ
หลังจากการแสดงจบ ก็เป็นการแข่งขัน Dental Quiz รอบชิงชนะเลิศ โดยนำผู้เข้ารอบ 3 ทีม มาตอบปัญหาบนเวที โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ดู,ดม,ฟัง,คิด น้องๆ ถึงกับงงในบางเรื่องจุดประสงค์ของเราก็เพื่อต้องการเผยแพร่ความรู้ในส่วนที่ต้องการให้ประชาชนที่มางานได้ทราบ มีเรื่องของไหมขัดฟัน น้ำมันกานพูลและสุดโหดคำใบ้ 5 ตัวคล้ายๆ เกมส์แฟนพันธุ์แท้ ยากมากๆ เช่น ลองท้ายกันดูนะครับ
1.เข้าๆ ออก , 2. ผู้ใหญ่ทำได้เด็กทำดี , 3.ทำแรงๆ เลือดออก
4. มีขนเป็นหย่อมๆๆ , 5. ใช้นานๆ จะบาน
ตัวอย่างคำใบ้ เอ๋ คิดว่าเป็นอะไรกันครับ...........
เฉลย...อย่าแอบดูนะ คำตอบคือแปรงสีฟัน
เป็นงง น้องๆ ยังงงกันเลยครับแต่เรียกเสียงฮา ได้มากครับ เราก็ได้แนะนำการเลือกแปรงสีฟัน ที่สำคัญข้อนี้ตอบผิดติดลบครับ สุดท้ายน้องจากโรงเรียนสตรีทุ่งสง ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศไป ครับ เก่งจริงๆครับ จบด้วยการมอบรางวัลทั้ง Dental show และ Dental Quiz


Dental show ประเภทประถม ชนะเลิศได้แก่ทีม รร.อนุบาลนครศรีธรรมราช ณ นครอุทิศ ชุดสาวโคโยตี้ อันนี้น้องกล้ามากครับ ที่ 2 ก็ได้อนุบาลเช่นกันชุดไมเคิลแจ๊คสัน ที่ 3 ได้แก่ทีมนาบอน ชนะเลิศได้ถ้วยรางวัลจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมเงินรางวัล 5000 บาท รองชนะเลิศ ได้เงินรางวัล 3000 บาท 2000 บาท และชมเชย รางวัลละ 1000 บาท งานนี้ได้รับทั้งสาระและความสนุกสนานครับ
โดยภาพรวมงานนี้ผ่านไปได้อย่างสวยงามบรรลุตามวัตถุประสงค์โดยให้ทุกกลุ่มอายุได้มีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นช่วงเด็ก วัยรุ่น วัยทำงานและผู้สูงอายุ ผ่านทางกิจกรรมต่างๆ ที่จัดได้อย่างลงตัวและสร้างสรรค์ เป็นการสร้างกระแสความสนใจในเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปาก งานนี้เราได้เชิญนักข่าวท้องถิ่นมาทำข่าว เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดกระแสสังคมที่ดีในการหันมาดูแลสุขภาพช่องปาก จากการประเมินผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความสนุกสนานและความรู้ มีคนที่เดินห้างให้ความสนใจ ตลอดทั้งงานมีผู้ชมตลอด เกมส์ที่สอดแทรกความรู้ทำให้เขาได้รับความรู้ใหม่ๆ จากการติดตาม พ่อแม่ที่มาลุ้นการแสดงและการประกวดของลูกก็พลอยได้รับความรู้ เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวครับ
ปีนี้เป็นปีแรกของเราที่จัดประกวด Dental show และ Dental Quiz ที่แรกทางทีมงานคิดว่าจะไม่มีใครส่งประกวดแต่ของความร่วมมือทุกอำเภอช่วยกันหามา โดย Dental show เราคัดเลือกจากการส่งคลิปวีดีโอมาประกวดก่อนแล้วให้มาแสดงจริงวันงานโดยคลิปก็ถ่ายง่ายๆ กับมือถือ 3 นาทีแล้วส่งเมลมาแล้วพิจารณาตามเกณฑ์ คือความคิดสร้างสรรค์ เนื้อหา การสื่อความหมาย ความสนุกสนาน การแสดงที่ได้มามีหลายรูปแบบทำให้เราได้นำมาโชว์ทุกรูปแบบ ก็ตื่นตาตื่นใจดี คนก็ให้ความสนใจมาดูโชว์ครับ ส่วน Dental Quiz เรามีทีมคณะกรรมการวิชาการออกข้อสอบคัดเลือกเหมือนเข้าเรียนทันตแพทย์ โจทย์ 50 ข้อให้ทำ 30 นาทีตรวจกันตรงนั้น เข้ารอบกันตรงนั้นเลยครับ ทีมงานเราเตรียมงานมาเกือบเดือนครับ กว่าจะได้งานนี้มาแต่เรียกว่าคุ้มมากครับ
ผมได้เก็บภาพงานและบรรยากาศมาให้ดูลองดูกันนะครับ เพื่อใครจะมีไอเดียมาพัฒนางานต่อในแนวทางที่สร้างสรรค์ก็ลองมาแลกเปลี่ยนกันครับ ยินดีรับข้อเสนอแนะนะครับ fundee09@hotmail.com

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

มีดีมาโชว์ : โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายทันตบุคลากรของชมรมทันตสาธารณสุขภูธร

โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายทันตบุคลากรของชมรมทันตสาธารณสุขภูธร ณ จังหวัดกระบี่ , จังหวัดพังงา
รายงานโดย ทพญ. พรพิมล วิทยวีรศักดิ์ (หมอชูชู)

หลังจากได้รับการฝากฝังจากหมอปูนให้เขียนเรื่องเล่าที่ได้ไปทำงานมาทั้งของ จ.กระบี่ และก็ จ.พังงา แล้วชูชูจะเขียนได้มั้ยเนี่ยคะ เห่อๆ เอ้า ลองดูกันซักตั้งเน๊อะ เอาเป็นว่า เมาท์ไปเรื่อยๆเหมือนคุยให้คนอื่นฟังละกันนะคะ เริ่มจากที่เดินทางไปกระบี่ (11 พ.ค) และรับคนรายทางไปเรื่อยๆ เหมือนรถตู้โดยสารประจำทาง อิอิ รับ เจ๊เอ๋ (ทพญ. มยุรฉัตร รพ.ภาชี จ.อยุธยา) กับ หมอจิต (ทพญ.รจิต รพ.ศรีสงคราม จ.นครพนม) จากสนามบินกระบี่ และแล้วก็มาถึงกระบี่ พาวิลเลียน ควีนส์ เบย์ รีสอร์ท ที่ตั้งอยู่ในเขตอ่าวนาง มาถึงที่พักก็เป็นเวลาเย็นแล้ว หลังจากวางสัมภาระเรียบร้อยก็ไปเจอผู้จัดซึ่งก็คือ ทพญ.ขวัญจิต พงศ์รัตนามาน และ ทพญ.พิริยา ผาตริวิกรัยวงค์ อาจารย์จากวสส. ยะลา ทานข้าวเย็นด้วยกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เราสามารถเข้าไปจัดกิจกรรมของชมรมฯได้ และก็ได้พูดถึงโครงสร้างหลักสูตร 4 ปีของทันตาภิบาล เจ๊เอ๋ มีบทบาทหลักในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอาจารย์วสส. กลับจากทานอาหารก็เริ่มมาคุยเรื่องงานที่จะต้องทำในช่วงเย็นของวันพรุ่งนี้ที่ทางผู้จัดได้แจ้งไว้ว่ายังว่างอยู่ งานชิ้นแรกนี้มีแค่ ป้าปูน เจ๊เอ๋ จิต และก็ชูชู ซึ่งจะรอทีมเหนือมาสมทบในเย็นวันพรุ่งนี้ พูดคุยกันไปเรื่องงานที่จะต้องทำบ้าง นอกเรื่องบ้าง เป็นกรรมกรโดนใช้แรงงานบ้างเพื่อเตรียมเอกสารที่จะต้องแจกให้ทั้งงานที่กระบี่และพังงา ใครอยู่เบื้องหลังการเตรียมงานคงจะรู้นะคะ ทีมงานทำทุกอย่าง สติ๊กเกอร์โลโก้ชมรมฯ เอกสารแจกทันตแพทย์และทันตาภิบาล ซีดีแนะนำชมรมพร้อมข้อมูลดีๆเด็ดๆสำหรับน้องๆทันตแพทย์จบใหม่ค่ะ

ในที่สุดวันแห่งการทำงานก็มาถึง (12 พ.ค 52) ช่วงเช้าหลังจากได้ทราบข่าวว่า อ.วิชัย ติดภารกิจสำคัญมาไม่ได้ ก็เลยต้องเปลี่ยนแผนฉับพลันเพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าก่อน ช่วงเที่ยงนัดเจอพี่เลี๊ยส ชุติมา พงศ์อำไพ สสจ.นครศรีธรรมราช (ประธานชมรมทันตาภิบาลภาคใต้) และไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนตั้งแต่ช่วงเริ่มแรกของพี่เลี๊ยสที่ตัดสินใจเรียนทันตาภิบาล จบมาเริ่มทำงาน การเข้าสู่ระบบเเท่งในแท่งของนักวิชาการ ความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ โครงสร้างหลักสูตร 4 ปีของทันตาภิบาล พูดคุยติดพันจนกลับมาคุยกันต่อในห้องประชุม เจ๊เอ๋ เตรียมจดประเด็นสำคัญที่จะสัมภาษณ์พี่เลี๊ยสในที่ประชุม

เวลาแห่งการรอคอยก็มาถึง 16.00 น. เราก็ใช้โต๊ะหน้าห้องประชุมสำหรับลงทะเบียนยึดมาเป็นโต๊ะของชมรมทันตสาธารณสุขภูธร มีตั้งแต่ใบรับสมัครเข้าชมรมฯ วารสารทันตภูธรฉบับล่าสุด และขายเสื้อเขียวแปร๋นสดใสของชมรมฯ และให้บูธคอลเกตมาตั้งด้านข้างสำหรับแจกของแก่ผู้เข้าร่วมฟังและให้รางวัลในการตอบคำถาม บนเวทีมีบรรยายทางวิชาการเรื่องเรื่องฟลูออไรด์วานิชด้วยค่ะ ชูชู ในฐานะอดีตอาจารย์ได้รับเกียรติให้เป็นวิทยากรเองค่ะ มีคำถามจากในฟลอร์มากมาย ดีนะคะ ที่ได้พักเล็กน้อยแล้วจากการเป็นหวัดงอมแงม เลยมีสติตอบคำถามอย่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือได้ หุหุ แม้ไม่ได้เป็นหัวข้อเชิงวิชาการมากนักแต่ส่วนใหญ่พี่ๆทันตาภิบาลให้ความสนใจมากเกี่ยวกับการทาฟลูออไรด์วานิช และบางคนได้เล่าเรื่องงานของตนเองที่ได้ออกไปทาให้เด็กตามสอ. บางที่ก็สอนให้เจ้าหน้าที่สอ.และอสม.ทา ฟลูออไรด์วานิช ด้วย ตัวอย่างเด็ดๆ ที่คิดว่าน่าสนใจก็คือ แจกแปรงวันที่จะทาฟลูออไรด์ ให้ผู้ปกครองแปรงฟันให้เด็กเรียบร้อยเลย ก่อนจะเริ่มมาทาฟลูออไรด์วานิชค่ะ

ส่วนกิจกรรมที่สัมภาษณ์ของเจ๊เอ๋ (ทพญ.มยุรฉัตร) เนี่ย ทันตาภิบาลที่เข้าฟังดูท่าจะสนอกสนใจเป็นพิเศษนะคะ ตั้งใจฟัง บางคนก็เข้ามานั่งฟังเพิ่มด้วยนะคะ ในความคิดเห็นของชูชูว่ามีกิจกรรมแบบนี้ดีมากเลยนะคะ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ ทันตาภิบาลที่ยังไม่ได้รับรู้เรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆในวงการอาชีพของทันตาภิบาล ได้มาแลกเปลี่ยนปัญหาที่พบร่วมกัน เสนอความคิดเห็นในทางบวก เหมือนเป็นการเสริมแรงบันดาลใจให้ทำงานและสู้ต่อไป ใครสนใจหาทุนให้ชมรมฯไปจัดได้ค่ะ ^^

หลังจากกิจกรรมดำเนินไปได้ด้วยดีและมอบของรางวัลให้แก่ทันตาภิบาลที่ให้สัมภาษณ์ และ ผู้จัด ววส.ยะลา ที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี และขอบคุณบริษัทคอลเกต-ปาล์มโอลฟ ผู้สนับสนุนกิจกรรมช่วงนี้อย่างเป็นทางการ จากเหตุอันเลี่ยงไม่ได้ที่ป้าปูน , พี่พจ (ทพญ.พจนา) , พี่มิ้งค์ (ทพ.พีระยุทธ)ยังต้องอยู่งานการประกวดนวัตกรรมของทันตาภิบาลและงานเลี้ยงที่กระบี่

