แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ -เรื่องของรัตน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ -เรื่องของรัตน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

เรื่องของรัตน์ : ความในใจ



วันนี้รัตน์ไม่มีเรื่องมาเล่า แต่หมอจ๋อมอยากจะขอแจมแทน ด้วยความอึดอัดกับสภาพบ้านเมืองในขณะนี้เหลือเกิน

จ๋อมเกิดมาในแผ่นดินไทยนับเวลาก็หลายปีอยู่ (ยังไงก็ยังไม่อยากให้รู้ว่ากี่ปี) ตั้งแต่จ๋อมจำความได้ จ๋อมก็เห็นภาพของในหลวงกับราชวงศ์ที่เสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ต่างๆในประเทศไทย เท่าที่จำได้ มีแต่ที่ที่ทุรกันดารจนจ๋อมยังเคยแอบคิดว่า จ้างให้จ๋อมไป จ๋อมก็ไม่ไป จ๋อมเห็นภาพเหล่านี้มาจนชินตา จนโตขึ้นมาเรื่อยๆก็ได้รับรู้ถึงสิ่งที่ในหลวงทรงทำมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่รับรู้ ทุกภาพที่เคยเห็นก็ซึบซาบเข้าไปในสำนึก ยิ่งได้มาเปรียบเทียบกับราชวงศ์ของประเทศอื่นๆ จ๋อมก็เกิดความรู้สึกว่า ช่างโชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของในหลวงพระองค์นี้ และจ๋อมก็คิดว่าคนไทยทุกคนคงคิดเหมือนกัน จ๋อมเคยนึกอิจฉาคนต่างจังหวัด เพราะพวกเขามีโอกาสได้เฝ้าในหลวงมากกว่าจ๋อม แล้วเป็นการเฝ้าที่ใกล้ชิด บางคนชนิดที่ว่า ท่านเสด็จไปที่บ้าน หรือบางคนที่โชคดีมากๆ ท่านขึ้นไปประทับบนบ้านด้วยซ้ำ ยิ่งเขาเหล่านั้นอาศัยอยู่ในที่ที่ทุรกันดารมากเท่าไหร่ โอกาสที่เขาจะได้เฝ้าในหลวงอย่างใกล้ชิด ก็ยิ่งมีมากกว่าคนอื่นๆที่อยู่ในที่ๆ สบาย

สมัยที่เรียนหนังสือ ทุกๆคืนจ๋อมจะต้องคอยเฝ้าดูข่าวในพระราชสำนัก ดูแล้วก็แปลกใจ ว่าในหลวงท่านทรงทำอะไรให้ประเทศชาติมากมายเหลือเกิน ท่านทำเพื่อประชาชนชาวไทยทั้งสิ้น ให้คนไทยได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ที่สำคัญคือ อยู่ได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น แต่ละโครงการในพระราชดำริ ล้วนแล้วแต่เป็นโครงการที่จะช่วยพัฒนาชาวบ้านให้สามารถเลี้ยงชีพได้ด้วยตัวเองตามท้องถิ่นที่ตนเองอยู่

อย่างหนึ่งที่จ๋อมดีใจ คือเมื่อจ๋อมเรียนจบ จ๋อมยังมีโอกาสได้รับพระราชทานปริญญาจากพระหัตถ์ของในหลวง เมื่อถึงเวลาที่พระองค์ท่านพระราชทานพระบรมราโชวาท จำได้ว่ารู้สึกตกใจที่พระสุรเสียงท่านไม่สดใสกังวาน จนรู้สึกเป็นห่วงว่าท่านคงไม่สบาย จ๋อมยังจำได้ว่าเมื่อเสร็จสิ้นงานพระราชทานปริญญา จ๋อมคิดว่าท่านคงเหนื่อยมาก เพราะจ๋อมเองยังรู้สึกเหนื่อย และเบื่อ แต่ตลอดเวลานั้น จ๋อมไม่จำเป็นต้องนั่งตัวตรง สนใจและมีสมาธิตลอด จ๋อมสามารถ นั่งเล่น เอนตัวนอน แอบกินขนม คุยกับเพื่อนได้ จ๋อมมีหน้าที่ต้องตั้งใจทำให้ดี ตอนที่เดินขึ้นไปรับพระราชทานปริญญา แค่ช่วงเวลาไม่กี่นาที แล้วพระองค์ท่านล่ะ ท่านต้องทรงประทับนั่งตัวตรง ทรงยุกยิกไม่ได้ ตรัสกับใครไม่ได้ เป็นเวลาเท่าไหร่ ตลอดพิธี ท่านไม่จำเป็นต้องเสด็จมาพระราชทานปริญญาได้ไหม จ๋อมเคยอ่านเจอที่เคยมีคนทูลถามท่านแบบนี้ ท่านทรงตอบว่า บัณฑิตเขาอยากให้ท่านไป ท่านจะทำแบบนี้ไปจนกว่าท่านจะทำไม่ไหว ซึ่งท่านก็ไม่ได้เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรอีกไม่กี่ปีหลังจากที่จ๋อมจบ

หลังๆจ๋อมก็ไม่ค่อยได้เห็นภาพของในหลวงที่เสด็จไปทุกตางรางนิ้วของประเทศไทย เพื่อพัฒนาฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของคนไทยอีก เพราะสุขภาพท่านไม่ค่อยอำนวย จ๋อมเชื่อแน่ว่า การที่ท่านทรงมีสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก สาเหตุน่าจะมาจากการที่ท่านทรงงานเพื่อประเทศชาติ ปวงชนชาวไทยแน่ๆ ร่างกายคนจะแข็งแกร่งทนทานกับสิ่งที่ท่านทำได้สักเท่าไหร่เชียว ระยะเวลาที่ท่านทรงงาน เท่าที่จ๋อมจำได้น่าจะประมาณ 40-50 ปี คนตามเสด็จ เจ้าหน้าที่เปลี่ยนหน้าไปไม่รู้กี่คน แต่ละพื้นที่ก็มีเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในพื้นที่ต่างๆกันไป แต่ทุกที่ ทุกแห่ง ทุกครั้งคราว ก็ยังคงเป็นในหลวงพระองค์นี้ที่ทรงงานอยู่พระองค์เดียว ร่างกายใครจะไปทนไหว

จ๋อมรู้สึกว่าพระคุณของในหลวงต่อประเทศชาตินั้นมากมายนัก แม้จ๋อมจะไม่ใช่คนที่ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่ท่านทำให้โดยตรง แต่ก็ยังทำให้จ๋อมรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์เป็นอย่างยิ่ง จนคิดว่าในชีวิตนี้ของจ๋อม จ๋อมตายแทนพระองค์ได้ จ๋อมเคยอยากทำงานถวาย แต่ไม่รู้ว่าจะทำไง เคยนึกอิจฉาคนที่ได้รับใช้ใกล้ชิดท่าน จนเมื่อจ๋อมจบเฉพาะทาง จ๋อมเลยลองเขียนจดหมายไปถึงกอง ราชเลขาธิการ ขอสมัครทำงานให้ในหลวง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ คนที่รับจดหมายจ๋อมก็คงขำๆ ว่า ไอ้นี่มันบ้าหรือเปล่า จ๋อมก็เลยตั้งใจแค่ว่า จ๋อมจะเป็นคนดีของประเทศเท่าที่จะทำได้ เพื่อถวายแด่ในหลวง ก็เป็นสิ่งที่จ๋อมพอจะทำได้

จ๋อมจำได้ถึงตอนที่เกิดสึนามิ สิ่งที่จ๋อมได้ยิน ยังคงเป็นในหลวง ที่ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และให้มูลนิธิต่างๆของพระองค์ลงมาช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับภัย นอกจากนั้น สิ่งที่จ๋อมได้เห็น คือ ภาพของสมเด็จพระเทพฯ หรือพระองค์โสม ที่ทรงเสด็จไปช่วยบรรจุของลงถุง เพื่อส่งไปช่วยเหลือ หรือแม้แต่ในวันปีใหม่ ที่จ๋อมกำลังทำงานอยู่ที่วัดย่าน-ยาว จ๋อมก็ได้รับแจกภาพของพระเทพฯ ที่พระราชทานมา พร้อมทั้งพรปีใหม่ และคำขอบคุณที่เขียนด้วยลายพระหัตถ์ของพระองค์ที่ท่านมอบให้แก่ผู้ที่มาทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ เพราะฉะนั้น จ๋อมจึงไม่เข้าใจ ว่าทำไมถึงมีคนหลงลืมพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ในหลวงมีให้แก่คนไทยทุกคน จนหลายคนย้อนกลับมาทำร้ายพระองค์ท่านด้วยซ้ำ โดยเฉพาะคนรุ่นเดียวกับจ๋อม หรือคนที่อายุมากกว่าจ๋อม เพราะจ๋อมแน่ใจว่าคนเหล่านี้ ก็ต้องเคยเห็นภาพในหลวงทรงงานอย่างที่จ๋อมเห็น เคยรับรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างที่จ๋อมเคยรับรู้ จ๋อมไม่เคยคิดว่าคนเราจะไร้สำนึก ไร้ความกตัญญูได้ถึงเพียงนี้ แม้แต่คนบางคนที่ใกล้ชิดที่รู้จัก หลายคนเป็นคนที่จ๋อมเคยยกมือไหว้ด้วยความเคารพอย่างสนิทใจ ก็เป็นไปกับเขาด้วย จนเดี๋ยวนี้จ๋อมไม่เคยยกมือไหว้อีกเลย