รายชื่อผู้ได้รับรางวัลการประกวดนวัตกรรมการส่งเสริมและป้องกันทันตสุขภาพระดับชาติประจำปี 2552

1. รางวัลชนะเลิศ ผลงาน “ พันธมิตรสุขสันต์ รักษ์สุขภาพฟันโรงเรียนประถมศึกษา
ตำบลโนนชัยศรี อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ” โดย นายสมคิด โภคสมบัติ สอ.บ้านงิ้ว อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด
2. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงาน “ โครงการผู้สูงอายุ ถ่ายทอดประสบการณ์ สอนลูกหลานรักฟัน”
โดย นางรัตนาวลี คำประไพ รพ.นาโยง จ.ตรัง
3. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงาน “โครงการบ๊าย บาย ขวดนม ปลอดลูกอม น้ำอัดลมและขนมกรุบ กรอบในเด็กปฐมวัย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช” โดย นางสุภาวดี มีศรี และ นางอัญชลี ตระกูลกลกิจ
4. รางวัลชมเชย 3 รางวัลได้แก่
 ผลงาน “ รายงานผลของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพเด็กก่อนวัยเรียน ”
โดย น.ส.ขวัญดาว พันธ์หมุด รพ.ธาตุพนม จ.นครพนม
 ผลงาน “ แนวคิดระบบการดูแลผู้พิการทางมือให้มีสุขภาพช่องปากที่ดี ”
โดย น.ส.สิรกันยา สิงห์ศรี รพ.ธาตุพนม จ.นครพนม
 ผลงาน “ สมุดบันทึกสภาวะทันตสุขภาพและอุปกรณ์เก็บแปรงสีพันจากท่อ PVC ”
โดย น.ส.อภิญญา ซ้ายหุย และ นางพรพิมล เพชรศรี รพ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช

ต่อมาช่วงเช้าของวันที่ 13 พ.ค เดินทางออกจากกระบี่ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ไปถึงพังงา เมอร์ลิน รีสอร์ทเกือบสิบโมงแน่ะ ป้าปูนเลยฝากทีมทำงานให้ชูชูดูแล (งานหนักนะเนี่ย ทำงายดี !!) ที่จ.พังงา ณ พังงาเมอร์ลิน รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทสุดหรูสมคำ ร่ำลือจริงๆ มีผู้คนมากมายทั้งน้องใหม่และผู้มาเข้าร่วมฟังการอบรมทางวิชาการทำให้รีสอร์ทดูคึกคักและวุ่นวายน่าดู
คณะทีมงานของเรานำทีมโดยป๋าบิค (ทพ.เทอดศักดิ์) และ เจ๊เอ๋ (ทพญ.มยุรฉัตร) ส่วนลูกทีม ก็มี ป๊อป (ทพ.วรวิทย์), จิต (ทพญ.รจิต) และชูชู เตรียมไปเผชิญโลกกว้างกันเองในวันแรก เตรียมงาน ตั้งแต่ เตรียม Clip VDO สัมภาษณ์ให้อยู่ในฉบับสมบูรณ์จากที่รวบรวมมาจากหลายแหล่ง เตรียมเอกสารและซีดีที่จะมาแจกน้อง

ทีมงานจัดให้บูธคอลเกตมาตั้งด้านในห้องประชุม วางของไว้เพื่อดึงดูดน้องๆให้เข้าร่วม อิอิ เมื่อถึงฤกษ์งามยามดีได้เวลาแล้วก็เริ่มเกณฑ์น้องๆทันตแพทย์และทันตาภิบาล เข้ามาในห้องประชุม ตอนแรกก็หวั่นๆใจอยู่เหมือนกันว่าจะดึงเข้ามาได้สักกี่คน เพราะตามตัวยาก ขึ้นอยู่กับความสมัครใจทั้งนั้น แต่สิ่งที่ทำให้ชื่นใจก็คือน้องๆเข้ามาร่วมกิจกรรมถึง 84 จาก 100 คนและยังไม่พอแค่นั้น พี่ตอน ทพ.ธรณินทร์ จรัสจรุงเกียรติ ประธานคณะกรรมการทันตสาธารณสุขภาคใต้ (คทสต.) หัวหน้าฝ่ายทันตกรรม รพ.หาดใหญ่ และ พี่เป็ด ทพ.สัมฤทธิ์ จิโรจน์วณิชชากร สสจ.ปัตตานี แวะมาเยี่ยม คงคิดในใจว่าเอ๊ะ พวกนี้เค้าทำอะไรกัน ถึงเรียกน้องๆมา ก็เริ่มต้นโดยแนะนำชมรมทันตสาธารณสุขภูธร และการแนะนำตัวของพี่ๆ staff และกิจกรรมแรกคือให้น้องเขียนสิ่งที่คาดหวังว่าจะได้จากการเข้าร่วมครั้งนื้

โดยมี รอง (ทพ.ธนัฏฐนนท์ เทศบาลนครศรีธรรมราช) และ จิต (ทพญ. รจิต) เป็นพิธีกร ไหนๆพี่ตอนและพี่เป็ดก็เข้ามาเยี่ยมชมกิจกรรมชมรมทันตสาธารณสุขภูธรแล้ว ก็เลยไม่ให้พลาดโอกาสอันดี เชิญท่านทั้งสองมาเล่าถึงความคาดหวังของพี่ๆทันตแพทย์ต่อน้องๆที่จะเริ่มทำงานอย่างเต็มตัว ของพี่เป็ดเล่าไปเล่ามาไปจบลงเรื่องการเล่นหุ้นซะงั้น ส่วนของพี่ตอนก็ไปลากเก้าอี้มานั่งกันเลยทีเดียว ก็แนะนำว่าการทำงานแบบนี้น่ะดี ได้พบปะพูดคุยกับคนอื่นๆ ไม่ต้องทำงานคนเดียวเหมือนอย่างบางคนที่จบแล้วไปทำคลินิกเอกชนเลย เวลาเรามีปัญหาอะไรสามารถพูดคุยปรึกษาได้ มีเพื่อนร่วมวิชาชีพเพิ่มขึ้น ขอบคุณพี่ๆใจดีกรุณามาพูดคุยสร้างความอบอุ่นใจแก่น้องใหม่มากๆคะ

กิจกรรมต่อมาคือ สันทนาการเพื่อความสนุกสนาน สร้างความคุ้นเคยและละลายพฤติกรรมระหว่างน้องใหม่ด้วยกันคือทันตแพทย์และทันตาภิบาล และพี่ๆ staff จากนั้นตามด้วย Body Scan แต่เหตุด้วยสถานที่ไม่เหมาะแก่การให้นอน เลยให้แค่น้องๆนั่งในท่าที่สบายๆ หลับตา และให้ลมหายใจเข้าออกอยู่กับตัวเอง มีสติอยู่กับตัวเองอวัยวะของตนเอง มีเพลงประกอบด้วยอันนี้ต้องขอบคุณความอนุเคราะห์จากป๋าบิ๊ค (ทพ.เทอดศักดิ์ )ที่อยู่ประจำหน่วยโสตฯ(แต่ไม่โสดนะคะ ฮ่าๆๆๆ)

หลังจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่กิจกรรมสำคัญอีกหนึ่งกิจกรรมคือให้น้องๆจับคู่กันระหว่างทันตแพทย์และทันตาภิบาล พูดถึงความสุขในชีวิตของตนเอง จากคู่หนึ่ง ก็เริ่มจับเป็น สี่คน แลกเปลี่ยนกัน โดยให้คนที่ฟังเป็นคนเล่าความสุขของเพื่อน จาก สี่คนเป็นกลุ่มใหญ่แปดคน คราวนี้ก็ให้พี่ๆ staff ไปอยู่ประจำกลุ่มน้องๆแลกเปลี่ยนกับน้องด้วย ในหัวข้อความสุขตั้งแต่เริ่มทำงาน เนื่องจากเวลาจำกัด เจ๊เอ๋ ซึ่งเป็นพิธีกรในกิจกรรมนี้ จึงได้สุ่มตัวอย่างน้องๆบางคนให้เล่าถึงความสุขในการทำงาน และเริ่มเข้าสู่ Clip VDO สัมภาษณ์ในหัวข้อความคาดหวังต่อทันตแพทย์และทันตาภิบาลที่จบใหม่ โดยผู้ให้สัมภาษณ์ได้แก่ทันตแพทย์ดีเด่นภาคใต้ (ทพญ.ชนิฎาภรณ์ สอนสังข์ – พี่แอ๊ด),ประธานชมรมทันตาภิบาลภาคใต้ (พี่เลี๊ยส),ผอ.รพ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา (นายแพทย์โชคชัย ลีโทชวลิต) , ผอ. รพ.ป่าบอน จ.พัทลุง (นพ.คณพล ภูมิรัตนประพิณ) ,ผู้ช่วยทันตแพทย์ และบุคคลอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งน้องๆก็นั่งตั้งใจฟังกันเป็นอย่างดี และกล่าวสรุปปิดงานโดย เจ๊เอ๋(ทพญ.มยุรฉัตร) ทั้งในเรื่องของความคาดหวัง และ การทำงานร่วมกันของทันตแพทย์,ทันตาภิบาล การทำงานในรพ.ในชุมชน และเป้าหมายของชมรม ทันตสาธารณสุขภูธร เพื่อทำให้เกิดแรงบันดาลใจและสร้างความสุขในการทำงานร่วมกันในวงการทันตสาธารณสุข หลังจากจบกิจกรรมทั้งหลายนี้ ได้กล่าวขอบคุณคอลเกตผู้สนับสนุนกิจกรรมของชมรมทันตสาธารณสุขภูธรในครั้งนี้ด้วย

ก่อนน้องๆจะกลับ ได้รับแจกเอกสารที่เตรียมไว้และแพ็คเกจสุดหรูจากคอลเกตสำหรับทันตแพทย์ทันตาภิบาลที่จบใหม่ และแจกซีดีข้อมูลดีๆสำหรับทันตแพทย์ที่จบใหม่ ทั้งเอกสารและซีดีที่เตรียมไว้ใส่ซองพลาสติกอย่างดีพร้อมกับสติ๊กเกอร์โลโก้ชมรมทันตสาธารณสุขภูธรสีสวยสด ขนาดพี่เป็ดถึงกับเอ่ยปากขอเอากลับบ้าง และก็เสนอแนะว่าอยากจะให้ชมรมทันตภูธรมาทำงานร่วมกันกับคณะทำงานของ คณะกรรมการทันตสาธารณสุข-ภาคใต้ (คทสต.)ให้เป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งและทางคทสต.เองก็ยินดีจะช่วยเหลือและสนับสนุนอย่างเต็มที่ เห็นมั้ยคะ สิ่งดีๆเริ่มเกิดขึ้นแล้วเพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปนะคะ หลังจากจบงานแล้วก็เริ่มประชุมกลุ่ม พูดถึงกิจกรรมในวันนี้ว่ามีปัญหาอุปสรรคอย่างไร ต้องแก้ไขอย่างไรในครั้งหน้า และสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในกิจกรรมที่ผ่านมานี้ โดยมี เจ๊เอ๋(ทพญ.มยุรฉัตร) และป๋าบิ๊ค(ทพ.เทอดศักดิ์) เป็นผู้นำทีม

เช้าวันรุ่งขึ้น (14พ.ค 52) กว่าจะได้เริ่มกิจกรรมก็เวลา 16.30 น. บรรยากาศก็ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ช่างเป็นใจและเอื้อให้ทำกิจกรรมเหลือเกิน เห่อๆ ได้แบ่งน้องๆตามกลุ่ม 5 กลุ่ม ได้แก่ สีแดง,เหลือง,ฟ้า,เขียวแก่,เขียวอ่อน กิจกรรมเริ่มแรกเพื่อละลายพฤติกรรมได้แก่ กิจกรรมที่พี่ๆ staff จะบอกน้องให้ขี่รถ ซึ่งน้องจะต้องจับคู่กันทำท่าขี่รถ หรือ บอกสัญญาณไฟ น้องจะต้องจับกลุ่ม 3 คนทำท่าสัญญาณไฟเขียวเหลืองแดง หรือบอกตั้งวงร้องเพลง น้องจะต้องจับกลุ่ม 4 คน แต่ละคนทำท่าร้องเพลง เล่นกีตาร์ ตีกลอง และเต้นรำ ไปตามลำดับ กิจกรรมนี้สร้างความสนุกสนานมากสำหรับน้องๆ ทุกฐานจะให้น้องคิดท่าและเพลงบูมของสีตนเอง เริ่ดๆทั้งนั้นเลยค่ะ
ฝนเริ่มตกปรอยๆ แต่ไม่ได้ทำให้น้องๆ ลดละความสนใจในการเข้าร่วมฐานทุกฐาน ซึ่งสร้างกำลังใจให้พวกพี่ๆที่อยู่ตามฐานตั้งใจ และดำเนินกิจกรรมให้น้องๆ

ขออนุญาตเล่าแค่ฐานของชมรม ทั้ง 2 ฐานนะคะ ฐานแรก ผู้คุมฐานนี้คือป๊อป จิต และเจ๊เอ๋ โดยให้น้องถือขันบนศีรษะทุกคน และให้คนแรกตักน้ำใส่ขันแล้วถือไว้บนศีรษะ จากนั้นก็เทน้ำในขันที่ถือไว้บนศีรษะส่งต่อไปเรื่อยๆจนถึงท้ายแถว แล้ววัดปริมาณน้ำที่ได้ อันนี้จะได้เป็นคะแนนของแต่ละกลุ่ม กิจกรรมนี้เพื่อสร้างความสามัคคีและความสนุกสนาน โชคเข้าข้างในกลุ่มหลังๆ เพราะได้น้ำฝนที่ตกลงมาเพิ่มในขันอย่างเต็มที่ ฮ่าๆ กิจกรรมนี้สร้างความสนุกสนาน สามัคคี และสร้างความไว้ใจระหว่างกันที่ให้เพื่อนท้ายแถวเป็นผู้นำและคนอื่นเป็นผู้ตาม หลังจากวนครบทุกฐาน ฝนก็เทลงมากระหน่ำเลยค่ะ จึงรีบถ่ายรูปรวมครั้งสุดท้ายก่อนแยกย้ายกันไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวสำหรับงาน party ในค่ำคืนนี้ เห็น spirit ของทั้งพี่ๆ staff อย่างเช่น พี่มิ้งค์ (ทพ.พีระยุทธ รพ.ภูกระดึง จ.เลย ) ที่ไม่กลัวฝนเลยแม้แต่นิด ถือกล้องตากฝนโดยตลอด ใจกล้าจริงๆคะ พี่มิ้งค์ อิอิ และ spirit ของน้องๆที่เข้าร่วมกิจกรรม ฝนก็ตกลงมาเรื่อยๆแต่ก็ยังไม่หวั่นเล่นกิจกรรมแต่ละฐานอย่างสนุกสนาน ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าแม้จะเหน็ดเหนื่อยกับการทำกิจกรรม แต่ก็อิ่มอกอิ่มใจและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกดีๆ ร่วมกัน


และแล้วงานปาร์ตี้สำหรับน้องๆก็มาถึง เวลา 19.00 น. เริ่มต้นด้วยให้น้องปิดตา และเมื่อเปิดตาน้องๆก็จะยืนจุดที่จะเดินเข้ามาในห้องประชุม พบเทียนตามทางเดินก่อนเข้ามาในห้องประชุม และระหว่างเดินเข้าห้องประชุมก็จะมีพี่ๆ คล้องพวงมาลัยให้น้องทุกคนที่เดินเข้ามา คงทำให้น้องๆตื่นตาตื่นใจกันน่าดูนะคะ พิธีกรหลักในค่ำคืนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนอีกแล้วค่า รองและจิต (เห็นมั้ย ทำงานคุ้มมากค่ะ ฮ่าๆ) ประเดิมงานในค่ำคืนนี้ด้วยการร้องเพลงจาก เจ๊เอ๋ ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ กล้าขอ ก็กล้าให้ คิๆ งานปาร์ตี้ครั้งนี้มีตั้งแต่การแสดงของน้องๆแต่ละสี และแนะนำตัวหลังจบการแสดง งานนี้พี่ๆทนไม่ไหว ต้องถ่ายเป็นเวอร์ชั่นวีดีโอเก็บการแสดงของน้องๆไว้เลยล่ะคะ (ดูClip Video ได้ที่ วารสารทันตภูธร Online ค่ะ) เพราะน่าทึ่งมาก ขนาดเวลาในการเตรียมตัวน้อย ยังสามารถแสดงได้ดีขนาดนี้ น่าประทับใจจริงๆค่ะ การประกวดดัชชุ่นบอย และการจับรางวัลให้รางวัลแก่ผู้เข้าร่วมงาน ให้รางวัลแก่น้องๆทุกกลุ่ม ก่อนจบปาร์ตี้ในค่ำคืนนี้ ได้แจ้งจังหวัดที่ต้องเป็นผู้จัดในการรับน้องในปีต่อไป (2553) ซึ่งก็คือ จังหวัดสงขลา


พี่ๆ staff ท่านใดสนใจที่จะมาร่วมทำกิจกรรมชมรมทันต-สาธารณสุขภูธร จองผ่านป้าปูนก่อนมีสิทธิ์ก่อนนะคะ อิอิ พิธีกรสุด love รองและจิต ประกาศขอบคุณผู้จัดงานในครั้งนี้ ทั้ง สสจ.พังงา คทสต. และชมรมทันตสาธารณสุขภูธร พร้อมผู้สนับสนุนของรางวัล เพราะศักยภาพอันเหลือล้นของ staff ไหนจะเป็นทั้งพิธีกร และจัดกิจกรรมด้วย คุ้มค่าจริงๆค่ะ และต้องขอชื่นชม น้องแหม่ม (ทพญ. ผกามาศ จ.พังงา) ที่เสียสละทุ่มเท ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้งานชมรมดำเนินไปได้ด้วยดี มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ และพี่ๆน้องๆคณะที่เข้ามาร่วมรับน้องใหม่ เลยโดนเราจิกเข้ามาร่วมงานไปโดยปริยาย อิอิ ทั้งพี่โต้ง,น้องแชมป์ (ทพ. ประดิพัทธ์),น้องป๊อป (ทพญ. กฤษณา),น้อง-พี่ชาย (ทพ. ธีระวิทย์),น้องต้อม(ทพ. ณัฐพงศ์) น้องเมย์ และที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ รอง(ทพ.ธนัฏฐนนท์) และจิต(ทพญ.รจิต) ที่ช่วยงานและเป็นแกนหลักในการจัดกิจกรรมในงานคืนนี้ค่ะ
ส่วนวันสุดท้าย (15 พ.ค) คงไม่มีอะไร แค่เตรียมตัวแยกย้ายกันเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ และหวังว่าโอกาส หน้าฟ้าใหม่คง ได้เจอกันอีกค่ะ รักนะ จุ๊บๆ คริๆ จาก ชูชู จ้า ^_______________________^

ติดตามชม Clip Video กิจกรรมที่วารสารทันตภูธร Online ที่ www.ruraldent-magazine.blogspot.com นะคะ 

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

มีดีมาโชว์ : เล่าเรื่องงานประชุมทันตแพทย์ภาคเหนือ จ. เชียงราย 15 -17 ตุลาคม 2551

โดย ทันตแพทย์ ปกรณ์ ชื่นจิต


อาการเบื่องาน คงเป็นอะไรที่เกิดขึ้นหลังจากที่คนกลุ่มหนึ่ง เริ่มมาเป็นน้องใหม่ในการรับราชการใช้ทุนเป็นเดือนที่ 4 หลายๆคนเริ่มกระวนกระวาย ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เกิดความรู้สึกกระหาย จึงขวนขวาย เสาะหา อะไรก็ได้ ที่จะพาตนออกไปจากภาระงานเดิมๆ ซ้ำๆ ซึ่งก็ไม่ได้ถึงกับอยากลาออกอะไรหรอก เพียงแต่อยากไปชาร์ตแบตให้ตัวเองชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น จะได้กลับมา “ สู้เว้ย ! ” กับการงานของเราต่อ



วันหนึ่งก็มีจดหมายน้อยมาวางบนโต๊ะ เนื้อความเป็นภาษาคำเมือง ถ้อยคำอ่อนหวานที่ทำให้เคลิบเคลิ้มอย่างบอกไม่ถูก เชิญชวนให้พวกเราชาวทันตแพทย์ เข้าร่วมประชุมวิชาการที่จังหวัดเชียงราย ราวๆกลางเดือนตุลาคม อ่านไปๆก็พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยว ที่เริ่มมีสายลมเย็นๆ ต้นฤดูหนาวพัดผ่านให้หนาวใจ บรรยายถึงน้ำเต้าหู้ร้อนๆ ที่ชวนให้จินตนาการว่ากำลังนั่งซดอยู่ริมฟุตบาทเพื่อดับกระหายหลังจากที่ขี่จักรยานชมเมืองมาเหนื่อยๆ ณ ตอนนั้นจิตใจของทันตแพทย์ตัวน้อยๆถูกสะกดให้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว โทรหาเพื่อนคนแล้วคนเล่า ปากก็พร่ำบอกว่า มานะๆ มาประชุมเชียงรายกันนะ คิดถึงพวกแกนะ ทีมงานเค้าพาเที่ยวด้วยนะ คงเป็นเพราะความน่าสนใจของจังหวัดที่จัดการประชุมในครั้งนี้ บวกกับโปรแกรมเสริมช่วงเย็นที่น่าสนใจมาก ทำให้ในที่สุด ทันตแพทย์จากทั่วสารทิศเหนือใต้ออกตก ต่างก็ตกลงปลงใจจะมาแอ่ว...เอ๊ยมาประชุมวิชาการ ณ ดินแดนเหนือสุดแห่งสยาม


มักมีคำถามส่งไปถึงทพ.ที่เชียงรายว่า ต้องรีบสมัครไหม จะเต็มไวรึเปล่า ซึ่งก็มักได้รับคำตอบว่า ครั้งก่อนที่จัดที่อื่นก็คนมาไม่เยอะเท่าไร ไม่ต้องกังวลไป ไม่เต็มหรอก แต่หารู้ไม่...ว่าในที่สุดแล้ว การประชุมนี้กลายเป็นงานที่ทพ.กรีฑาทัพมากันถล่มทลาย มืดฟ้ามัวดิน เรียกว่ามากันเกือบหมดประเทศเลยก็ว่าได้ จากที่คิดไว้ว่าไม่เกินร้อยห้าสิบ เห็นว่ามากันสี่ร้อยกว่า... พุทโธ ธัมโม สังโฆ... นักขน๋าด





15-16-17 ตุลาคม 2551 คือวันที่หลายคนเฝ้าคอย สถานที่จัดงานคือ ดุสิตไอส์แลนด์ รีสอร์ต โรงแรมระดับห้าดาวที่พวกเรา (ที่เบิกจากต้นสังกัด) จะได้นอนฟรี แรกก้าวเข้าสู่ห้องพักก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแบบล้านนา เตียงเดี่ยวสองเตียงถูกวางไว้คู่กัน ถัดไปเป็นโซฟาแบบหลุยส์ สุดห้องมีกำแพงกระจกใส มองเห็นภูเขา ริมน้ำกก และทุ่งหญ้าเขียวขจี หันกลับมาพบกับห้องน้ำ ภายในมีอ่างอาบน้ำ ห้องอาบน้ำ อ่างล้างหน้าและชักโครก(ที่ห้ามมีสายชำระ...แสบอีกละ) ประตูบานเลื่อนที่เป็นซี่ๆ คนภายนอกสามารถ locate ตำแหน่งของคนภายในได้ และที่สำคัญคือ...ล็อคยังไงเนี่ย ?



งานครั้งนี้ทพ.ก็ใช้วิธีเดินทางกันมาในหลายรูปแบบ ทั้งรถส่วนตัว รถทัวร์ แต่ก็คงจะเป็นเครื่องบินกันเสียส่วนใหญ่ ต่างก็ลงเครื่องกันมาทั้งรอบเช้า สาย บ่าย เย็น แต่รอบดึกนี่สิเครื่องดีเลย์จากสามทุ่มครึ่งเป็นเที่ยงคืนกว่า เล่นเอาหลายคนรอจนเซ็ง... ผู้อ่านคงรู้ว่าสายการบินอะไร เพราะใครๆ ก็บินได้ Everyone can fly…





เช้าวันแรกของการประชุม หน้างานคึกคักมาก เริ่มต้นด้วยการไปลงทะเบียนที่โต๊ะกลาง รับถุงผ้าลดโลกร้อนมาหนึ่งถุง จากนั้นก็เดินไปลงทะเบียนที่โต๊ะกิจกรรมท่องเที่ยว ความประทับใจแรกคือ น้องใหม่รับราชการปีแรก จะได้เที่ยวฟรีเกือบทุกกิจกรรม มีทั้งรับประทานอาหารที่ไร่แม่ฟ้าหลวง ขี่จักรยานเที่ยวชมเมืองเชียงรายยามเช้า ไปวัดร่องขุ่น บ้านอ.ถวัลย์ ดัชนี และกิจกรรมสุดฮิต ชอปปิ้งที่แม่สาย พาไปนอนดอยตุงด้วย ตรงข้ามโต๊ะมีบอร์ดประชาสัมพันธ์กิจกรรมดังกล่าว มีรูป มีรายละเอียด ทำให้กิจกรรมดูน่าสนใจมาก จนทำให้มีคนมาสมัครเพิ่มเติมเยอะแยะมากมาย ซึ่งพี่ๆก็สามารถลงชื่อร่วมกิจกรรมได้ แต่อาจต้องจ่ายเงินเอง เมื่อลงทะเบียนกิจกรรมแล้วก็จะได้บัตรเชิญงานเลี้ยงไร่แม่ฟ้าหลวง คูปองรับจักรยาน ตั๋วรถโดยสารและเสื้อยืด Dental Health Team (เฉพาะน้องใหม่ภาคเหนือ) เป็นลายจักรยานไอเดียดีทีเดียว :D