ที่เขียนมาทั้งหมด เป็นแค่ความรู้สึกส่วนหนึ่ง ยังไม่ใช่ทั้งหมดที่จ๋อมคิด ที่จ๋อมรู้สึกและอึดอัดอยากระบาย จ๋อมไม่รู้ว่าคุณที่อ่านจะมีความคิดเป็นอย่างไรจ๋อมรู้แค่ว่า จ๋อมเป็นคนไทยคนนึงที่รักในหลวงอย่างเหลือเกิน ทั้งจงรักและภักดี รักจากสิ่งที่จ๋อมได้เห็นได้รับรู้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่สิ่งที่เขาพูดมา เล่ามา ว่ามา หรืออ่านจากเรื่องที่ฝรั่งเขียน หรืออ่านจากอินเทอร์เน็ต เหมือนที่หลายๆคนพยายามเกลี้ยกล่อมจ๋อมให้เชื่ออย่างที่เขาเชื่อ จ๋อมก็ได้อ่านอย่างที่เขาอ่าน แต่จ๋อมก็ยังเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่จ๋อมเห็นและรับรู้ด้วยตัวเองมากกว่า อาจจะเป็นเพราะจ๋อมมีสมองที่จะคิด ที่จะกลั่นกรองเอง จ๋อมจึงเลือกที่จะยังคงรักในหลวงอย่างที่จ๋อมเป็นอยู่ตอนนี้ และจ๋อมก็จะยังคงรักและภักดีต่อพระองค์ตลอดไป

จ๋อมเชื่อว่าคนเราความกตัญญูเป็นสิ่งที่สำคัญ บ้านเมืองเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ ใครที่คิดร้ายต่อบ้านเมือง อกตัญญูต่อคนที่ทำประโยชน์แก่บ้านเมือง จ๋อมเชื่อแน่ว่ามันผู้นั้นไม่น่าจะพบเจอกับสิ่งที่ดีในชีวิตหรอก คนเราเกิดมาไม่ได้วัดความสำเร็จกันที่ตัวเงิน จ๋อมว่าคนเราจะเกิดมาได้คุ้มค่าเกิด อยู่ที่ว่าเราสามารถทำตนได้สมกับความเป็นคน ความเป็นมนุษย์ได้แค่ไหนมากกว่า

จ๋อมไม่ได้เขียนทั้งหมดนี้มาเพื่อให้คุณเชื่ออย่างที่จ๋อมเชื่อ แค่อยากสะกิดให้คิดกันบ้างถึงสิ่งทั้งหมดที่หลายคนอาจหลงลืมไปแล้ว แล้วกลับมาคิดดูว่าเราสมควรจะปล่อยให้ประเทศชาติบ้านเมืองเป็นแบบนี้ต่อไปหรือ พวกเราทั้งหลายพอจะทำอะไรให้บ้านเมืองของเราดีขึ้นกว่านี้ได้ไหม จ๋อมเชื่อว่าคนที่อ่านวารสารนี้ หลายคนยังคงทำงานอยู่ในพื้นที่ชุมชน จ๋อมเชื่อว่าชาวบ้านหลายคนกำลังได้รับข้อมูลข่าวสารที่ผิดๆที่พวกเขาพยายามปล่อยข่าวเพื่อให้ชาวบ้านหลงเชื่อ ละทิ้งความจงรักภักดี แม้เราอาจจะไม่มีอำนาจ แต่อย่าคิดว่าเราไม่มีโอกาส จ๋อมเองก็กำลังพยายามทำเท่าที่ทำได้อยู่ พยายามให้ข้อมูล พยายามชี้ให้เห็นในสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผล จ๋อมยังคงเชื่อว่าสิ่งเล็กๆที่เราทำ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ยิ่งใหญ่ก็ได้

สิ่งสุดท้ายที่จ๋อมอยากจะบอกอีกครั้งคือ จ๋อมเป็นแค่คนไทยคนนึงที่เกลียดการคอรัปชั่น เกลียดการเอารัดเอาเปรียบ เกลียดการโกงกิน จ๋อมรักประเทศชาติบ้านเมืองของจ๋อมที่ชื่อว่าประเทศไทย และที่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้จ๋อมต้องเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพราะจ๋อมเป็นคนไทย ที่รักและเคารพพระเจ้าอยู่หัว-ภูมิพลของคนไทย รักและเคารพไม่ใช่เพราะท่านเป็นพระเจ้าอยู่หัว แต่รักและเคารพเพราะท่านเป็นองค์ภูมิพล และจ๋อมก็จะรักและเคารพท่านตลอดไป ตราบเท่าที่จ๋อมยังมีลมหายใจอยู่ ขอจงทรงพระเจริญ

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เรื่องของรัตน์ :เลือดไหลไม่หยุด..ทำไงดี...

“ พงษ์พัฒน์เล่นดี๊ ดี เน๊อะพี่ไก่ เหมือนกระเทยจริงๆเลย รัตน์ว่าเขาต้องได้รางวัลจากเรื่องนี้แน่เลย ”
“ นั่นสิ พี่ดูเพลินเลย เสียดายอาทิตย์นึงมีสองวันเอง ยังดูไม่จุใจเลย ”
“ พี่ไก่เอาอะไรไหม รัตน์จะไปเอามะละกอที่ปอกแช่ไว้มากินเล่นหน่อย พักโฆษณาแล้ว ”
รัตน์ลุกจากที่นั่ง พลางเอ่ยปากถามพี่ไก่
“ เอาน้ำมาเผื่อด้วยแล้วกันรัตน์ ”
รัตน์กลับมานั่งหน้าทีวีต่อ ดูละครต่อได้อีกสักพัก ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกแว่วๆ

“ หมอรัตน์ หมอรัตน์ อยู่บ่ครับ ”
“ ใครมาเรียกน่ะ เดี๋ยวรัตน์ไปดูก่อนนะคะ”
รัตน์ลุกออกไปที่หน้าต่าง ใจก็เริ่มรู้สึกไม่สบาย เพราะถ้าถูกเรียกตอนเลิกงานแบบนี้ ไม่แคล้วน่าจะมีปัญหา

“ อ้าว ลุงจอง มีอะไรจ๊ะ ”
รัตน์แหวกม่านดูก็เห็นลุงจองยืนอยู่หน้าบ้านพัก พร้อมกับลูกสาว ในมือถือถุงพลาสติกอยู่ใบนึง
“ ที่มาถอนแข่วไปเมื่อแลงนะครับ เลือดมันยังบ่เซาเลย ออกตลอดนี่ละ ผมบ้วนมาเป็นถุงๆแล้ว ”
รัตน์ใจหายวาบเมื่อได้ยินสาเหตุการมาเยือนยามค่ำของลุงจอง แกมาถอนฟันกราม # 36 ไปเมื่อตอนเย็นก่อนเลิกงาน ฟันแกโยก เหงือกบวม ถอนก็ไม่ยากเท่าไหร่ เอ ทำไมถึงได้เลือดออกไม่หยุดล่ะเนี่ย รัตน์คิดพลางก็เปิดประตูออกไปหา

“ ลุงกัดผ้าก๊อสที่ให้ไปบ่คะ ”
“ กัดครับ กัดตลอดแหละ แต่เลือดก็บ่เซาเลย กัดจนเหมิ๊ดผ้าที่หมอให้ ผมเลยให้นังเพ็ญไปซื้อมาให้กัดอีก ก็ยังบ่เซา คายออกเลือดก็ไหลโจ๊กๆนี่ล่ะ ”
“ ไปดูที่บนสอ.ดีกว่ารัตน์ พี่หยิบกุญแจมาแล้ว ”

พี่ไก่เดินออกมาดู รัตน์เลยพาลุงจองกับลูกเดินตามพี่ไก่ขึ้นไปบนสถานีอนามัย จัดแจงเปิดยูนิต ให้ลุงจองนั่ง พี่ไก่มานั่งช่วยรัตน์ซัคชั่น พอให้ลุงจองคายผ้าก๊อสออกมา รัตน์ก็เห็นเลือดไหลรินๆออกมาจากแผลถอนฟันตลอด

“ ลุงบ้วนน้ำก่อนเด้อค่ะ เลือดเต็มปากหมดแล้ว จะได้ไม่รู้สึกคาว ”
รัตน์ให้ลุงจองบ้วนน้ำ เผื่อจะเห็นชัดขึ้น ก็ยังเห็นแต่เลือดไหลเอ่อออกมาจากแผลอีก รัตน์ลองให้แกกัดผ้าก๊อสแน่นๆ ดู เผื่อว่าตอนอยู่ที่บ้านแกอาจจะกัดเบาไป หรือกัดไม่ตรงแผลนัก แต่พอเอาผ้าก๊อสออก เลือดก็เอ่อออกมาตามเดิม

“ ลองเอาอะดรีนาลินชุบก๊อสให้กัดไหมรัตน์ อาจจะช่วยได้นะ ”
พี่ไก่แนะนำ แล้วลุกไปหยิบอะดรีนาลินมาตอกออก เอาผ้าก๊อสชุบให้ลุงจองกัด อืม...ดูน่าจะดีเชียว เพราะเลือกที่เคยออกมาชุ่มก๊อสตอนกัด ดูเบาลง รัตน์เริ่มวางใจ เงยหน้ามายิ้มกับพี่ไก่ได้
“ น่าจะหยุดนะคะพี่ไก่ ค่อยยังชั่วหน่อย รัตน์ไม่เคยเจอแบบนี้ ฟันลุงก็ถอนไม่ยากเท่าไหร่ เหงือกก็ไม่ฉีกมาก ดูไม่น่าจะ bleed เลย แต่เดี๋ยวลองดูอีกสักหน่อย ค่อยกลับเนอะลุงเนอะ ให้แน่ใจก่อนว่าเลือดหยุดแน่ ”

รัตน์นั่งรอดูสักพัก แต่แล้วก็ใจเสีย เมื่อเห็นเลือดค่อยๆเอ่อออกมาอีกตามเดิม
“ ไม่หยุดน่ะพี่ไก่ ทำไงดีล่ะ เดี๋ยวรัตน์ลองโทรหาหมอจ๋อมดีกว่า ลุงกัดผ้าไว้ก่อนเด้อค่ะ เดี๋ยวรัตน์จะลองโทรหาหมอใหญ่ที่โรงพยาบาลดูนะ ”
รัตน์รีบลุกไปโทรหาหมอจ๋อม รอสายอยู่สักพัก หมอจ๋อมก็ส่งเสียงแจ๋วๆมาตามสาย รัตน์รายงานเคสให้หมอจ๋อมฟัง หมอจ๋อมเลยว่าเดี๋ยวแกจะมาดูให้ที่สอ. รอสักพัก รถโรงพยาบาลก็มาจอดที่หน้าสอ. หมอจ๋อมเดินลงมาจากรถขึ้นมาดูลุงจองทันที