พอจะเริ่มงานก็มีพริตตี้ในชุดชาวเขามาเคาะฆ้องเชิญเข้าห้องประชุม เข้ามาในห้องก็พบโต๊ะจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบด้านหน้ามีเวทีขนาดใหญ่พร้อมจอสำหรับโปรเจคเตอร์ ซ้ายของเวทีมีจอเล็กๆขึ้นข้อความน่ารักๆ เปลี่ยนเป็นระยะ เก๋ไก๋ไปอีกแบบ





พิธีเปิดเริ่มต้นด้วยวีดิทัศน์สมเด็จย่า เล่าถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน รวมถึงความเป็นมาของมูลนิธิพอ.สว. จากนั้นเป็นฟ้อนรำพื้นเมืองและการแสดงกลองสะบัดชัย จากนักเรียนโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม พวกเรามีโอกาสได้พบกับ รองนายแพทย์สสจ. และรองผู้อำนวยการรพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ คณบดีคณะทันตแพทย์ มช. ที่มากล่าวเปิดงานและพูดคุยกับผู้ร่วมประชุม ประเด็นหนึ่งที่ท่านชื่นชมก็คือความกลมเกลียวสามัคคีของทีมทันตแพทย์เชียงราย และรู้สึกทึ่งกับกิจกรรมรับน้องใหม่ที่เกิดขึ้นมาได้ อย่างที่ใครเคยทำได้มาก่อน











เมื่อลงมาจากห้องพัก ก็เห็นรถบัสสองคันมาจอดรออยู่ที่หน้าโรงแรม พวกเราที่เป็นน้องใหม่ได้ถูกจัดไว้ให้ขึ้นรถคันแรกเพื่อเดินทางไปยังไร่แม่ฟ้าหลวง ประมาณสามสิบนาที ก็ถึงที่หมาย เบื้องหน้าเป็นสนามหน้าริมทะเลสาบ มีเสาไม้สูงๆถูกตั้งเรียงไว้กลางสนามหญ้าอย่างสวยงาม พวกเราน้องใหม่ ได้รับพวงมาลัยมะลิหอมๆ และกล่าวยินดีต้อนรับสู่ชีวิตราชการจากพี่ๆทันตแพทย์ภาคเหนือที่มารออยู่ก่อนแล้ว เราได้ถ่ายรูปร่วมกัน แล้วจากนั้นก็มีมัคคุเทศก์พาเดินเข้าไปชมภายในไร่ ภายในไร่มีต้นไม้มากมาย ร่มรื่นมาก เราได้เดินบนสะพานไม้เพื่อข้ามทะเลสาบ ได้เข้าไปชมในหอแก้ว ภายในมีศิลปวัตถุของล้านนาจัดแสดงมากมาย ตรงกลางของหอมีพระพุทธรูปพล้าโต้ที่อยู่บนยอดเสา แสงอาทิตย์สีเหลืองยามเย็นลอดหลังคาเข้ามาทาทาบพอดี ดูศักดิ์สิทธิ์และสวยงาม











ต่อมาเป็นหอพิพิธภัณฑ์ที่ภายในจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์ล้านนา สักพักก็มีการแสดงต้อนรับเป็นฟ้อนรำแบบล้านนา สร้างความประทับใจและเรียกเสียงปรบมือได้มากทีเดียว จากนั้นเราก็ไปกันที่ศาลาริมน้ำ บริเวณที่จะรับประทานอาหารกัน เริ่มงานมีการกล่าวต้อนรับจากทพ.โคสิต สสจ.เชียงราย ต่อด้วยการแสดงจากไร่แม่ฟ้าหลวง แล้วก็มีพิธีผูกข้อมือรับทันตแพทย์น้องใหม่ ส่วนช่วงไฮไลท์ของงานในคืนนี้ คือการแสดงมุทิตาจิตแก่ อ.อุทัยวรรณ อ.อัญชลี และ อ.มิ่งขวัญ คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ในโอกาสที่เกษียณอายุราชการ ช่วงท้ายมีการจุดเทียนร้องเพลงพระคุณที่สาม ภาพแห่งความรักของครูและลูกศิษย์จากกิจกรรมนี้ทำให้รู้สึกประทับใจแก่พวกเราที่ได้พบเห็น











จากนั้นเป็นการแสดงกลางน้ำสุดแสนอลังการ เป็นขบวนเรือมาจากที่ไกลๆ มีคบไฟ เทพธิดาที่ร่ายรำหลอกล่อสัตว์ในวรรณคดีสีเขียว ล่องจนมาถึงฝั่งของพวกเรา สุดท้ายพวกเราก็ได้ลอยโคมยี่เป็ง ณ ริมน้ำแห่งนั้น ลอยกันเป็นกลุ่มๆ หลายโคมพุ่งทะยานขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว บางโคมคงรวบรวมเอาคำอธิษฐานเยอะไปหน่อย (ได้แก่ของน้องใหม่มหิดล และ เชียงใหม่) เกิดปรากฏการณ์ลอยไม่ขึ้น เรียกเสียงกรี๊ดฮาจากผู้ปล่อยและสร้างความสนุกสนานแก่คนรอบข้างได้ดีทีเดียว จากนั้นก็ทยอยขึ้นรถกลับ และต้องรีบเข้านอน เพราะพรุ่งนี้นัดรวมตัวกันตีห้าครึ่งครับ ตีห้าครึ่งอ่านไม่ผิดหรอกครับ เพราะนี่คือเวลาที่นัดรวมตัวผู้ที่จะออกไปขี่จักรยานชมเมืองรับลมหนาวยามเช้า แรกลงมาก็ตกกะใจกับปริมาณจักรยานที่ทีมงานหามาไว้ ต้องเรียกว่ากองทัพจักรยาน ร่วม 200คัน ยังไม่พอยังมีรถสามล้อถีบอีกราวๆสามสิบคันพร้อมโชเฟอร์หนุ่ม(เหลือ)น้อย คงจัดไว้สำหรับคณะ VIP








ขบวนเริ่มออกเดินทางตอนหกนาฬิกาตรง เช้าวันนั้นอากาศเย็นสบายแต่ไม่ถึงกับหนาว นักปั่นกว่าเก้าสิบชีวิตขี่กันไปตามถนน บางคนได้จักรยานเสือภูเขา21เกียร์ บางคนได้จักรยานอาแปะดูคลาสสิคไปอีกแบบ มีคุณตำรวจใจดีมาปิดถนนให้เราขี่กันอย่างปลอดภัยตลอดเส้นทาง ไม่นานเราก็มาถึงห้าแยก ที่ตั้งของรูปปั้นพ่อขุนเม็งราย ผู้เป็นเจ้าเมืองที่เคารพนับถือมานานของชาวเชียงราย เราจอด จักรยานเป็นร้อยคันกันบนฟุตบาท เล่นเอาชาวเมืองเชียงรายที่สัญจรผ่านมางงกันเป็นแถบนึกว่าม็อบอะไรมาปิดห้าแยก ดีที่ว่าท้ายสามล้อถีบทุกคันมีป้ายรณรงค์ลดโลกร้อนช่วยคลายความสงสัย เราสักการะพ่อขุนเม็งราย แล้วถ่ายรูปรวมทันตแพทย์ลดโลกร้อนไว้เป็นที่ระลึก แล้วจึงเดินทางต่อ








เราขี่ผ่านกาดหลวง (ตลาดใหญ่) แล้วไปพักดื่มน้ำเต้าหู้ ฟักทอง งาดำ และปาท่องโก๋ที่สวนตุง ข่าวว่าอภินันทนาการจากทพ.แห่งสสจ.เชียงราย สวนตุงเป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ตรงข้ามศูนย์ส่งเสริมทันตสุขภาพ ออฟฟิศของทพ.สสจ. ที่เมื่อมองขึ้นไปบนชั้น2ก็จะมีป้ายไวนิลต้อนรับแขวนอยู่ว่า “ภูมิใจฮับปี้ ยินดีฮับน้อง ด้วยใจเพื่อนพ้อง ทันตฯเชียงราย” น่ารักจริงๆคุณเจ้าภาพ
หลังเติมพลังแล้วเราก็มุ่งหน้าสู่วัดพระแก้ว โดยระหว่างทางก็ได้ผ่านหอนาฬิกาประจำเมืองเชียงราย ได้ชื่อว่าเป็นหอนาฬิกาที่สวยที่สุดในโลก สีทองอร่าม ออกแบบและก่อสร้างโดย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์






วัดพระแก้วแห่งนี้ เคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกตซึ่งต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่วัดพระแก้วที่กรุงเทพ ต่อมาชาวเมืองก็ได้ร่วมกันจัดสร้างพระพุทธรูปขึ้นมาใหม่ คือ พระหยกเชียงราย ไว้ ณ วัดแห่งนี้ วัดพระแก้วเป็นที่แวะแห่งสุดท้าย ตอนนั้นเวลาก็เกือบเจ็ดโมงแล้ว พวกเราจึงพากันขี่กลับโรงแรม มีคนเล่าว่า ผู้จัดการประชุมงานก่อนๆ ก็เคยทำกิจกรรมขี่จักรยานลักษณะนี้ขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้เป็นที่ฮือฮาและคนก็ไม่ได้เยอะขนาดนี้ แต่มันกลับเกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการที่เชียงราย ทำให้รู้สึกว่า ทพ.เรานี่กล้าหาญชาญชัยดีเนอะ กล้าคิด กล้าทำ กล้าร่วม ไปไหนไปด้วย เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และจากกิจกรรมในเช้าวันนั้น ก็ทำให้เราได้รับคำชื่นชมมากมายจากวิชาชีพอื่นๆ








ตกเย็นหลังเลิกประชุม มีรถมารอรับพาไปส่งวัดร่องขุ่นหรือบ้าน อ.ถวัลย์ ดัชนี แล้วแต่ว่าใครอยากไปเที่ยวที่ไหน ข่าวว่ากลุ่มที่ไปบ้านอ.ถวัลย์นี่ ได้พบกับอาจารย์ตัวจริงด้วย เสียดายที่ฝั่งทางวัดร่องขุ่นไม่มีโอกาสได้พบกับ อ.เฉลิมชัย แต่เมื่อได้เดินชมสัมผัสความสวยงามของสถาปัตยกรรมและปฏิมากรรมของวัดร่องขุ่นแล้ว บอกได้คำเดียวว่านี่คือผลงานระดับโลกจริงๆ





เอาล่ะคงต้องพูดถึงบรรยากาศการประชุมบ้างแล้ว มิฉะนั้นท่านผู้อ่านอาจจะเข้าใจว่ามาเชียงรายครั้งนี้เด่นแต่เรื่องเที่ยว ประเด็นหลักของการประชุมวิชาการครั้งนี้คือ “ทันตกรรมเพื่อความงาม (Esthetic dentistry)” ทั้งในด้าน Restorative, Fixed-Removable prosthodontics, Periodontal esthetic, Implants, พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคฉบับใหม่กับผลกระทบต่อวิชาชีพทันตแพทย์ และ หลักการ Presentation ที่ดีสำหรับทันตแพทย์ โดยเหล่าวิทยากรนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงระดับประเทศ เมื่อได้ฟังไอเดียในการทำงาน หลักการที่ทำให้ประสบความสำเร็จ รวมถึงภาพผลงานที่ท่านวิทยากรได้นำมาแสดง ทำให้รู้สึกถึงความเก่งกาจ ขออนุญาตใช้คำแบบวัยรุ่นๆว่า “เทพ” ตัวจริง ในการบรรยายก็มีทั้งสาระความรู้ เทคนิคที่นำไปใช้ได้จริง เคล็ดลับแห่งความสวยงาม รวมทั้งความสนุกสนานระดับที่ไม่แพ้เดี่ยว 7 ทั้งนี้ทั้งนั้น มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ในแต่ละชั่วโมงบรรยายนั้นเต็มไปด้วยความครึกครื้นก็คือ ผู้เข้าฟัง เพราะจำนวนผู้เข้าฟังในแต่ละหัวข้อไม่เคยน้อยกว่า 70%เลย ทำให้ทั้งงานรู้สึกอบอุ่น สร้างความประทับใจต่อวิทยากรเป็นอย่างมาก ที่เพื่อนพี่น้องทันตแพทย์ให้เกียรติเข้าฟังอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ซึ่งก็เป็นเช่นนี้ตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งถึงวันสุดท้าย ทำเอาผู้จัดและวิทยากรต่างก็ปลื้มใจไปตามๆกัน







ยังไม่หมด แม้ในวันที่ 17 จะมีพิธีปิดการประชุมอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ก็ยังมีกิจกรรมกันต่อ โดยมีรถตู้เกือบสิบคันสำหรับผู้ที่ต้องการไปจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าช่วยชาติ (พม่า) ได้ ทุกท่านเข้าสู่ด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก พรมแดนไทย-พม่า ซึ่งทีมงานได้เตรียมวีซ่าแบบวีไอพีให้ก่อนล่วงหน้าแล้ว จึงข้ามแดนไปได้อย่างสะดวกสบาย จนทำให้เงินบาทในกระเป๋าสตางค์ทันตแพทย์ไทย ไหลออกสู่ต่างชาติอย่างรวดเร็วภายในไม่ถึงเวลา 3ชั่วโมง แต่เดี๋ยวก่อนยังไม่หมดเพียงเท่านี้ สำหรับน้องใหม่ทั้งหลาย เค้ายังมีกิจกรรมพาขึ้นไปนอนบนดอยตุงอีก โดยไปทำกิจกรรมกันบนดอย รับประทานอาหารเย็นแบบเมืองๆ ตกค่ำก็มีการล้อมวงนั่งคุยกัน โดยมีพี่ๆทันตแพทย์อาวุโสในเชียงราย มาถ่ายทอดประสบการณ์ ให้ข้อคิดดีๆแก่รุ่นน้องทั้งในด้านการทำงาน การดำเนินชีวิต และการใช้ชีวิตคู่ เช้าวันต่อมาก็พากันขึ้นไปเที่ยวชมพระตำหนักดอยตุง และ สวนแม่ฟ้าหลวง


แล้วในที่สุดก็ถึงเวลากลับบ้านจริงๆสักที คิดแล้วก็ใจหาย เวลา 5 วันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เป็นเวลาที่มีความสุขมากอีกช่วงหนึ่ง เพื่อนๆบอกว่าอยากให้ปีหน้าจัดที่เชียงรายอีก จัดทุกปีได้เลยยิ่งดี จะได้มาละลายทรัพย์ที่แม่สายอีก และรู้สึกดีใจมากที่ได้มางานประชุมครั้งนี้ งานประชุมก็ดี กิจกรรมก็สนุก มีการเตรียมงานอย่างดี และบริหารจัดการที่น่าประทับใจ สรุปแล้วคือทุกอย่างโอเค ขอปรบมือให้เจ้าภาพในครั้งนี้ ทั้งชมรมทันตแพทย์ภาคเหนือ คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ และทีมทันตบุคลากรเชียงราย

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551

มีดีมาโชว์ : คลินิกแผลในช่องปาก เริ่มต้นอย่างไรดี


โดย ทพญ.พัชรี กัมพลานนท์
งานศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล กลุ่มงานทันตกรรม รพ.หาดใหญ่


ปีที่ผ่านมามีโอกาสนำเสนอผลงานวิชาการเรื่อง “การพัฒนาระบบบริการรักษารอยโรคเยื่อบุช่องปากในโรงพยาบาลหาดใหญ่” ในการประชุมวิชาการของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโชคดีที่ได้รับรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นกลับมา หลายขั้นตอนของการนำเสนอผลงานวิชาการต่อหน้าผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นอาจารย์แพทย์หลากหลายสาขา ได้รับการขานรับว่าทันตแพทย์ควรมีบทบาทที่สำคัญในการตรวจและรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ หลังจากนั้นมีน้องๆทันตแพทย์หลายคนสนใจโทรศัพท์มาสอบถามวิธีการจัดตั้งคลินิกนี้ ประกอบกับหมออ๋อบรรณาธิการวารสารทันตภูธรชวนให้เขียนบทความ จึงรู้สึกยินดีและอยากมีส่วนกระตุ้นน้องๆทันตแพทย์รวมทั้งทันตบุคลากรอื่นๆ ให้สนใจตรวจหารอยโรคเยื่อบุ ช่องปากในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง แค่เพียง 1-2 ราย ท่านก็อาจเป็นผู้ที่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งช่องปากในผู้ป่วยได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ความเป็นมาของการจัดตั้งคลินิกแผลในช่องปาก โรงพยาบาลหาดใหญ่
เมื่อเข้าไปทำงานที่โรงพยาบาลใหม่ๆ พบผู้ป่วยสูงอายุมีแผลเรื้อรังที่โคนลิ้น ไปพบแพทย์มาหลายสาขา ได้รับยามาป้าย ผ่าตัดแผล ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางจุลพยาธิวิทยา ผลก็บอกว่าไม่ได้เป็นมะเร็ง แต่แผลก็ไม่หายสักที ผู้ป่วยผ่านมา ทันตกรรมโดยบังเอิญ เมื่อเหลือบเห็นแผลและรากฟันคมๆ น่าจะเป็นตัวระคายเคืองลิ้นให้เกิดเป็นแผลแน่ๆ จึงเชียร์คุณลุงให้ถอนตอฟันออกไป นัดคุณลุงกลับมาอีกสัปดาห์ ก็พบว่าแผลหายเกือบสนิท (ตาม รูปที่ 1,2)



จึงคิดว่าทำไมผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้ถูกส่งมาพบทันตแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ คงเป็นเพราะแพทย์จะนึกถึงทันตแพทย์ก็เมื่อเป็นโรคของฟันและเหงือกเท่านั้นแน่ๆ

หลังจากนั้นไปดูงานศัลยกรรมช่องปากฯที่ประเทศอังกฤษ เห็นอาจารย์ศัลยกรรมช่องปากผู้หญิงท่านหนึ่ง จัดให้มีคลินิกรอยโรคในช่องปาก นัดผู้ป่วยมาตรวจ และติดตามผลการรักษาทุกสัปดาห์ กลับมาทำงานที่โรงพยาบาลจึงปิ๊งไอเดีย ขอแบ่งเวลาทำงานหนึ่งคาบต่อสัปดาห์จัดมีการตรวจรักษาและติดตามผลการรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ ตั้งชื่อคลินิกเก๋ๆว่า “คลินิกแผลในช่องปาก” เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจได้ง่ายๆ จัดทำแบบบันทึกข้อมูลผู้ป่วย(protocol) เดินสายประชาสัมพันธ์ให้เพื่อนแพทย์และเจ้าหน้าที่แยกผู้ป่วยรับทราบ สิบกว่าปีต่อมานำข้อมูลผู้ป่วยเหล่านี้เกือบพันคนมาวิเคราะห์ ย่อยออกมาเป็นความรู้ทางระบาดวิทยาซึ่งสามารถนำไปสู่แนวทางป้องกันมะเร็งช่องปาก นำผลงานไปเสนอในโรงพยาบาลและนอกโรงพยาบาล ได้เงินเป็นรางวัลมากินขนมหลายบาทอย่างไม่น่าเชื่อ

ปัญหาที่พบในระยะเริ่มต้นคือขาดความชำนาญในการวินิจฉัยแยกโรค โชคดีที่มีเพื่อนเป็นผู้เชี่ยวชาญรอยโรคเยื่อบุช่องปาก คือ ศาสตราจารย์ทันตแพทย์หญิงกอบกาญจน์ ทองประสม และผู้เขียนเองมีการถ่ายรูปผู้ป่วยไว้อย่างสม่ำเสมอ จึงได้พัฒนาความรู้ด้านนี้อย่างต่อเนื่อง และยังคงต้องพัฒนาอีกต่อไป

ระบาดวิทยารอยโรคเยื่อบุช่องปากในบ้านเราเป็นอย่างไร
ก่อนที่น้องๆจะให้การรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ ลองพิจารณาดูมั๊ยคะว่าผู้ป่วยมีรอยโรคชนิดใดบ้าง (ตามตาราง1,2 )


click ตาราง เพื่อให้ตารางชัดเจนขึ้นค่ะ

เราพอจะใช้ความรู้ทางทันตแพทย์ ที่เรียนๆกันมารักษาได้บ้างไหม
รอยโรคที่พบมากที่สุดเกิดจากความผิดปกติทางระบบภูมิคุ้มกัน ได้แก่ แผลแอพทัสหรือแผลร้อนใน แผลไลเคน-พลานัส การปรับสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยช่วยให้รอยโรคทั้ง 2 ชนิด ทุเลาหรือหายได้ไม่ยาก อาจร่วมกับการใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดป้าย แต่เราควรซักประวัติหาสาเหตุร่วมที่ทำให้เกิดรอยโรค รวมทั้งต้องติดตามผู้ป่วยที่เป็นไลเคนพลานัสไปตลอดชีวิต เพราะร้อยละ 1-2 อาจกลายเป็นมะเร็งช่องปากได้ สำหรับรอยโรคในกลุ่มแรกนี้ที่ต้องไม่พลาด คือการวินิจฉัยแยกโรค เพมฟิกัส โรคเพมฟิกอยด์และโรคเอสแอลอีให้ได้ พบน้อยแต่อันตรายถึงชีวิตหากรักษาล่าช้า ต้องรักษาร่วมกับอายุรแพทย์

รอยโรคที่พบบ่อยลำดับที่ 2 คือรอยโรคที่เกิดจากการกระตุ้นของปัจจัยภายนอก เช่น แผลที่เกิดจากการระคายเคืองของตอฟันคมๆ ขอบฟันปลอมที่หลวม เป็นต้น หรือรอยฝ้าขาวที่เพดานปากจากความร้อนของบุหรี่ โดยแผลหรือรอยขาวเหล่านี้สามารถกลายเป็นมะเร็งได้ไม่ยาก ขณะที่การรักษาก็ไม่ใช่เรื่องยากของทันตแพทย์เลย แต่ควรมีเวลาและวิธีพูดแนะนำให้ผู้ป่วยหยุดหรือยอมรับการแก้ไขปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

ลำดับที่ 3 คืออาการปวดแสบปวดร้อนในช่องปาก กลุ่มนี้อาจวินิจฉัยและรักษายากหน่อย ต้องอาศัยผลแลปบางชนิดเข้ามาช่วยวินิจฉัยโรค แต่วิธีรักษาเบื้องต้นที่ช่วยได้ไม่ยากคือการปรับสุขภาพช่องปากของผู้ป่วย การขูดหินน้ำลาย การทำน้ำเกลืออุ่นๆอมบ้วนปาก

ลำดับที่ 4 คือรอยโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ ที่พบมากที่สุดคือการติดเชื้อรา ชนิดแคนดิเดียสิส ซึ่งมักพบในผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ การรักษาก็คือการปรับสุขภาพช่องปากร่วมกับการรักษาโรคทางระบบร่างกายไปพร้อมๆกัน พบในผู้ป่วยเบาหวาน เอดส์ กินยาสเตียรอยด์นานๆ (รูปที่ 3,4)



ลำดับที่ 5 รอยโรคก่อนมะเร็ง (precancerous) และมะเร็งช่องปาก หากเราสามารถช่วยกันตรวจหารอยโรคก่อนมะเร็งได้มากเท่าไร ก็จะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งช่องปาก รอยโรคเหล่านี้อาจเป็นรอยขาว หรือรอยแดง หรือขาวปนแดง ที่น่าทึ่งคือทันตแพทย์ใส่ฟันเป็นคนตรวจพบรอยโรคชนิดนี้ในผู้ป่วยสูงอายุที่มาขอรับการใส่ฟันปลอมได้หลายราย (รูปที่5,6)




เพราะผู้ป่วยเหล่านั้นอาจเคยใส่ฟันปลอมเก่าที่หลวมเป็นเวลานาน การรักษาก็เพียงผ่าตัดรอยโรคขนาดเล็กออกไป ลดปัจจัยเสี่ยง และติดตามผู้ป่วยตลอดไป จะเห็นว่าหากทันตแพทย์ท่านใดสนใจผู้ป่วยรอยโรคเยื่อบุช่องปาก ก็ไม่เกินความสามารถที่จะให้การรักษาได้ด้วยตนเอง

เริ่มต้นจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบกันอย่างไรดี
การรักษารอยโรคเยื่อบุช่องปากหลายชนิดต้องมีการติดตามผู้ป่วยไปตลอดชีวิต เพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งช่องปาก ขณะเดียวกันการวินิจฉัยแยกโรคในรอยโรคแต่ละชนิดอาจไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องซักประวัติการเกิดรอยโรคอย่างละเอียดถี่ถ้วน ดังนั้นจึงควรกำหนดตัวทันตแพทย์ที่สนใจเป็นผู้รับผิดชอบผู้ป่วย ควรแบ่งช่วงเวลาในการตรวจรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ออกมาจากการรักษาทางทันตกรรมทั่วไป ควรประชาสัมพันธ์ให้เพื่อนร่วมงานในโรงพยาบาลรับทราบ เพื่อการส่งต่อผู้ป่วย ดูๆไปก็ไม่เห็นจะต้องลงทุนอะไร สนใจจริงๆวันพรุ่งนี้ก็เปิดคลินิกขึ้นมาได้เลย

ทันตแพทย์ต้องเตรียมตัวอย่างไร

ทันตแพทย์ที่รับผิดชอบหากไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวินิจฉัยโรคช่องปาก ก็ควรตั้งต้นอ่านหนังสือตำรากันมากหน่อย ให้โรงพยาบาลซื้อหนังสือ Atlas เกี่ยวกับรอยโรคในช่องปาก สำหรับดูรูปเพื่อช่วยในการวินิจฉัยแยกโรค หาผู้ที่มีความรู้มากกว่าสำหรับโทรศัพท์ปรึกษาเรื่องรอยโรคเหล่านี้ อ่านตำราพร้อมกับการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและพบเห็นรอยโรคสะสมไปเรื่อยๆ จะทำให้เราได้พัฒนาความรู้ด้านนี้มากขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