“ ฟันถอนไม่ยากใช่ไหมรัตน์”
“ ไม่ยากค่ะหมอ มันโยกเยอะแล้ว เพราะซี่นี้บวมๆยุบๆมาหลายรอบ ลุงจองถึงยอมถอน”
“ เอาละ งั้นเตรียมยาชา ชุดเย็บมาด้วยนะ ลุงไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ เดี๋ยวหมอดูให้ “
หมอจ๋อมจัดแจงฉีดยาชา ซัคชั่นดูแผลตรงตำแหน่งที่ bleed
“ ขอ curette ด้วยรัตน์ เอาละ เวลาที่ bleed เนี่ยนะ ก่อนอื่นเราต้องคิดถึงสาเหตุก่อน ว่า มาจาก Systemic คือ โรคของคนไข้ที่เกี่ยวข้องทำให้กระบวนการแข็งตัวของเลือดเสียหรือเปล่า เช่น
- โรคตับ
- โรคไต
- การกินยาที่กันการแข็งตัวของเลือด ซึ่งมักจะเป็นคนไข้โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดตีบในสมอง
- คนไข้ที่กินยาบางตัวเป็นประจำ เช่น พวกยาที่ลดการอักเสบ พวก NSAIDS ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
Local คือ สาเหตุเฉพาะที่ เช่น
- เหงือกฉีกขาด มีการขยับตลอดเวลา
- มีเส้นเลือดเล็กๆฉีกขาด
- มีเศษฟัน เศษกระดูกที่ขยับค้างอยู่ในแผลถอนฟัน
- มีพวกเนื้อเยื่อที่มีการอักเสบค้างอยู่ในแผลถอนฟัน
ถ้าเป็นเรื่องทาง systemic ก็ส่งให้แพทย์ช่วยดู อาจจะต้องให้สารช่วยการแข็งตัวของเลือดทดแทน

อย่างของลุงเนี่ยก็น่ะเป็นเรื่องของ local เราก็มาลองดูกัน เหงือกไม่ฉีก ลักษณะเลือดที่ออกก็เป็นแบบเอ่อๆ ไม่ได้ออกปุ๊ด ปุ๊ด ตามจังหวะการเต้นของเส้นเลือด ก็ไม่น่าจะมีอาการของเส้นเลือดฉีกขาด
เราก็ลองมาดูซิว่า ในแผลถอนฟันมีอะไรหลงค้างอยู่ ถ้ารัตน์บอกว่าถอนง่าย โอกาสที่จะเป็นเศษกระดูก หรือเศษฟันค้างอยู่ก็น้อย หรืออาจจะเป็นรากฟันที่อาจจะหักเลยก็ได้
แต่จากลักษณะฟันก่อนถอนที่รัตน์เล่ามา หมอคิดถึงพวก granulation tissue มากกว่า เพราะมีประวัติการอักเสบเป็นๆ หายๆ “
หมอจ๋อมจัดแจงใช้ curette ขูดทำความสะอาดในแผล ก็ได้เนื้อเยื่อที่อักเสบติดออกมามากพอสมควร
“ ขอน้ำเกลือล้างหน่อยค่ะ เอ เรามี gel foam หรือ surgical ไหมคะเนี่ย ไม่มีก็ไม่เป็นไรค่ะ หมอว่าน่าจะหยุดนะ”
หมอจ๋อมล้างน้ำเกลือไปที่แผล ใช้ curette ขูดทำความสะอาด จน socket สะอาด ก็เห็นว่าเลือดที่เคยเอ่อๆ ออกมา ก็ค่อยๆหยุดลง รัตน์เลยเบาใจ เผลอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

หมอจ๋อมจัดแจงบีบปากแผลอีกที ก่อนจะเย็บรวบปากแผลเข้าไว้แน่นๆ ล้างทำความสะอาด ดูจนแน่ใจว่าไม่มีเลือด ก็ให้ลุงจองบ้วนน้ำ
“ เอ้า บ้วนปากซะลุง เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวลุงกัดผ้าต่ออีกสักครึ่งชั่วโมงนะจ๊ะ เลือดหยุดแล้วละ อาทิตย์หน้าลุงมาตัดไหมหน่อยนะจ๊ะ ”
ลุงจองลุกบ้วนน้ำ ก็เห็นว่าน้ำที่บ้วนออกมา ใส มีเลือดปนเป็นสีชมพูจางๆ เล็กน้อย
“ ขอบคุณหลายๆครับหมอ แล้วนี่ผมจะกินข้าวได้บ่ครับ หิวหลาย กินบ่ได้เลย เลือดออกตลอด ”
“ กินได้เลยค่ะลุง ตามสบาย เลือดไม่ออกแล้วละ สบายใจได้ ”
ลุงจองลุกมายกมือไหว้ ก่อนจะเดินลงจากสอ.ไป

“ ขอบคุณหมอมากค่ะ ไม่ได้หมอจ๋อมรัตน์แย่แน่เลย พี่ไก่เอาก๊อสชุบอะดรีนาลินให้แกกัด เลือดก็หยุดไปแป๊ปเดียวเอง ”
“ ช่าย...หมอบางคนชอบเอาก๊อสชุบอะดรีนาลิน ให้กัด อะดรีนาลินมีฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดหดตัว มันก็จะช่วยให้เลือดหยุด หรือไหลน้อยลงชั่วคราวเท่านั้น พอหมดฤทธิ์อะดรีนาลิน เลือดก็ออกอีก เพราะเรายังไม่ได้แก้ที่สาเหตุ หมอไม่เห็นความจำเป็นของการใช้ก๊อสชุบอะดรีนาลินให้คนไข้ที่ bleed กัดเลย ”
รัตน์กับพี่ไก่ช่วยกันเก็บของเสร็จพอดี

“ หมอทานอะไรไหมคะ เดี๋ยวรัตน์หาให้ ยังมีแกงเห็ดอยู่ พี่ไก่ทำไว้หม้อใหญ่เลย แล้วก็มีปลาส้มด้วยค่ะ หมกเห็ดด้วย ”
“ โอ๊ย เลิกพูดเถอะ ไปกินเลยดีกว่า มีข้าวเหนียวใช่ไหม แต่ขอดูละครด้วยนะกำลังมันส์เลย ตอนรัตน์โทรไปตาม หมอเลยรีบมาที่นี่เองดีกว่า กลัวรัตน์ไปถึงโรงพยาบาลช้า กว่าจะเปิดห้องด้วย เดี๋ยวไม่ทันดูกันพอดี หมอน่ะ ท้องร้องตั้งแต่ฟังลุงแกเล่าว่าแกหิวแล้ว ”

รัตน์เดินอมยิ้ม นำหน้าหมอจ๋อมไปที่บ้านพัก นึกในใจว่าโชคดีจัง วันนี้ได้นั่งดูละครกับหมอจ๋อม คิดๆไป เหมือนได้ดูแพนด้าตัวเป็นๆด้วย นั่นไง เดินตุ้มตุ้ยไปโน่นละ ถ้าแถวนี้มีต้นไผ่ก็ดี รัตน์จะลองตัดมาป้อนหมอจ๋อมซะหน่อย ดูสิว่าแกจะกินไหมนะ 

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

เรื่องของรัตน์ : เอาฟันของฉันคืนมา



วันนี้หมอจ๋อมจัดการอบรมผู้นำนักเรียน แล้วก็อย่างเคยที่หมอจ๋อมมักจะชวนพี่ๆน้องๆทันตาภิบาลจากทุกสอ.มาช่วยกัน หมอจ๋อมบอกว่า ถือเป็นการสังสรรค์อย่างนึง(บางทีรัตน์รู้สึกว่าทุกกิจกรรมที่หมอจ๋อมจัดก็มักจะอ้างเป็นการสังสรรค์ตลอด)
รัตน์กำลังเป็นคนบรรยายอยู่ พูดไปเรื่อยๆ เผลอแป๊บเดียวก็จบเรื่องที่เตรียมมา ใจนึงก็โล่ง อีกใจก็รู้สึกว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้ รัตน์ประกาศให้เด็กๆพัก ก่อนจะเดินกลับมาที่หลังห้อง

“ เก่งมากรัตน์ ใช้ได้เลย” หมอจ๋อมและพี่ๆพากันปรบมือให้
“ โอ๊ย ... รัตน์ตื่นเต้นมากเลยค่ะ ”

“ ดีแล้วรัตน์ พูดบ่อยๆเดี๋ยวก็เก่งเอง ไม่ต้องอายหรอก มีแต่พวกเราทั้งนั้น กินขนมกันดีกว่า จ๋อมอุตส่าห์ฝากน้าจิตซื้อมาจากจังหวัดเลยนะ เจ้านี้เขาอร่อย ”

หมอจ๋อมเอ่ยชวนทุกคน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขนมมาแกะเตรียมเอาใส่ปาก

ก็พลันได้ยินเสียงเด็กร้องไห้จ้ามาจากทางสนาม พร้อมกับเสียงร้องอย่างตกใจของครู ทำให้หมอจ๋อมต้องวางขนมแล้วรีบวิ่งไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นภาพที่เห็นข้างหน้าคือหนุ่มน้อยคนนึงนั่งกุมปากร้องไห้อยู่ เลือดเต็มปาก เพื่อนๆรุมล้อมอยู่รอบๆ บางคนก็ตกใจจนร้องไห้ไปด้วย หมอจ๋อมรีบเข้าไปกอดเด็ก พลางปลอบจนเด็กเงียบลง ก่อนที่จะตรวจดูแผล
“ ฟันหลุดหายไปไหน ใครช่วยหาหน่อยค่ะ ระวังเหยียบฟันเด็กนะ ”
หมอจ๋อมตะโกน เมื่อเห็นว่าฟันหน้าบนเด็กหลุดหายไป บรรดาผู้ใหญ่ที่อยู่รอบๆต่างพากันก้มหาฟันตามพื้นทันที

“ หมอครับ ฟันโต้งอยู่นี่ครับ มันกระเด็นมาอยู่ในกระเป๋าผม แต่ผมไม่กล้าจับครับ ” เด็กน้อยคนหนึ่งเดินมาหาจ๋อม
“ดีแล้วค่ะ เดี๋ยวหมอหยิบเองนะ อ้าวรัตน์มาช่วยหน่อย รัตน์หยิบฟันน้องออกมาจากกระเป๋า จับที่ตัวฟัน อย่าจับที่รากฟันนะรัตน์ ระวังลื่นหลุดมือล่ะ”

รัตน์ค่อยๆล้วงหยิบเอาฟันออกมาจากกระเป๋า โดยจับที่ตัวฟันอย่างที่หมอจ๋อมบอก
“ ดูซิรัตน์ มีเศษอะไรเลอะหรือเปล่า ”
“ มีเศษขนมค่ะหมอ ”


“ พี่เหมาช่วยเอาน้ำกินมาล้างให้หน่อยค่ะ เอาน้ำเทราดเบาๆ อย่าถูนะคะ แล้วเอานมจืดที่เราแจกเด็กมากล่องนึงด้วย ขอแก้วน้ำใบนึงด้วยนะคะ ใครช่วยบอกให้ น้าจิตเตรียมรถหน่อยค่ะ เดี๋ยวเราไปโรงพยาบาลกัน ไม่ต้องกลัวนะลูก เดี๋ยวหมอเอาฟันกลับเข้าที่ให้ จะได้หล่อเหมือนเดิม ” หมอจ๋อมสั่งการอย่างคล่องแคล่ว

“ พี่เหมาเทนมลงในแก้วสักนิดนึงค่ะ โอเค พอแล้วค่ะ เอ้ารัตน์เอาฟันน้องแช่ในน้ำนมเลย รถมาแล้วใช่ไหมคะ เอ้า ไปกัน พี่เหมาหมอฝากดูทางนี้ต่อที รัตน์ไปกับหมอ ครูไปด้วยไหมคะ เชิญค่ะ ”

หมอจ๋อม ครูพยาบาลและรัตน์ช่วยกันอุ้มโต้งไปขึ้นรถ โดยรัตน์ไม่ลืมถือแก้วน้ำที่ใส่ฟันแช่นมติดมือมาด้วย น้าจิต รีบบึ่งรถมาที่รพ. หมอจ๋อมพาโต้งไปที่ห้องฟัน จัดให้นอนลงบนเก้าอี้ทำฟัน
“ มดกัดนิดนะลูก โต้งไม่ต้องกลัวนะครับ ครูหน่อยก็อยู่ด้วยนะครับ เดี๋ยวหมอจะเอาฟันน้องโต้งกลับที่เดิมให้นะครับ ดีไหมลูก ”
หมอจ๋อมปลอบพลางมือก็จัดการฉีดยาชา โดยมีครูช่วยจับมือและกอดโต้งไว้ไม่ให้ดิ้น รัตน์ใส่ถุงมือนั่งลงเป็นผู้ช่วย

“ ขอน้ำเกลือหน่อย เอาละ ทีนี้รัตน์ค่อยๆเทนมออกจากแก้ว ระวังฟันด้วยนะ แล้วก็เทน้ำเกลือลงไปแทน ทีนี้ซัคชั่นค่ะ ขอน้ำเกลือล้างแผลด้วย เอารัตน์ซัคชั่นที่แผลเลย ดีค่ะ โอเค สะอาดแล้ว ไม่เจ็บนะครับโต้ง ดีมากครับ โต้งเก่งมากเลย ”
หมอจ๋อมจัดการทำความสะอาดใน socket ฟันจนเรียบร้อย แล้วค่อยๆหยิบฟันในถ้วยน้ำเกลือออกมาโดยใช้มืออีกข้างรองข้างใต้เผื่อหลุดมือ จับเอาฟันใส่กลับเข้าไปที่เดิม

“ เอาละโต้ง หมอเอาฟันโต้งใส่กลับไปแล้วนะครับ ที่นี้โต้งจะได้ยิ้มหล่อเหมือนเดิมเลย แต่เดี๋ยวหมอขอยึดฟันโต้งไว้หน่อยนะครับ ”
หมอจ๋อมจัดฟันให้เข้าที่ เย็บเหงือกบริเวณรอบๆพอแน่น เพื่อให้ช่วยให้ฟันอยู่ที่ ก่อนจะทำการยึดฟันไว้ด้วยลวดกับคอมโพสิต โดยหมอจ๋อมไม่วายมีอารมณ์ขัน แต่งคอมโพสิตเป็นรูปดาวเล็กๆน่ารัก
“ เอาละ เรียบร้อย หล่อเหมือนเดิมแล้ว อ้าว หลับไปซะแล้ว ถึงว่านอนนิ่งเชียว ” หมอจ๋อมอุทานเมื่อเปิดผ้าคลุมหน้าออกมา ก็พบเด็กชายโต้งหลับสนิท

“ โชคดีจังนะคะที่หมอจ๋อมไปจัดอบรมพอดี ไม่งั้นครูไม่รู้จะทำไงเลย ถ้าเจอแบบนี้ ”
ครูหน่อยเอ่ยปาก เมื่อหมอจ๋อมเสร็จงาน
“ ไม่ยากเลยค่ะครู ถ้าเกิดเวลาครูเจอเด็กที่หกล้ม หรือมีอุบัติเหตุฟันหลุดออกมาอย่างนี้นะคะ

อย่างแรกที่ต้องทำ คือ ครูต้องหาฟันให้เจอก่อน เมื่อเจอแล้วก็หยิบมา โดยต้องจับที่บริเวณตัวฟันเท่านั้น ห้ามจับที่รากฟันนะคะ ถ้ามันเลอะดินเลอะทราย หรือเลอะอย่างอื่น ครูก็เอาน้ำสะอาดล้างเบาๆ ไม่ต้องถูนะคะ เทราดเอา

พอครูทำความสะอาดฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูก็อาจจะจับเอาฟันกลับเข้าไปในเบ้าฟันก็ได้ถ้าแผลสะอาดพอ แต่โดยทั่วไปแผลก็มักจะเลอะดินเลอะทรายด้วย ครูก็เก็บรักษาฟันไว้ให้เนื้อเยื่อรอบปลายรากฟันชุ่มชื้น เพื่อให้มีชีวิตอยู่เวลาเราใส่กลับเข้าไป มันจะได้ยึดติดได้”

“ เอาใส่ในน้ำนมอย่างที่ทำเหรอคะหมอ แล้วถ้าหานมไม่ได้ละคะ ”
“น้ำเกลือที่เราใช้ล้างแผลเนี่ย ดีที่สุดค่ะ เพราะความเป็นกรดด่าง และความเข้มข้นเท่ากับสารละลายในร่างกาย แต่โดยทั่วไปเวลาเด็กเกิดอุบัติเหตุ หาน้ำเกลือมาแช่ฟันได้ยาก ที่หาง่ายและเป็นสารละลายที่เหมาะสมที่สุดก็คือ นมนี่แหละค่ะ หมอแนะนำนมจืดนะคะ เพราะไม่เคยลองแช่ในนมรสอื่นเหมือนกัน

รองมาจากนมและหาได้ง่ายจริงๆ ก็คือน้ำลายเรานี่แหละค่ะ อาจจะให้อมฟันไว้ที่กระพุ้งแก้มก็ได้ แต่ก็จะเสี่ยงต่อการที่เด็กจะกลืนเอาฟันลงไป หรือไม่ก็ให้เด็กบ้วนน้ำลายใส่ถ้วยแล้วเอาฟันแช่ไว้ก็ได้ค่ะ แต่ไม่แนะนำให้เอาฟันแช่ในน้ำธรรมดานะคะ เพราะจะทำให้เซลล์เนื้อเยื่อรอบรากฟันแตกได้ค่ะ

สรุปก็ คือ เราแช่ฟันไว้ในน้ำนมดีที่สุด ถ้าหาไม่ได้ก็ให้เด็กบ้วนน้ำลายลงถ้วยให้มากพอที่จะท่วมฟันแล้วเอาฟันแช่ไว้ก็ได้ค่ะ


เสร็จแล้วครูต้องรีบพาเด็กมาพบทันตแพทย์ เพื่อทำการยึดดามฟันกลับเข้าที่เดิมให้เร็วที่สุด ถ้าเราสามารถเอาฟันกลับเข้าที่ได้ภายใน 30 นาทีหลังจากที่ฟันหลุดออกมานอกช่องปากได้ ก็จะทำให้การรักษาได้รับผลสำเร็จดีมาก ฟันมักจะติด สามารถใช้งานได้ทุกรายค่ะ”

“แล้วเราจะยึดฟันยังไงคะหมอ” รัตน์ถามมั่ง เพราะเป็นส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับตัวเอง

“ที่ดีที่สุดก็ทำอย่างที่หมอทำนี่แหละรัตน์ เอาลวดที่แข็งแรงหน่อย แต่ไม่ต้องใหญ่มากนะ ยึดที่ด้าน labial ของฟัน โดยยึดต่อจากฟันที่หลุดไปอีกข้างละ 2 ซี่ ใช้คอมโพสิตยึดลวดกับฟัน โดยต้องให้ลวดวางบนฟันเฉยๆ เป็น passive ไม่ไปกดหรือดึงฟันเป็น active นะ เพราะอาจจะยิ่งทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อฟันมากขึ้น