ตำราของศาสตราจารย์ทันตแพทย์หญิงกอบกาญจน์ ทองประสม เรื่องรอยโรคในช่องปากที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน เป็นตำราภาษาไทยที่อ่านได้ง่าย อาจารย์ได้ร่วมจัดตั้งชมรมวินิจฉัยโรคช่องปาก หรือ oral disease group of Thailand ( ODGT ) มีการประชุมวิชาการปีละ 1 ครั้ง ประมาณเดือนธันวาคม ผู้เขียนเองได้เข้าร่วมประชุมมา 2-3 ปีแล้ว ได้รับประโยชน์และได้รับความรู้เกี่ยวกับการวินิจฉัยและรักษารอยโรคเยื่อบุช่องปากมาก เพราะการประชุมแต่ละครั้งมักจะมีแพทย์โรคผิวหนังเข้ามาร่วมให้ความรู้ด้วย ขณะเดียวกันเราก็สามารถนำภาพผู้ป่วยไปขอรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้ทุกครั้ง หากน้องทันตแพทย์สนใจสามารถติดตามเข้าร่วมประชุมหรือหาความรู้จากเวบไซต์
http://www.odgt.net/ ส่วนวารสารต่างประเทศที่หาได้ง่ายในบางโรงพยาบาลหรือคณะทันตแพทย์คือ วารสาร Tripple O มีบทความเกี่ยวกับรอยโรคในช่องปากที่น่าสนใจอยู่เนืองๆ

ขณะนี้กองทันตสาธารณสุขมีงานวิจัยเรื่องการตรวจหามะเร็งช่องปากในผู้ที่สูบบุหรี่ จากการที่ได้ไปร่วมทำงานและมีโอกาสติดตามผลงานของน้องทันตแพทย์ในภาคใต้ เป็นที่น่ายินดีเมื่อได้รับฟังจากปากของน้องบางคนที่บอกว่า รู้สึกได้รับประโยชน์และความรู้จากการที่ได้เริ่มสนใจตรวจรอยโรคเยื่อบุช่องปากในผู้ป่วย

จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทันตแพทย์จำนวนมากขึ้นที่พร้อมจะมองหาความผิดปกติของเยื่อบุช่องปากทุกครั้งที่ผู้ป่วยมารับการรักษาทางทันตกรรมทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น อายุวัยกลางคนขึ้นไป สูบบุหรี่ ดื่มสุรา เคี้ยวหมาก เป็นโรคเบาหวาน เป็นต้น อาจให้การรักษารอยโรคเยื่อบุช่องปากได้ด้วยตนเองหรือส่งต่อหรือมีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระตุ้นให้ผู้ป่วยปรับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก ทั้งนี้เพื่อให้ทันตแพทย์มีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันมะเร็งช่องปาก หรือตรวจพบมะเร็งช่องปากขนาดเล็กง่ายต่อการรักษา ลดความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย เพียงแค่นี้เราก็ได้ทำบุญกุศลอันยิ่งใหญ่แล้ว


วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กิจกรรมรับน้องทันตบุคลากรใหม่ วันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2551



ณ. กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 ตำบลสี่ขีด อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
ทพ.ธณัฏฐนนท์ อัศววัฒฑกี รพ.เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
และ ทภ.ชุติมา พงศ์อำไพ สสจ.นครศรีธรรมราช........เก็บมาฝาก


ได้ฤกษ์ เปิดบ้านทันตบุคลากร จังหวัดนครศรีธรรมราช ดินแดนธรรมะ ปีนี้มีน้องใหม่ที่เข้ามาทำงานในจังหวัดนครศรีธรรมราชเยอะมาก 18 คน (ทันตแพทย์ 7คน ทันตาภิบาล 11คน) ซึ่งมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ทีมงานรับน้องใหม่ปีนี้นำโดย ทพ.ธณัฏฐนนท์ อัศววัฒฑกี (หมอรอง) จาก รพ.เทศบาลนครนครศรีธรรมราช และ ทพญ.อวิกา พิมเสน (หมอหนิง )รพ.สิชล มีกิจกรรมโดยรวมเน้นเรื่องความรักความสามัคคีในกลุ่มพี่น้องร่วมวิชาชีพ ไม่มีความรุนแรง ไม่มีสีสเปรย์มาพ่นหลังอย่างที่มีข่าวกัน เรานำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ฝึกความอดทนในการผจญด้านต่างๆ ในค่ายทหาร กติกาคือถ้ามีน้องใหม่ร่วมกิจกรรมใด ขอให้พี่ที่มาจากโรงพยาบาลเดียวกันร่วมกิจกรรมด้วย แต่เกินคาดครับมีพี่ๆ สมัครใจเล่นกับเราหลายคน

งานเริ่มขึ้นที่เวลา 10 นาฬิกาเศษ ท่ามกลางแสงแดดจ้า ท้องฟ้าสดใส ของวันที่ 20 มิถุนายน 2551 ณ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 อำเภอสิชล ทีมวิทยากรนำโดย ร้อยเอกประเสริฐ สายทองแท้ หัวหน้าหน่วยยุทธการ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 และพี่ๆทหารใจดีอีก 7 คน พวกเราแบ่งกลุ่มพี่น้องโดยใช้ผ้าพันคอ สีม่วงเป็นน้องใหม่ ของพี่สีเหลือง แรกๆ พี่ทหารเขาก็เกรงๆ ว่าเป็นหมอกันทั้งนั้นจะเล่นอะไรดี แต่น้องและพี่ชาวทันตฯนครก็ทำให้เขาเห็นแล้วว่าหนูทำได้ ไม่มีมาด ไม่มีแสตนด์อิน เล่นกันจริง เล่นกันทุกคน ฐานแรกก็สนุกสนานด้วยกิจกรรมละลายพฤติกรรม โดย พี่ๆ ทหารมาเต้นแรงเต้นกา เห็นน้องหมอและพี่หมอหลายท่านในบทบาท ที่น่ารักน่าเอ็นดู กลับมาเป็นเด็กสมัยเรียนกันอีกครั้ง

ต่อจากนั้นก็เป็นการทดสอบสมาธิ ความกล้าหาญ ด้วยการยิงปืน M16 กิจกรรมนี้ไม่ได้เตรียมเพื่อไปออกสนามสามจังหวัดชายแดนนะครับ แต่เพื่อเป็นการฝึกสมาธิและการป้องกันตัว ก็ได้เห็นน้องๆ หลายคนเห็นหน้าตาสวยๆ ก็ยิงเข้าเป้าเต็มสิบคะแนนหลายคน แต่บางคนก็ใจดีทำฟันอย่างเดียวเรื่องปืนผาหน้าไม้ เป้าสะอาด ก็สร้างความสนุกสนานและประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หาซื้อไม่ได้



หลังจากที่ผ่านเสียงดังๆ จนต้องหูอื้อไปตามๆกันเท่านั้นยังไม่พอ เรายังทดสอบความกล้าของน้องๆ ด้วยการกระโดดหอสูง 34 ฟุต ทดสอบกำลังใจและความกล้า โดยมีพี่ที่อายุมากๆ แล้วกระโดดเป็นแบบอย่าง ก็เห็นเงียบๆ กันหลายคนแต่โดดร่มกันเก่ง เสียงดีกันทุกคน ท่ามกลางสายฝน อีกทั้งบางคนยังขอกระโดดครั้งที่ 2 ให้แน่ใจว่าตัวเองกล้ากระโดดจริง ไม่ใช่ถูกผลักลงมา แม้ฝนฟ้าจะไม่อำนวย เสื้อผ้าเปียกชุ่มน้ำแต่ใจก็ยังสู้ เพราะสนุกมาก ประสบการณ์นี้มีการประดับปีกและ เกียรติบัตรรับรองความสามารถทุกคน

ถึงเวลาพักรับประทานอาหารบรรยากาศพี่กับน้องกินข้าวกล่องที่ค่ายทหาร และตอนบ่ายก็มีกิจกรรม walk rally มีทั้งหมด 4 ฐาน ใช้ธงลูกโป่งนำ ต้องรักษาธงลูกโป่ง เดินกันไปเป็นกลุ่มมีเชือกคล้องกันรวมกลุ่มกันไว้เดินยากลำบาก แต่หลายคนก็สนุก ฐานต่างๆ พี่ๆทหารเตรียมมาให้น่ารักมาก ไม่มีความรุนแรง และมีพี่ๆ ทันตบุคลากรค่อยป่วนอยู่ทุกฐาน ขโมยเจาะรูโป่ง แกล้งน้องเล็กน้อย พอสนุกสนาน บรรยากาศเป็นกันเอง และอบอุ่นมาก ทุกฐานวิทยากรสรุปให้ความรู้เรื่องการทำงานเป็นทีมและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

หลังจากผ่านฐานทั้งหมดแล้ว กิจกรรมสุดท้ายที่ทางผู้จัดได้ขอร้องให้พี่ทหารจัดให้คือการดำรงชีพในป่า การเลือกพืชผักมาเป็นอาหาร / การหาน้ำดื่มจากพืช / ฝึกการสังเกตการเลือกกินอาหารกลางป่าในภาวะคับขัน การเตรียมอาหาร โดยวิธีธรรมชาติ การหุงข้าวกับกระบอก ไม้ไผ่ ทั้งชนิดปิดจุก และเปิดกระบอกด้านข้าง สุดท้าย ทุกคนก็ได้เรียนรู้ว่าอะไรกินได้ กินไม่ได้ ได้เรียนรู้การก่อไฟในป่า และที่สำคัญได้ลองประกอบอาหารด้วยหม้อสนาม หุงข้าว ทำกับข้าวกันจริงๆ บางคนอาจไม่เคยทำเลย ก็ได้มาลองทำสนุกสนานพี่น้องร่วมกันทำและมีทหารคอยช่วยเหลือ แนะนำอย่างใกล้ชิด

กว่าจะปรุงอาหารเสร็จความมืดค่อยๆมาเยือน มีเสียงดนตรีจากแมลง ต้องเร่งมือ และนำอาหารที่ช่วยกันปรุงมาแลกเปลี่ยนกันกับกลุ่มอื่น ๆ และทุกคนกินอาหารที่ปรุงเองหมดทุกฐาน ซึ่งทันตบุคลากรทั้งรุ่นใหม่ และเก่า (เก๋า) ล้วนเข้าร่วมฝึกกันอย่างจริงจังทุกกิจกรรม ไม่เสแสร้ง แม้ทุกคนจะเหนื่อยล้า แต่ก็ใจสู้ เป็นที่ถูกใจของทีมวิทยากรยิ่งนัก แต่เวลาน้อย (มืดแล้ว) พิธีติดปีก และมอบเกียรติบัตร ต้องดำเนินการเร่งรีบ มีเพียง ทพ.ทวี จันทามงคล รพ.ทุ่งสง ได้เป็นตัวแทนรับมอบเพียงผู้เดียว




ณ ห้องอาหาร โรงแรมประสานสุขวิลล่า ชายหาดสิชล ในยามเย็นคับคั่งไปด้วยหมอฟันท่ามกลางสายฝนที่เย็นสบาย (ตั้งแต่ยามบ่าย จนกระทั่งเกือบหนึ่งทุ่ม) ความหิวก็มาเยือน พวกพี่ ๆ ที่มาเตรียมจัดบายศรีรับขวัญน้องใหม่ด้วยดอกไม้ที่สวยงาม และแสงเทียนที่สว่างไสวในยามค่ำ ในขณะที่น้องใหม่ทุกคน ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดชายหาดแล้ว ความเหนื่อยและอ่อนหล้า เริ่มจางไป แต่เมื่อถูกรุ่นพี่จับปิดตา ก็เกิดความกังวลอยู่ลึกๆ กว่าจะเดินจากห้องพักถึงห้องอาหารที่จัดเตรียมไว้รับขวัญรับน้องใหม่ ก็ 2 ทุ่ม พิธีกรรับเชิญคืนนี้ ได้แก่ หมอรอง และหมอเปิ้ล (ทพญ.สุภา เนตรจรัส ศูนย์อนามัยที่ 11) เป็นคู่ขวัญที่น่ารักมาก