ยึดเอาไว้ประมาณ 2 อาทิตย์ ก็มาเอาออก ที่สำคัญตอนที่ยึดต้องเช็คดีๆว่าเวลาที่เด็กกัด ฟันที่ยึดไม่กระแทกเลย ไม่งั้นอาจจะไม่ติด แล้วก็ต้องย้ำเตือนเด็กและผู้ปกครอง ให้หลีกเลี่ยงการใช้งานฟันที่ยึดเลย ถ้าไม่โดนได้เลยก็ยิ่งดี แต่เท่าที่หมอเจอมานะ ส่วนใหญ่เด็กจะชอบเอาลิ้นไปดุน หรือไม่ก็เอานิ้วไปลองจับๆ แตะๆ โยกๆดูเรื่อยแหละ โดยส่วนตัว หมอก็เลยมักจะยึดไว้ประมาณ 3-4 อาทิตย์ถึงค่อยเอาออก

พอเอาออกแล้วก็ค่อยมาดูว่าฟันตายหรือเปล่า โดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นฟันที่ปลายรากยังไม่ปิด บางทีก็ไม่เป็นไร แต่ในฟันที่ปลายรากปิดแล้ว มักจะต้องมาทำการรักษาราก ซึ่งก็มักจะทำการใส่ยาเพื่อกันไม่ให้รากฟันละลายตัว ไม่ยากใช่ไหมคะ”

“ไม่ยากค่ะหมอ ที่สำคัญคือเราต้องไม่จับที่รากฟัน เอาฟันแช่ในน้ำนม หรือน้ำลาย แล้วก็รีบพาเด็กมาหาหมอให้เร็วที่สุดภายใน 30 นาที ดีจังเลยค่ะที่หมอจ๋อมสอนครู ที่ผ่านมาเวลาฟันเด็กหลุด ครูก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็ปล่อยเลยตามเลย เด็กๆฟันหน้าหลอกันเต็มเลยค่ะ ยิ่งวัยนี้ยิ่งทะโมน วิ่งเล่นหกล้มกันประจำ ขอบคุณหมอมากค่ะ”

“ใช่ค่ะครู แต่ 30 นาทีนี่หมายถึงรวมเวลาที่หมอเอาฟันใส่กลับเข้าที่เดิมด้วยนะคะ เดี๋ยวครูจะเข้าใจผิดคิดว่าให้มาถึงหมอภายใน 30 นาที แอบแวะกินขนมกลางทางซะก่อนไม่ได้นะคะ” หมอจ๋อมแซว เรียกเสียงหัวเราะได้อีก

“เอ้า โต้งตื่นเลย เอาละ เอากระจกมาให้โต้งดูหน่อย ดูนะครับโต้ง ตอนนี้ฟันโต้งที่หลุดมา มีดวงดาวคอยคุ้มครองดูแลอยู่ โต้งต้องช่วยดวงดาวดูแลฟันโต้ง อย่าไปใช้กัดอะไร หรือโต้งอย่าเอาลิ้นไปเล่นเอามือไปจับฟันนะครับ เดี๋ยวดวงดาวตกใจแล้วหนีโต้งไป ฟันโต้งก็จะหนีตามดวงดาวไปด้วยนะครับ”
หมอจ๋อมหลอกล่อเด็ก โต้งดูฟันตัวเองในกระจก ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ พลางรับคำตามที่หมอจ๋อมสอน

“ หมอครับ เพื่อนๆต้องอิจฉาโต้งแน่เลยครับ ฟันโต้งมีดวงดาวคุ้มครองด้วย เดี๋ยวโต้งจะเอาไปอวดเพื่อน แล้วจะไปอวดน้องต้าด้วย ไม่มีใครมีฟันเหมือนโต้งเลย ” โต้งเอ่ยปากอย่างภูมิใจ

“ ตายละวา เดี๋ยวถ้าเพื่อนๆ หรือน้องต้าอยากได้ขึ้นมามั่ง พากันหกล้มเพื่อให้ฟันหลุดกันใหญ่ จ๋อมจะทำไงดีเนี่ย อยู่ดีไม่ว่าดีจริงๆเลยนะเรา ไม่เอาละกลับไปกินขนมที่โรงเรียนดีกว่า ป่านนี้พักกินข้าวเที่ยงแล้วด้วย จ๋อม หิวแล้ว กลับโรงเรียนกันเถอะค่ะครู ”

หมอจ๋อมไม่พูดพล่ามทำเพลง ถอดเสื้อกาวน์เดินนำไปที่รถทันที รัตน์หันมายิ้มกับครูหน่อย เฮ้อ หมอจ๋อมก็เป็นเงี้ย เมื่อกี้ยังดูเป็นการเป็นงานอยู่ แต่พอถึงเรื่องกินทีไร ดูเป็นเด็กไปซะทุกที รัตน์ยิ้มขำๆ พลางรีบเดินไปขึ้นรถก่อนที่จะมีคนโมโหหิวจนกินน้าจิตคนขับหมดตัวซะก่อน

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551

เรื่องของรัตน์ : เรารักในหลวง





“ สวยจังเลยนะหมอ ” รัตน์อุทานออกมาเมื่อเห็นภาพพระเมรุยามค่ำคืน เมื่อหันไปมองก็เห็นหมอจ๋อมกำลังนอนเอนดูทีวี มือก็หยิบขนมกินไปด้วยตลอด
“ อืม ใช่ หมอเคยเห็นพระเมรุมาสองงาน ดูแล้วงานนี้สวยสุดเลย ” หมอจ๋อมหายเงียบไปสักพัก เพื่อเคี้ยวขนมให้หมดปาก ก่อนที่จะตอบ
“ แต่ถึงสวยยังไง รัตน์ก็ไม่อยากเห็นอีกนะหมอ ”
“ ใช่ หมอเองก็ไม่อยากเห็นแล้วเห็นพอแล้วนะรัตน์ ”






วันนี้เป็นวันพระราชทานเพลิงพระศพพระพี่นาง โรงพยาบาลเอาทีวีเครื่องใหญ่มาตั้งในห้องประชุม เพื่อให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีนี้ รัตน์เลยขี่รถจากบ้านพักมาดูที่โรงพยาบาล เพราะทีวีเครื่องใหญ่กว่า มีคนมานั่งๆ นอนๆดูกันหลายคน รวมถึงผอ.ด้วย

“ เดี๋ยวก็ใกล้เวลาเสด็จมาเผาจริงแล้วสิ เศร้าเนอะ ”
“ ใช่ แค่เห็นตอนเผาหลอก หมอก็เศร้าจะแย่อยู่แล้ว นี่จะร้องไห้ไหมเนี่ย ”
“ เจ้าจ๋อม ถ้าแกร้องไห้ ห้ามเอามือเช็ดน้ำตาเชียวนะ มือเลอะขนมหมดแล้ว นี่ตั้งแต่ขบวนแห่พระโกศ พี่ยังไม่เห็นจ๋อมหยุดปากเลยนะเนี่ย ขนมหมดอำเภอแล้วมั้งเนี่ย ” หมอตุ้ย ผอ.โรงพยาบาลเอ่ยปากแซว เรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งห้องประชุม





“ โธ่ พี่ตุ้ยก็ จ๋อมกินเพื่อไม่ให้เศร้าน่ะ ” หมอจ๋อมกล่าวแก้เขิน มือก็เอื้อมหยิบขนมใส่ปาก
“ เสด็จแล้ว เสด็จแล้ว เงียบๆเลยทุกคน ตั้งใจดูเร็ว ” หมอตุ้ยเอ่ยปาก เสียงหัวเราะในห้องประชุมเงียบลง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่จอทีวี ภาพพระราชพิธีดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนเสด็จพระราชดำเนินกลับ บรรยากาศในห้องประชุมยังคงเงียบ รัตน์หันไปมองหมอจ๋อม แล้วก็ต้องแปลกใจที่เห็นหมอจ๋อมนั่งเช็ดน้ำตาป้อยๆ
“ เป็นไรไปคะหมอ ” เสียงทักของรัตน์ทำให้คนอื่นๆหันมามองหมอจ๋อม
“ อ้าว อินมากเหรอจ๋อม ” หมอตุ้ยลุกมาส่งกระดาษทิชชูให้
“ เช็ดน้ำตาซะ ไม่อายเขาเหรอ ” หมอจ๋อมรับกระดาษมาเช็ดน้ำตา






“ จ๋อมไม่ได้ร้องไห้เพราะอินหรอกพี่ตุ้ย แต่จ๋อมเห็นในหลวง พี่ตุ้ยเห็นไหม ท่านจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว ”
“ อืม เห็น ” หมอตุ้ยหน้าขรึมลงทันที นั่งลงตบไหล่หมอจ๋อมเบาๆ
“ หมอคะ ทำไมในหลวงท่านถึงไม่ค่อยแข็งแรงเลยนะ พ่อใหญ่ แม่ใหญ่บ้านเราอายุแปดสิบกว่า ยังเดินเหินสบายๆ นี่ขนาดทำงานหนักมาตลอดชีวิตนะคะ ” รัตน์เอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะรัตน์เองก็ติดตามข่าวของในหลวงมาตลอด ตั้งแต่จำความได้ ก็รู้สึกว่าท่านไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไรนัก



“ นั่นไงรัตน์ รัตน์เห็นใช่ไหม รัตน์ว่าปู่ย่าตายายเราทำงานหนักมาตลอดชีวิต แต่ตอนนี้แม้ท่านจะอายุเยอะ แก่กว่า ในหลวง แต่รัตน์ก็เห็นอยู่ว่าท่านก็ดูยังแข็งแรงมากกว่า แล้วรัตน์คิดดูสิว่ารัตน์เห็นในหลวงท่านแข็งแรงแบบเนี้ย รัตน์คิดว่าท่านทำงานหนักมามากกว่าปู่ย่าตายายเราที่เราเห็นเท่าไหร่ ”
“ ท่านทำงานหนักด้วยหรือคะหมอ รัตน์ไม่ค่อยเห็นแล้วน่ะค่ะ นานๆจะเห็นท่านในข่าวสักที ”
“ เด็กรุ่นใหม่ก็แบบนี้แหละจ๋อม ไม่ค่อยได้เห็นภาพอย่างที่เราเห็น บ้านเมืองมันถึงเป็นแบบนี้ไงล่ะ ยิ่งตามต่างจังหวัดนะ ชาวบ้านเขาไม่ค่อยดูข่าวกันหรอก จ๋อมก็เห็นอยู่ ”






รัตน์รู้สึกอายขึ้นมาทันที เพราะรัตน์เองก็เป็นอย่างที่หมอตุ้ยพูด ไม่แต่รัตน์เอง ส่วนใหญ่ที่รัตน์รู้จักก็มักจะมีวิถีชีวิตแบบนี้ทั้งนั้น เลิกงาน เลิกเรียนมาก็เล่นจนค่ำ กลับบ้านอาบน้ำอาบท่า กินข้าวกินปลา มานั่งรอดูละคร ส่วนใหญ่เวลาข่าว เป็นเวลาที่จะไปทำธุระส่วนตัว เช่น อาบน้ำ รัตน์ดูข่าวน้อยมาก หนังสือพิมพ์ก็ไม่อ่าน อ่านแต่หนังสือดารา หนังสือละคร เพื่อที่จะได้ดูละครสนุกขึ้น ถ้าเป็นผู้ชาย ส่วนใหญ่กลับบ้านมาก็ตั้งวงกินเหล้า ทีวีแทบจะไม่เคยดู ข่าวสารเรื่องราวต่างๆก็คอยรับฟังจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเอา หรือบางทีก็เป็นส.ส.ที่มาคอยบอกว่าตอนนี้รัฐบาลมีโน่นมีนี่มาให้





“ อ้าว แต่ถึงไม่ได้ดูข่าว แต่ก็ต้องมีคนเคยได้เห็นท่านเสด็จมาทำอะไรให้ชาวบ้านบ้างนะพี่ตุ้ย เหมือนที่เราเห็นไง จ๋อมจำได้เลยนะ ยิ่งภาคเหนือกับภาคอีสานน่ะ จ๋อมว่าท่านเสด็จมาทำอะไรให้ตั้งเยอะแน่ะ ทำไมลืมกันหมดเลย ”
“ จ๋อมอย่าลืมนะ เขาเห็นท่านมาที่บ้านเขา ปีหนึ่งอาจจะแค่ไม่กี่วัน ไม่เหมือนเราที่เห็นจากข่าวว่าท่านเสด็จไปแทบจะทุกที่ในประเทศไทย สมมติว่าท่านเสด็จไปจังหวัดละสามสี่วัน ลองเอาจำนวนวันคูณจำนวนจังหวัดในประเทศไทย แปลว่าท่านแทบจะต้องทำงานเดินทางไปโน่นมานี่เกือบทั้งปีเลยนะ นี่คิดว่าจังหวัดนึงท่านไปแค่ที่เดียว แต่เอาจริงบางครั้งวันนึงท่านเสด็จไปตั้งหลายที่ ชาวบ้านก็คิดแต่ว่าท่านมาอยู่ มาแค่สองสามชั่วโมงก็ไปแล้ว เพราะเขาไม่ดูข่าวไง แต่เราดูเราเห็นอยู่ บางทีวันนึงท่านไปตั้งสามสี่ที่ เสด็จตั้งแต่เช้าจนมืดค่ำ แถมบางวันพอเสร็จงานจากจังหวัดนี้ ท่านก็เสด็จไปจังหวัดอื่นต่อเลย แค่เดินทางก็เหนื่อยแทนท่านแล้ว ”

หมอตุ้ยพูดถึงตอนนี้ ทุกคนในห้องประชุมต่างพากันมานั่งล้อมวงฟังอย่างตั้งใจ “ เอ้า หมอถามหน่อย คนที่นั่งอยู่ในที่นี้ มีกี่คนที่จะเคยเห็นหรือรับรู้ว่าในหลวงท่านทำอะไรบ้าง ” หมอตุ้ยเอ่ยถาม เมื่อเห็นคนสนใจ มีคนพยายามตอบมาบ้าง เช่น พระราชทานปริญญา ฯลฯ

“ รู้ไหมว่าท่านทำมากกว่าที่เราเห็นเยอะ หมอชอบดูข่าวในพระราชสำนักมากเลยนะเมื่อก่อน ดูแล้วก็คิดว่าท่านทำได้ไง เป็นพระมหากษัตริย์ไม่เห็นสบายเลย เราเป็นประชาชนคนธรรมดา สบายกว่าเยอะ ในหนึ่งปีเนี่ยนะ ท่านจะเสด็จไปแทบจะทุกจังหวัดในประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ท่านจะเสด็จเวียนไปทั้งปี ประทับอยู่ภาคเหนือสามเดือน ภาคอีสานสามเดือน ภาคใต้สามเดือน ภาคกลางอีก




ท่านจะเสด็จไปในที่ที่ทุรกันดาร บางทีดูแล้วเรายังว่า จ้างให้เราไปเรายังไม่อยากไป ท่านขึ้นเขาลงห้วย ไปทุกที่ที่ลำบาก เพื่อที่จะไปทำโครงการพระราชดำริ ซึ่งจะเฉพาะตามแต่ละพื้นที่ โดยท่านมีจุดมุ่งหมายให้ชาวบ้าน ประชาชนของท่าน สามารถทำกิน ช่วยเหลือตัวเองได้ แม้ว่าท่านจะเสด็จกลับแล้ว หรือความช่วยเหลือไม่มีแล้ว แต่ชาวบ้านก็สามารถทำมาหากินด้วยตัวเอง พึ่งตัวเองได้ นี่เป็นจุดมุ่งหมายหลักของโครงการในพระราชดำริ ”




“ จ๋อมจำได้พี่ตุ้ย เคยเห็นภาพในหลวงท่านเสด็จไปในป่า ฝนตก เปียกแฉะ ท่านก็เสด็จไปทรงงานจนมืดจนค่ำ บางทีก็เห็นท่านเสด็จขึ้นเขาขึ้นดอย จ๋อมเคยไปเดินป่า เดินขึ้นดอย แค่ไม่นานก็ปวดเข่า ปวดขา เมื่อยจะแย่ แต่นี่ท่านเสด็จแทบไม่เว้นแต่ละวัน จ๋อมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเข่าท่านถึงเสื่อมเร็วขนาดนี้ ท่านใช้พระวรกายของท่านมากเกินไป เกินกว่ากำลังคนธรรมดาจะรับไหว แล้วท่านทำเพื่อใครล่ะพี่ตุ้ย ท่านทำเพื่อพวกเราประชาชนของท่านแท้ๆ ทำไมคนที่ท่านทำอะไรให้มากมาย ถึงไม่จดจำในสิ่งที่ท่านทำเลย กลับมาหลงใหลได้ปลื้มกับโครงการโยนเงินแจกชั่วครั้งชั่วคราว จ๋อมไม่เข้าใจจริงๆนะพี่ตุ้ย ” หมอจ๋อมยิ่งพูด เสียงก็ยิ่งสั่นเครือ จนแทบจะสะอื้นในตอนท้าย





“ พี่ไม่แปลกใจหรอกจ๋อม ชาวบ้านเขาก็ชอบความสบายมากกว่าสิ ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องเหนื่อยทำงานก็มีคนเอาเงินมาให้ใช้ ได้ซื้อโน่นซื้อนี่ ซื้อทีวี ซื้อมือถือใหม่ๆ ซื้อรถขับ แต่ไม่ได้รู้เลยว่าเงินที่เขาเอามาให้ มันก็เงินของพวกเราเอง เป็นเงินที่พวกเราเสียภาษีไปทุกปี ของที่เขาเอามาขายให้เราซื้อ ก็เป็นของของเขาเอง เขามันได้ทั้งสองต่อ เหมือนกับจ๋อมเอาเงินมาฝากพี่ไว้ พอถึงเวลา พี่ก็เอาเงินที่จ๋อมฝากจนลืมนั่นแหละมาให้จ๋อม พร้อมกับเอาของที่บริษัทพี่ขายเอามาขายด้วย จ๋อมก็รู้สึกว่าพี่มีบุญคุณ เอาเงินมาให้ พี่เองได้ประโยชน์สองต่อ ได้จ๋อมมาบูชาพี่ แล้วพี่ก็ได้ขายจองด้วย ไม่เสียอะไรสักอย่าง ”




“ ถ้าเทียบกับสิ่งที่ในหลวงท่านทำให้ใช่ไหมพี่ตุ้ย ในหลวงท่านให้ที่ทำมาหากิน ท่านแก้ไขปัญหาของพื้นที่ให้สามารถทำมาหากินได้ แต่ชาวบ้านต้องเหนื่อยทำเอง เทียบกับการที่มีคนเอาเงินมาให้เลย ไม่ต้องเสียแรง แต่ไม่คิดล่ะพี่ตุ้ย ว่าสิ่งที่ในหลวงท่านทรงให้น่ะ มันจะคงอยู่ไปชั่วลูกชั่วหลานเลยนะ ใช้ทำมาหากินได้ตลอดเลย แต่แบบที่เขาเอาเงินมาโยนให้เนี่ยสิ ชาวบ้านงอมืองอเท้าไม่ทำมาหากิน รอเขาโยนเศษเนื้อมาให้ เมื่อไหร่ที่เขาเลิกโยน ก็อดตาย พึ่งตัวเองไม่ได้ จ๋อมเข้าใจแล้วพี่ตุ้ย ”