พิธีรับขวัญน้องใหม่ก็เริ่มขึ้น ภายใต้เสียงเทียน น้องๆ เดินปิดตามา พบกับพี่ๆๆ ที่ล้อมรอบน้องมาพร้อมรับขวัญน้องอย่างตั้งใจ ด้วยการสวมมาลัยดอกไม้ จาก พี่ๆ อาวุโส ผูกข้อมือรับขวัญน้องใหม่ และอวยพรให้กำลังใจ ท่ามกลางเสียงเพลงที่ไพเราะและมีพิธีบายศรีสู่ขวัญอย่างง่ายๆ อบอุ่น และรับประทานอาหารร่วมกัน เอ๊ะ สงสัยทำไมกินจากค่ายไม่อิ่มเหรอ ไม่ใช่ไม่อิ่มหรอก แต่เหนื่อยมาก มีอะไรกิน ก็เลยกินอีก ต่อจากน้องก็เป็นเวทีกลางคืน แนะนำน้องๆ ประกวดโหวตน้องที่แนะนำตัวโดดเด่น และ มอบรางวัลจาก ทันตแพทย์ สสจ. โดยพี่ใหญ่(หมอตี้) และมีการแสดง เล่นเกมส์แจกรางวัลอีกมากมาย มีพี่ๆ แต่ละโรงพยาบาลเกือบทุกแห่งเข้ามาร่วมงานในวันนี้ เป็นการบ่งบอกถึงความรู้สึกของพวกเราจะได้ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข น้องใหม่หลายคนมีความสามารถเฉพาะตัวสูง ฉายแวว Dent star เต็มท้องฟ้าในคืนเดือนมืด อีกทั้งจัดกิจกรรม Entertain ได้ดี ทำให้งานคืนนี้สนุกสนานและเป็นกันเองอย่างแท้ (มีแต่พวกเราล้วนๆ) ต่อจากนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน แต่เสียงกระชิบบอกว่าบางห้องก็ไม่ได้พักผ่อน กีฬาฝึกสมองประลองปัญญา ได้เริ่มขึ้นในยามดึกอย่างสนุกสนาน

วันรุ่งขึ้น น่าเสียดายกับหลายคนที่ตื่นสายไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าตรู่ บรรยากาศที่สะอาดและสวยงาม หลังอาหารเช้าพวกเรากลุ่มมีภารกิจที่ต้องกลับมาทำงาน แต่กิจกรรมรับน้องยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งน้องใหม่ก็ตามพี่ๆขึ้นรถบัสทหาร ไปร่วมทำบุญร่วมกันเพื่อให้น้องๆ ที่เข้ามาทำงานได้รับศิริมงคลในการทำงานได้พบแต่สิ่งดีๆ ก็ได้ไปถวายสังฆทานที่วัดวิเวกทายิการาม อำเภอสิชล พระอาจารย์ให้พร ทุกคนรับศีลอิ่มอกอิ่มใจกันไปตามๆ กันก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาวิชาภูมิศาสตร์ และธรรมชาติที่สวยงาม ในอำเภอขนอม ซึ่งสมาชิกก็ลดน้อยลงไปบ้างเพราะพี่ๆ ต่างติดภาระงานกัน ก็ไม่เป็นไรยังเหลือ staff ที่น่ารัก เดินทางโดยรถทหารไปที่เขาวังทอง อ.ขนอม ได้เข้าไปชมถ้ำ หินงอกหินย้อย แหล่งท่องเที่ยวที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีด้วยหรือที่นครศรีธรรมราช ถ้ำเขาวังทอง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่งดงามแห่งหนึ่ง ภายในถ้ำนอกจากจะเห็นหินงอกและหินย้อยทั่วๆไปแล้ว ยังพบหินก้อนใหญ่มีลายดอกกุหลาบชัดเจน เป็นจุดขายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาชื่นชมได้มากทีเดียว อีกทั้งมีเด็กอายุ 7ขวบเป็นมัคคุเทศก์ นำทางในถ้ำมืดที่มืด โดนเด็กหลอก เด็กแกล้งกันไปตามๆ กัน ทำให้พวกเรารักเด็กกันยิ่งขึ้น



หลังที่เหนื่อยกันกับการชมถ้ำกว่า 1 ชั่วโมงเราก็ไปพักรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านกุ้งเผา อ่าวท้องเนียน บรรยากาศ สบายกินอาหารริมทะเล หาดทรายสีขาว พี่น้องเมาส์กันมันส์ สนุกสนาน เมาส์กันอิ่มกว่ากินข้าวเสียอีก (เอ๊ะ ! ยังไง) รับประทานอาหารเสร็จแล้วก็เข้าที่พักที่ อลงกตรีสอร์ท อ.ขนอม ให้น้องๆ พักผ่อนกันตามอัธยาศัย ( อ๊ะ ! เปลี่ยนที่พักอีกแล้ว) ได้เวลา 15.30 น. มาทำกิจกรรมชายหาด เริ่มด้วย บี้ลูกโป่งกันด้วยหลัง จับคู่กันแล้วบี้ แบ่งกันเป็นสองทีม น้องทันตาภิบาลสาวๆบี้แตกก่อนใครเพื่อน

หลังจากหมดไป 1 เกมส์ก็มาเล่นวิ่งกระสอบกันที่ริมทะเลทีมละ 7 คน วิ่งหมดก่อนชนะ เห็นหน้าตาเมืองๆ ก็เล่นแบบบ้านๆ กันได้ทุกคน น้องชายแมนมากวิ่งแทนป้าๆ ทีมเดียวกัน ต่อจากนั้น ก็เล่นกิจกรรมลิงชิงบอลฝึกความว่องไวและความสามัคคี เล่นเอา พี่มุท และพี่รองหอบกันใหญ่ เนื่องจากแก่แล้ว แต่ก็สนุกสนาน กันมาก หลังจากที่วิ่งเหนื่อยแล้ว ก็เปลี่ยนมาเล่นวอลเลย์บอลชายหาดทีมละ 7 คน กติกาใครใคร่อยากเสิร์ฟ ก็เสิร์ฟ อยากตีก็ตีเล่น เกมส์ 21 เห็น พี่ๆ สสจ.เล่นเก่งกันทุกคนเลยครับ เมื่อเหนื่อยกันมากก็ลงน้ำเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน แล้วแยกย้ายกันไปอาบน้ำ แล้วมาทานข้าวริมทะเล เสร็จแล้วก็นั่งเรือไปชมหิ่งห้อย แต่ไม่ค่อยเห็น เพราะฝนตก(อีกแล้ว) และกลับมาเราก็ให้น้องๆ พักผ่อนกันตามอัธยาศัย

สรุปกิจกรรมที่ทำมาทั้งหมด เน้นความสามัคคีเชิงสร้างสรรค์ ไม่มีความรุนแรง กิจกรรมที่ทำร่วมกันระหว่างพี่กับน้องเพราะเราเชื่อว่ากิจกรรมอะไรก็ได้ ที่สามารถเชื่อมความสัมพันธ์ได้ทั้งสิ้น จากการประเมินน้องๆ ก็มีความพึงพอใจ ได้รับประโยชน์ไม่เครียดและไม่รู้สึกกดดัน และไม่รู้สึกว่าถูกกระทำรุนแรง ทุกคนเต็มใจเข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่บังคับ ทำให้พี่น้องสนิทสนมกัน พูดคุยกันมากขึ้น น่าจะร่วมกันทำงานได้อย่างมีความสุข เป็นประโยชน์ระยะใกล้ที่เห็นได้….


วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

มีดีมาโชว์ : การอบรมเชิงปฏิบัติการ งานพลังกลุ่มและความสุข ชมรมทันตสาธารณสุขภูธร

วันที่ 23 - 25 มีนาคม 2551
ณ ศูนย์ฝึกอบรมข้าราชการกรุงเทพมหานคร หนองจอก
โดย ทพ.พูลพฤกษ์ โสภารัตน์


สัปดาห์นี้พวกเราซึ่งมาจากต่างถิ่นต่างแดน ไกลสุดจากใต้ก็สงขลา เหนือสุดก็เชียงราย แต่คิดว่าทุกคนที่มาคงมาด้วยความรู้สึกบางอย่างลึกๆในใจ...การอบรม “งานพลังกลุ่มและความสุข”



อย่างที่คุ้นเคยกัน ในการอบรม ต้องมีการแนะนำตัวเองกันก่อน สำหรับการอบรมครั้งนี้เริ่มต้นในห้องก็เป็นบรรยากาศที่แสนสบาย นั่งบนพื้นเป็นวงกลมโดยไม่มีวัตถุใดๆมากั้นระหว่างพวกเรา การแนะนำตัวของแต่ละคนไม่ได้บอกเฉพาะชื่อเพื่อให้เรียกขาน แต่ละคนได้บอกถึงตัวตน บอกถึงจุดมุ่งหมายในการมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ บอกตรงๆ คิดว่าทุกคนมาคงไม่น่าจะรู้ว่ามาทำอะไร รู้แต่ว่าได้มารู้จักคนที่มีความคิดคล้ายๆ กัน นอกจากการที่มาต่างทิศกันแล้ว ยังต่างบริบทของการเป็นทันตแพทย์ด้วย

โดยมีตั้งแต่เป็นพี่ที่เป็น หมอ Maxillofacial, พี่ที่อยู่สสจ. (ประธานชมรมของเรา อาวุโสสุด แต่ได้ถอดความเป็นผู้ใหญ่อายุเยอะออกไป เลยเพียงลักษณะของพี่ใหญ่ใจดี น้องๆ ถึงไหน พี่ถึงนั่น) เรื่อยไปจนถึงน้องใหม่ที่เพิ่งจบ นอกจากนี้ยังมีมาจากมหาวิทยาลัย คือ จากมช. และมน. แถมยังมีตัวแทนจากทันตแพทย์เอกชนเข้าร่วมด้วย นับรวมๆ ได้ก็ประมาณ 30 กว่าคน...ใช้เวลาไปพอควร แต่ต่างคนต่างก็คงจะคงจะไม่ทันรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเท่าไรเพราะคงกำลังสนุกอยู่กับการได้รู้จักกัน



หลังทานอาหารว่างเสร็จ สัก 11 โมงกว่าๆ ก็เข้าสู่กิจกรรม “ตบมือเรียกชื่อ” ฟังดูก็เหมือนเป็นอะไรที่น่าจะทำได้อย่างสบาย พอเล่นจริง ก็สับสนเหมือนกัน แค่ “เคาะเข่า ตบมือ ดีดนิ้ว แล้วค่อยเรียกชื่อเพื่อน” ก็ผ่านไปด้วยความสนุกสนานจากนั้นก็ต่อด้วยกิจกรรม “เป็ด” โดยแต่ละคนจะยืนบนเบาะและจะมีเบาะว่างอยู่หนึ่งใบ กติกาง่ายๆ คือทำยังไรก็ได้ไม่ให้เป็ดไปอยู่บนเบาะได้ซึ่งต้องพยายามทำให้ได้นานที่สุด โดยห้ามโดนตัวเป็ด และห้ามเคลื่อนย้ายเบาะคิดตามก็คงไม่น่าจะยากใช่ไหมครับ ก่อนเล่นเราได้มีการวางแผนกัน เสนอรูปแบบต่างๆ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ก็อยากจะลองดู เล่นไปได้กัน 10 กว่ารอบปรากฏว่า ทีมเราทำได้นานสุด 33 วินาที (ไม่ได้พิมพ์ผิดนะครับ วินาทีจริงๆ วิทยากรบอกว่าอบรมที่อื่นนานถึง 5 นาที หรือจนเป็ดยอมแพ้เลยก็มี) ไม่รู้ว่าทำไมทั้งๆ ที่ก็ว่าวางแผนกันดีแล้วนะ หรือว่าแต่ละคนไม่เข้าใจจริง ไม่ได้สนใจอะไรมาก คิดว่าเป็นแค่เกมส์ (หรือว่าเรายังใหม่กันอยู่ ก็น่าคิดนะ)




เล่นเสร็จพร้อมความหิวที่มาเยือนสำหรับมื้อกลางวันที่ทานกันก็ใกล้บ่ายแล้วกิจกรรม “ข้ามแม่น้ำพิษ” คราวนี้ยากขึ้น ซับซ้อนมากกว่าเดิม โดยเราทั้งหมดประมาณ 25 คนต้องเดินผ่านเส้นทางที่เป็นรูปตัว U ซึ่งมีเพียงหิน (กระดาษขนาด A4) ทั้งหมด 13 ก้อน เป็นพื้นที่ให้เราต้องใช่ในการข้ามไปสู่อีกฝั่งให้ได้ ก้อนหินสามารถเคลื่อนได้ แต่ต้องให้ส่วนของเราสัมผัสตลอด ยากจัง!!! ทำได้ไงวะเนี่ย คนตั้ง 25 คนกับก้อนหิน 13 ก้อน เราก็มานั่งคุยกันวางแผนกันอีก ครั้งนี้มีการแบ่งเป็นกลุ่มๆในการวางแผน แต่ละกลุ่มต่างก็คิดกันต่างๆนานา ลองคิดลองทำดู ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่เอ๊ะตัวเลขสองชุดนี้มันสัมพันธ์กันแปลกๆ ว่าไหม