“ หมอคะ ในหลวงท่านทำอะไรเยอะขนาดนั้นเลยหรือคะหมอ รัตน์ไม่เคยรู้เลย”
“เยอะสิรัตน์ เยอะมากๆ ท่านทำเพื่อประชาชนเยอะจนหมอเคยคิดว่า ต่อให้หมอเกิดมาสักสิบชาติ หมอยังอาจจะทำอะไรเพื่อแผ่นดิน เพื่อประเทศชาติได้ไม่เท่าที่ในหลวงทรงทำมาตลอดระยะเวลาเท่าที่หมอเห็น และจำความได้เลยนะรัตน์ รัตน์รู้ไหม หมอเป็นคนกรุงเทพฯเองเนี่ยนะ ยังเคยคิดอิจฉาคนต่างจังหวัดอย่างรัตน์เลย ว่ามีโอกาศได้เฝ้าในหลวงมากกว่าหมออีก เพราะท่านประทับในเมืองหลวงปีละไม่เท่าไหร่เอง แถมเวลาได้เข้าเฝ้ายังได้เฝ้าอย่างใกล้ชิดเลย ทีละนานๆด้วย บางครั้งท่านประทับรับสั่งถามข้อมูลจากชาวบ้านทีเป็นชั่วโมงๆ เพราะบางครั้งท่านเสด็จเข้ามาถึงบ้านชาวบ้าน บ้านชาวเขาบนดอย ท่านยังเสด็จไปเลย คนต่างจังหวัดได้เฝ้าขนาดนี้เลยนะ คนกรุงอย่างหมอส่วนใหญ่ได้เข้าเฝ้าในงานพระราชพิธี ครั้งนึงแป๊บๆ หมอเองเฝ้าใกล้ชิดสุดก็ตอนรับพระราชทานปริญญา เห็นท่านนานจริง แต่เห็นไกลๆ ได้ยินเสียงท่านจริงแต่เป็นทางการ ไม่เคยได้ยินท่านถามสารทุกข์สุขดิบเหมือนชาวบ้านหรอก”





“ พี่จำได้นะจ๋อม เมื่อครั้งที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ พี่ไปเที่ยวกับเพื่อนเสร็จกำลังจะกลับบ้าน สักประมาณตีสองได้ ขับรถกลับ เห็นไฟสว่าง ตำรวจเต็ม ยังคิดอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ดึกขนาดนี้ ฝนก็ตกพรำๆ คิดว่ามีอุบัติเหตุ เลยจอดรถลงไปดูเผื่อช่วยอะไรได้ จ๋อมรู้ไหมว่าพี่เห็นอะไร พี่เห็นในหลวงท่านกำลังถือแผนที่ ยืนดูประตูระบายน้ำอยู่ท่ามกลางสายฝนตอนตีสอง ตอนที่พี่เพิ่งกลับจากผับ ไม่รู้ว่าท่านประทับอยู่นานแค่ไหนแล้ว แต่ในขณะที่พี่กำลังกินเหล้าฟังเพลงอยู่ หรือคนอื่นๆกำลังนอนหลับอย่างสบายในที่นอนนุ่มๆอุ่นๆอยู่ ในหลวงของเราท่านกลับมายืนตากฝน หาทางช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมให้พวกเรา พี่แทบจะหายเมาเลยนะจ๋อม ยิ่งพอกลับไปถึงบ้าน ทุกคนในบ้านพี่หลับสบายกันหมดแล้ว สิ่งที่พี่พบเจอในวันนั้นเป็นจุดที่ทำให้พี่ตั้งใจว่า พอเรียนจบ พี่ขอเป็น ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอทำความดีเพื่อประเทศชาติให้ได้แม้สักเศษเสี้ยวของที่ท่านทำก็ยังดี เพื่อเป็นการตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่ท่านทำเพื่อพวกเรา ”

รัตน์ได้ฟังก็ถึงบางอ้อ มิน่า หมอตุ้ยมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่แกเรียนจบ พี่ๆเล่าว่าหมอตุ้ยตั้งใจเลือกมาที่นี่ โรงพยาบาลเล็กๆ ในอำเภอที่แสนจะห่างไกลจากความเจริญ แล้วก็อยู่ที่นี่มาตลอด ไม่เคยคิดขอย้ายไปไหน ตั้งใจทำงาน พัฒนาโรงพยาบาลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดหนื่อย
“ จ๋อมก็เหมือนพี่ตุ้ยนั่นแหละ จ๋อมรู้สึกว่าจ๋อมโชคดีมากๆ ที่เกิดมาเป็นข้ารองพระบาทของท่าน ภูมิใจที่เป็นข้าราชการของในหลวง แม้เงินเดือนจะน้อยนิด อยู่ห่างไกลความเจริญ จ๋อมก็พยายามทำให้ดีที่สุด ไม่รู้ว่าจ๋อมทำงานจนเกษียณ จะยังเหนื่อยหรือทำอะไรได้มากเท่าที่ในหลวงทำหรือเปล่า ยิ่งเห็นท่านวันนี้นะพี่ตุ้ย ท่านเศร้านะ หมดแล้วครอบครัวท่านที่เคยสนุก เคยทุกข์ร่วมกันมา พี่สาวคนเดียวแถมตอนนี้ ท่านยังขาดกำลังพระทัยอย่างแรงอีกด้วยนะ ”





หมอจ๋อมพูดไปก็น้ำตาไหลไป แต่หนนี้ไม่ใช่แต่หมอจ๋อมเท่านั้น รัตน์หันไปมองคนอื่นๆในห้องประชุม ก็เห็นน้ำตาคลอ บางคนหยิบกระดาษมาเช็ดน้ำตากันป้อยๆ ไม่เว้นแม้แต่รัตน์เอง สิ่งที่รัตน์คิดในใจตอนนี้ พรุ่งนี้ รัตน์จะไปค้นหาข่าวเก่าๆ ที่เกี่ยวกับในหลวงมาอ่านมาดูซะหน่อย แล้วรัตน์ก็จะตั้งใจทำงานตามความสามารถอย่างสุดกำลังเพื่อพระองค์ท่าน ให้เหมือนที่หมอตุ้ย หมอจ๋อมตั้งปณิธานไว้ รัตน์อาจจะไม่ซาบซึ้งเท่าหมอจ๋อม เพราะรัตน์ไม่เคยเห็นภาพเหล่านั้นมาก่อน แต่เท่าที่ฟัง รัตน์ก็รู้สึกว่า รัตน์ภูมิใจที่เกิดมาในประเทศที่มีในหลวงพระองค์นี้ แล้วรัตน์ก็พร้อมที่จะเป็นพสกนิกรที่ดีของพระองค์ท่าน จริงอย่างที่หมอตุ้ย หมอจ๋อมว่า รัตน์จะไปหลงใหลได้ปลื้มกับคนที่มันเอาเงินภาษีของเรามาโยนล่อเราทำไม มันสอนให้เรางอมืองอเท้า รอความช่วยเหลือจากมันจนเราง่อยเปลี้ยเสียขา จนต่อไปเราจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ รัตน์นึกถึงภาพสัตว์ที่ถูกขัง มีคนคอยให้อาหาร แล้วก็สั่งให้ทำโน่นทำนี่ทำก่อนถึงจะได้รางวัลเป็นของกิน ถ้าไม่ยอมทำก็ไม่ได้กิน จะให้ทำอะไรแปลกๆที่ไม่เคยทำก็ต้องทำ วันไหนเขาไม่ให้อาหาร สัตว์ก็อดตาย รัตน์ไม่อยากเป็นสัตว์เลี้ยงของใคร แต่ขอเป็นข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัตน์รู้สึกรักในหลวงขึ้นมาอย่างจับใจ


ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ทำอย่างไรเมื่อรากเข้าไซนัส



“ป๊อก” รัตน์รู้สึกเหนื่อยในใจ เมื่อได้ยินเสียงดังในขณะที่กำลังถอนฟันให้หนุ่ม…….“รากหัก หนุ่มเอ๊ย ... นานหน่อยนะ เดี๋ยวพี่ต้องแคะรากออกอีก” รัตน์บอกกับหนุ่มก่อนที่จะหยิบเอาฟันออกมาพิจารณาดู แล้วก็เห็นราก Palatal หักตรงประมาณกึ่งกลางราก รัตน์แอบถอนใจเล็กๆ “เอ้า หนุ่มกัดผ้าไว้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่เตรียมเครื่องมือเพิ่มนิดนึง” รัตน์เอาผ้าก๊อสให้หนุ่มกัด ก่อนที่จะหันไปจัดเตรียมเครื่องมือเพิ่มเติม พลางหันไปมองนาฬิกา บ่ายสองแล้ว ต้องเร่งมือหน่อย เดี๋ยวเกิดแคะไม่ออกจะได้ไปรบกวนหมอจ๋อมได้ก่อนที่จะเลิกงาน

“มาหนุ่ม เดี๋ยวบ้วนปากก่อนนะ จะได้รู้สึกสบายหน่อย แล้วเวลาพี่ทำ ถ้าเกิดหนุ่มเจ็บก็ให้บอกนะ” รัตน์เอาผ้าก๊อสซับใน socket ก่อนจะเริ่มลงมือแคะ แต่เลือดก็ซึมออกมาเรื่อยๆ มองไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ รัตน์ซับจนหมดผ้าก๊อสไปหลายผืน เหงื่อเริ่มตก พี่ไก่เวียนมาคีบผ้าก๊อสให้หลายรอบ แล้วรัตน์ก็ต้องใจหายแว๊บ เมื่อเครื่องมือหลุดวูบหายไปตามแรงที่กำลังแคะรากอยู่ รัตน์รีบเอาผ้าก๊อสซับดูแล้วก็ยิ่งใจหายเมื่อเห็นใน socket เป็นโพรงกลวงโบ๋

“โอ๊ย หนุ่มไปบอกเลิกนัดแฟนเหอะ งานเข้าแล้วล่ะ” รัตน์วางเครื่องมือลงอย่างหมดแรง “อ้าว ทำไมล่ะครับหมอ ยังแคะไม่ออกเหรอครับ”

“เรื่องใหญ่แล้วหนุ่ม รากมันหลุดเข้าไปในโพรงอากาศข้างจมูกน่ะจ้ะ แต่ไม่ต้องกังวลนะ เดี๋ยวพี่จะพาหนุ่มไปหาหมอจ๋อมที่โรงพยาบาล หนุ่มบ้วนปากก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปโทรหาหมอจ๋อมก่อน เดี๋ยวแกเลิกงานซะก่อน จะได้ให้หมอเขารอเราหน่อย” หนุ่มลุกบ้วนปากตามที่รัตน์บอก แต่พออมน้ำเข้าไปได้นิดเดียวก็สำลักออกมา “โอ๊ย หมอครับ น้ำเข้าจมูก”