ใช้เวลาไปประมาณ ครึ่งชั่วโมงนิดๆ ก็ได้มารวมกลุ่มแล้วก็ได้ลองวิธีแรก ทำเป็นตาข่ายมนุษย์แล้วให้เดินผ่านไป... ไม่ได้ผลครับ แล้วเราก็ได้เปลี่ยนวิธีใหม่ คือให้จับเป็นคู่ๆ ไป แล้วเลื่อนหินก้อนที่ว่างอยู่ไปพร้อมๆกัน คราวนี้ดีขึ้นและก็ด้วยวิธีนี้แหละทำให้เราสามารถผ่านภารกิจนี้ไปได้คงเป็นเพราะทีมเราเริ่มสนิทกัน ความเชื่อใจกันก็ค่อยๆเกิดขึ้น ทำให้เราฟัง และยอมรับมากขึ้น (ฟังด้วยใจ ไม่ใช่ฟังแต่หู) ภารกิจครั้งนี้เลยผ่านไปได้ด้วยนี้ แม้ว่าจะมีการผิดพลาดช่วงท้าย แต่เราก็พร้อมที่จะทำกันใหม่อีกครั้ง จริงๆแล้วคงไม่ใช่เรื่องง่ายใช่ไหมที่เราจะฟังใคร



ยิ่งโดยเฉพาะการที่เราเป็นหมอคนหนึ่งในโรงพยาบาล แต่เชื่อไหมครับ หากเราลองเปิดใจเรา จะรู้ว่ามีเสียงเล็กๆ และอาจเป็นคำแนะนำดีๆ ให้เราในยามที่เราคิดอะไรไม่ออกก็ได้นะครับ เนื่องจากคำคืนนี้ เรามีกิจกรรมภาคกลางคืนต่อพร้อมกับโปรแกรม วันแดงเดือดที่มาพร้อมๆ กันพอดี เพื่อให้การอบรมครั้งนี้เป็นไปตามชื่อ คือ ความสุข เราจะกระชับเวลาเพื่อให้คนดูบอลทั้งหลายได้ไปดูบอล และให้คนอื่นได้พักอย่างเต็มอิ่มหลังจากการเดินทาง(ขอขอบคุณอีกครั้งนะครับ ถึงแม้หงษ์จะแพ้ แต่ก็ดีใจที่ได้ดู ฟุตบอลแพ้-ชนะนั้นมาที่หลังบรรยากาศของพี่ๆ น้องๆ ที่ได้ร่วมดูด้วยกันสำคัญกว่า) ...กว่าบอลจะจบทั้งสองคู่ กลับมาถึงก็หลับเป็นตายไปเลย....



เช้าๆอีกวันซักพักเราก็มาที่ห้องประชุมด้วยบรรยากาศคล้ายๆ เดิมคือนั่งเป็นวงกลม แต่คราวนี้มีการนั่งสมาธิก่อนประมาณ 20 นาที ง่ายๆ เลย คือให้กำหนดลมหายใจไว้ที่ปลายจมูก เพื่อไม่ให้จิตล่องลอยไปไกล เสร็จจากการนั่งสมาธิ เราก็เริ่มเข้าสู่กิจกรรม “ สัตว์ทั้ง 4 ทิศ ” เป็นการทำความรู้จักตัวของเราเองว่าเราเป็นลักษณะแบบไหนมากกว่า หรือแก่นจริงๆ ของเราเป็นแบบไหน ซึ่งได้แก่ กระทิง หนู หมี และเหยี่ยว



- ทิศเหนือ เป็นกระทิง ข้อเด่น บุกตะลุย กล้าได้กล้าเสีย ลงมือทำ ไม่ลังเล เชื่อมั่นในตัวเองสูง ทำอะไรรวดเร็ว รักความท้าทาย ตัวสินใจเร็วและเด็ดขาด ข้อด้อย ใจร้อน ขาดความรอบคอบ เอาชนะ ถือตนเป็นใหญ่หงุดหงิดง่าย



- ทิศใต้ เป็นหนู ข้อเด่น ใส่ใจความรู้สึกของคน ช่วยเหลือผู้อื่น รับฟัง ให้กำลังใจ เป็นที่พึ่งที่พักพิง มองโลกในแง่ดี ข้อด้อย ขี้เกรงใจ ไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ ไม่ยืนยันสิทธิของตน ไม่กล้าปฏิเสธ ไม่มั่นใจในตนเอง ไม่ชอบนำ



-ทิศตะวันตก เป็นหมี ข้อเด่น ใฝ่รู้ ชอบเก็บข้อมูล วางแผนลงรายละเอียด มีหลักการ - ขั้นตอน สุขุม รอบคอบ นักวิเคราะห์ ยึดตรรกะ/ ความเหมาะสม ข้อด้อย เอาแต่เหตุผลของตัวเอง เชื่อหรือยอมรับผู้อื่นยาก ปรับตัวยาก



-ทิศตะวันออก เป็นนกเหยี่ยว ข้อเด่น มีความคิดสร้างสรรค์ คิดเร็ว มีจินตนาการ มีโครงการใหม่ๆเสมอ ข้อด้อย เบื่อง่าย คิดมากแต่ไม่ค่อยทำ ไม่ค่อยจริงจัง สมาธิสั้น ขาดความอดทนรอบคอบ ไม่อยู่กับปัจจุบัน



หลังจากใช้เวลาค่อนข้างนาน คงเป็นเพราะต้องการให้เรารู้ว่าลักษณะเด่นและข้อบกพร่องของแต่ละชนิดเป็นอย่างไร ฟังไปคิดว่าทุกคนคงรู้สึกคล้ายๆกัน รู้สึกว่าเรามีทุกอย่างปนกันไปหมดเลย (เป็นสัตว์ประหลาดหรือเปล่าเนี่ย) ก็คงมีทั้งถูกและผิดปนกันแหละครับ พอจะอธิบายได้ว่า เราทุกคนมีลักษณะของสัตว์ทุกชนิดในตัวเอง โดยขึ้นอยู่กับหลายๆอย่าง ตั้งแต่ คนรอบข้าง ครอบครัว การเรียนรู้ ประสบการณ์ต่างๆ ที่ทำให้เราเติบโตมาถึงทุกวันนี้ แต่ยังไงก็ตามเราจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่เป็นแก่นของตัวเรา พูดง่ายๆ คือ สิ่งที่เป็นตัวเรา แสดงออกถึงความเป็นตัวเราจากข้างใน ไม่ได้เกิดจากการบังคับ



จากนั้นเราแยกเข้ากลุ่มตามที่เราคิดว่าเป็นแบบเดียวกัน และได้พูดคุยแลกเปลี่ยนในแต่ละกลุ่มย่อย ก็พอทำให้เราได้เห็นลักษณะของแต่ละคนได้ชัดขึ้น (มีเพื่อนๆ ในกลุ่มเป็นเหมือนกระจกเงา) แล้วเราก็มาเข้าสู่กลุ่มใหญ่ แล้วให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มเล่าลักษณะของสัตว์แต่ละชนิดที่เราเป็นหลังจากพักรับประทานอาหารเย็นกันอย่างรวดเร็ว พวกเราได้นัดกันจะคุยกันถึงแนวทางต่อไปของชมรมทันตภูธร ประมาณเกือบ 4 ทุ่มเราก็มารวมกันอย่างพร้อมหน้าโดยที่ไม่มีการบังคับ ทั้งๆ ที่ก็เหน็ดเหนื่อยจากกิจกรรมมาทั้งวัน แถมอากาศก็ร้อนอบอ้าว การพูดคุยแลกเปลี่ยนดำเนินการไปอย่างเข้มข้น ซึ่งสาระสำคัญอยู่ที่ “เราต่างมีความเห็นตรงกัน หรือมีความอยากในการที่จะทำบางสิ่ง บางอย่างเพื่อประชาชน เพื่อวิชาชีพ และเพื่อพี่น้องของเรา”



โดยประเด็นที่มีการพูดคุยกันมากๆ ก็จะเป็น จุดมุ่งหมายที่ชัดเจน ซึ่งก็พอจะสรุปได้ดังนี้
• เป็นสื่อกลางของทันตบุคลากรทั้งทันตแพทย์ ทันตาภิบาลและผู้ช่วยทันตแพทย์ และเป็นตัวแทนของ ทันตบุคลากรเพื่อเชื่อมโยงประสานงานกับเครือข่ายอื่นๆ
• ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในด้าน ทันตกรรมและทันตสาธารณสุข ครอบคลุมทุกมิติของสุขภาพ
• เป็นเวทีจิตอาสาให้ทันตบุคลากร เข้าร่วมทำกิจกรรม สาธารณะประโยชน์
• สื่อสารข้อมูลและตอบแทนสังคม การพูดคุยดำเนินไปเรื่อย โดยที่ไม่มีเรื่องของเวลาเข้ามาเป็นข้อจำกัด ไม่มีข้อบังคับใดๆ ใครไม่ไหวก็กลับไปหลับนอนกันก่อน (ส่วนใหญ่ก็อยู่กันจนถึง เกือบตี1) ..คงเป็นเพราะบรรยากาศของการเป็นพวกเดียวกันเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และ



ที่สำคัญ คือ บรรยากาศของการได้พูดคุย โดยที่ต่างคนต่างก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนสำคัญของทีม ที่ทำให้เราคุยกันไปเรื่อยๆ โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่า สิ่งที่ได้ในช่วงที่เราได้ถอดภาระหน้าที่ การทำงานออก ช่วงเวลาแห่งการเป็นเด็กกลับมาสู่พวกเราอีกครั้ง จินตนาการสำหรับสิ่งใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นในช่วงเวลาแบบนี้แหละครับ ( ผมเชื่อเหมือนไอน์สไตนว่า จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้ ) หันมาดูเวลาอีกที เกือบตี 4 แล้ว.... คิดว่าทุกคนคงหลับไปพร้อมกับความฝันที่อยากทำอะไรดีๆ ในนาม ชมรมของเรา



เช้าวันใหม่ มาเยือน คงเป็นวันสุดท้ายแล้วซินะ ก็เริ่มกิจกรรม ด้วยการนั่งสมาธิเหมือนเดิม (เคลิ้มๆเหมือนทุกๆวัน) กิจกรรมของวันนี้ “ตัวต่อมหาสนุก” มีโจทย์ง่ายๆ “ ให้แต่ละทีมต่อตัวต่อให้เหมือนรูปแบบทุกอย่าง ทั้งสีและตำแหน่ง ภายในเวลา 45 นาที ” ความยากมันอยู่ที่ คนเห็นไม่ใช่เป็นคนต่อ คนได้ยินก็ไม่ใช่คนต่อ คนต่อไม่เห็นได้แต่รับฟัง (น่าจะงงกันนะ)ก็ประมาณนี้ครับ

...ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ที่เวลาดำเนินไป แต่ละทีมต่างก็เล่นเกมส์ตัวต่อกันไปตามแผนการของใครของมัน เข้าใจบ้าง งงบ้าง ... สุดท้ายก็ทำสำเร็จ ผลสรุปของเกมส์ คือ ทำถูกทั้งหมดเพียงกลุ่มเดียว กลุ่มอื่นก็ผิดคนละที่สองที่ .. โดยสรุปกิจกรรมนี้ จำลองการทำงานเป็นทีม ซึ่งต่อจากการที่เราได้รู้ตัวตนของเราแล้ว เมื่อเราต้องไปทำงานกับคนอื่นจะเป็นอย่างไร และการทำงานเป็นทีม เราได้เรียนรู้จากจุดแข็ง และจุดอ่อนของทีมเราอย่างไรบ้าง เมื่อเกิดความผิดพลาด เรามองความผิดพลาดกันในแง่ไหน....

โดยเฉพาะในประเด็นของความผิดพลาด หากเกิดขึ้นใจเรากำลังมองหาผู้ทำผิด หรือ กำลังมองหาว่าระบบงานของเราไม่เหมาะสมหรือเปล่า ( ต้องถามใจกันดูเองนะครับ ) ...แต่หากเราได้มีการพัฒนา ยอมรับ เปิดใจ (ไม่ใช่เปิดเฉพาะแต่ปากที่พูดนะครับ ) ผมยอมรับและเชื่อว่าการทำงานเป็นทีมต้องใช้ใจในการทำงานเป็นหลัก ใจที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างหากเกิดปัญหา ใจที่พร้อมจะยินดีประสบความสำเร็จ และอีกหนึ่งสิ่งคือ เราเชื่อกันไหมว่า มนุษย์เราสามารถพัฒนาตนเองได้อยู่อย่างสม่ำเสมอ ถ้าเราเปิดใจให้มีการอยากเรียนรู้อยู่เรื่อยๆ ...ลองคิดอะไรนอกกรอบดูบ้างครับ



ช่วงสุดท้ายก็เป็นการสรุปกิจกรรมทั้งหมด ทุกคนแทบจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สนุกและได้อะไรมากมาย เราทุกคนล้วนมีความแตกต่างกัน มันอยู่ที่มุมมอง และการทำความเข้าใจของเรา ท้ายสุดก่อนแยกย้ายกัน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะยังคงมีให้กันก่อนที่เราต้องแยกย้ายกลับภูมิลำเนา คงเป็นเพราะเราได้รู้จักตนเองมาขึ้น ได้รู้จักเพื่อนๆ และที่สำคัญการความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น นั่นก็คือเราเป็นครอบครัวเดียวกัน... “ชมรมทันตสาธารณสุขภูธร”