“เหรอ ไม่เป็นไรนะหนุ่ม ใจเย็นๆ เดี๋ยวกัดผ้าก๊อสไว้ก่อน รอหมอแป๊บนึง” รัตน์รีบไปโทรหาหมอจ๋อม รายงานเคสให้ฟัง รวมถึงเรื่องที่หนุ่มบ้วนปากแล้วสำลักน้ำด้วย “แปลว่ารูมันใหญ่แล้วนะเนี่ยรัตน์ คงต้องให้พี่หมูช่วยแล้วล่ะ ไม่เป็นไร รัตน์รออยู่ที่สอ.แล้วกัน เดี๋ยวหมอเอารถรพ.ไปรับ ไปด้วยกัน แต่เดี๋ยวต้องโทรหาพี่หมูก่อน รัตน์บอกคนไข้ด้วยนะว่าเราต้องเข้าจังหวัดกัน อ้อ แล้วรัตน์เก็บฟันที่หักไปด้วยล่ะ เอาไปให้หมอหมูดูด้วย แล้วถ้าจะให้คนไข้บ้วนน้ำ ก็บอกให้เขาก้มหน้าไว้ จะได้ไม่สำลักอีก”


รัตน์เดินกลับมาหาหนุ่มที่เก้าอี้ทำฟัน “หนุ่มเอ๊ย พี่ขอโทษนะ แต่วันนี้เราคงต้องไปที่โรงพยาบาลจังหวัดกันแล้วล่ะ หมอที่โรงพยาบาลก็ทำไม่ได้ เดี๋ยวหนุ่มบอกที่บ้านไว้ก่อนนะ หมอจ๋อมแกจะเอารถโรงพยาบาลมารับ”
“ไม่ต้องไปได้ไหมครับหมอ รากที่หักไม่ต้องเอาออกก็ได้ครับ ผมนัดแฟนไว้ ไม่อยากผิดนัดเลย เพิ่งดีกันเมื่อวานนี้เอง”
“ไม่ได้หรอกหนุ่ม เดี๋ยวจะเป็นไซนัสอักเสบนะ เพราะตอนนี้รากมันเข้าไปอยู่ในโพรงอากาศข้างจมูกแล้วน่ะ แล้วตอนเนี้ยหนุ่มก็สำลักเวลาบ้วนน้ำด้วย ยังไงก็คงต้องปิดรูที่ทะลุน่ะ” หนุ่มดูท่าทางลังเล งอแงต่อรองกับรัตน์ ก็พอดีหมอจ๋อมพาร่างป้อมๆเดินต้วมเตี้ยมเข้ามา
“อ้าว ไปกันยัง ว่าไงจ๊ะพ่อหนุ่ม ไม่ต้องกลัวนะ คิดซะว่าไปเที่ยวกัน” หมอจ๋อมส่งเสียงมาแต่ไกล รัตน์เลยเล่าให้ฟังว่าคนไข้ไม่อยากไป เพราะอะไร

“แหม แหม แหม ไป รัตน์ไปเตรียมตัว อย่าลืมเอาฟันไปให้หมอหมูด้วย นี่พ่อหนุ่ม ไปเถอะ ไปทำแป๊บเดียวแหละ ลองถึงมือหมอหมูแล้ว เอาแฟนไปด้วยดิ พอเสร็จก็พาแฟนเที่ยวต่อเลย ดีเสียอีก ไม่ต้องเสียค่ารถไป ยังไงก็จะนั่งรถโดยสารไปอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ นี่น่ะ นั่งรถติดแอร์อย่างดีมีคนขับพร้อมเลยนะจ๊ะ ไปเถอะไป อย่ามัวเสียเวลาเลย” หมอจ๋อมตบไหล่คนไข้ดังพลั่ก รัตน์แอบเห็นหนุ่มหน้าคะมำตามแรงตบของหมอจ๋อม ก็อดหัวเราะไม่ได้ เมื่อเตรียมฟันเสร็จ หมอจ๋อม รัตน์ หนุ่มและแฟนสาว ก็พากันนั่งรถโรงพยาบาลเข้าจังหวัดกัน ระหว่างทางหมอจ๋อมชวนคุยจนทั้งหนุ่มและแฟนพากันหัวเราะจนหายกังวล รัตน์รู้สึกว่านั่งรถแป๊บเดียวก็มาถึงโรงพยาบาลจังหวัดแล้ว


“เอ้า มาเลย กำลังรออยู่เชียว ไหนดูสิ” หมอหมูเตรียมของไว้รอเรียบร้อย เมื่อหมอจ๋อมนำขบวนเดินเข้าไป “ขอโทษนะคะหมอหมู เลยต้องรบกวนหมอเลย เลิกงานแล้วแท้ๆ รัตน์ไม่น่าเลยน่ะ”
“ไม่เป็นไร ดีแล้วที่โทรมาบอกก่อน ไหนเอาฟันมาดูสิ เอ้า คนไข้ไปเอ็กซเรย์ก่อนนะครับ เอาละ ถ้าเราทำรากฟันหลุดเข้าไปในไซนัสควรจะทำยังไงบ้าง เริ่มต้นจากไม่ต้องตกใจ ให้ซับหรือ suction ให้แห้ง ดูว่าพอจะเห็นรากฟันใน socket หรือเปล่า ถ้ายังพอเห็น เราอาจใช้ suction แรงๆ ลองดูดดูว่าจะเอารากออกทาง socket ได้ไหม แต่อย่าไปพยายามแคะอีกนะ เพราะอาจจะทำให้รูที่ทะลุมันใหญ่ขึ้น ถ้ารูไม่ใหญ่เกินกว่า 3 มม. ก็ไม่จำเป็นต้องไปปิด แค่เอารากฟันออกจากไซนัสก็พอ”

“ถ้า suction ไม่ออกล่ะพี่หมู” “ไม่ออกก็ไม่ออก ก็เปิดเอาออก เวลาทำพวกเนี้ยต้องใช้ suction ที่แรงๆ ไฟดีๆ ให้มองเห็นชัดๆ เวลาจะส่งตัวคนไข้มา สิ่งที่อยากให้ส่งมาด้วยก็คือ1.ฟันซี่ที่ถอน ถ้าเขียนบอกมาด้วยว่าฟันนั้นมีการติดเชื้อหรือเปล่าก็ดี2.ถ้ามีฟิล์มเอ็กซเรย์ไม่ว่าจะก่อนถอน หรือตอนที่ทำหลุดเข้าไปแล้ว ก็ให้เอามาด้วย3.ถ้ามีรากฟันที่เราแคะออกมาแล้ว ก็ให้เอามาด้วย “แล้วถ้าเผื่อแคะขี้ฟันออกมาได้ด้วย ต้องเอามาด้วยไหมพี่หมู” หมอจ๋อมถามด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์ “มะเหงกแน่ะ เจ้าจ๋อม” หมอหมูไม่พูดเปล่า แต่ส่งมะเหงกมาให้หมอจ๋อมก่อน ดีที่คนไข้เดินกลับมา สงครามจึงยังไม่ทันเกิด รัตน์นึกเสียดายในใจ เพราะรู้สึกสนุกทุกครั้งที่เห็นสองคนนี้ทะเลาะกัน


“เอ้า..นอนลงเลยครับ ขอหมอดูหน่อย อืม...รูอย่างนี้คงต้องปิดละนะ ไม่งั้นน้ำเข้าแน่ๆ เดี๋ยวหมอฉีดยาชาก่อน ไม่ต้องกลัวนะครับ” หมอหมูลงมือฉีดยาชา “ไหนดูฟิล์มสิ เอ้า นี่ไง รากอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหนไกล อาจจะยังติดผนังไซนัสอยู่ มาเดี๋ยวหมอเอาออกให้ ถ้าเจ็บให้ยกมือบอกนะครับ” หมอหมูลงมือทำ ดูคล่องไปหมด รัตน์มองจนเพลิน “เอ้า นี่ไงออกมาแล้ว” “เฮ้ย ทำไมเร็วนักล่ะพี่หมู จ๋อมดูไม่ทันเลย ขออีกทีได้ป่ะ” “ได้เลยจ๋อม เดี๋ยวพี่เอารากใส่กลับเข้าไปใหม่ แล้วทำให้ดูอีกที ฮ่า ฮ่า ล้อเล่นน่า ไม่ต้องกลัว” หมอหมูหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นหนุ่มรีบยกมือประท้วง

“เอาละ ทีนี้เรามาปิดรูกัน เอ ยังหนุ่มยังแน่นอยู่ ใช้ buccal fat pad มาปิดแล้วกันนะ vestibule จะได้ไม่ตื้น ถ้าต่อไปจะใส่ฟันปลอมจะได้ไม่มีปัญหา นอกจากว่าเราจะใส่รากเทียมละนะ” หมอหมูยังพูดไม่หยุดปาก แต่มือก็ไม่หยุดทำด้วย “เราจะปิดรูได้ยังไงมั่งคะพี่หมู” “อันแรกง่ายๆเลยก็ทำ Buccal sliding flap โดยเอาเนื้อทางด้าน Buccal ดึงมาปิด วิธีนี้ง่ายที่สุด แต่มีข้อเสีย คือ ทำให้ Vestibule ตื้น เวลาจะมาใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ก็ต้องมานั่งทำ Vestibuloplasty กันอีก ส่วนวิธีที่สองก็ใช้ Palatal flap เอาเนื้อจากทางเพดานดึงมาปิด วิธีนี้ไม่ทำให้ Vestibuleตื้น แต่ดึงยาก เพราะเพดานปากเรา เนื้อบางแล้วก็แน่นมาก แล้วถ้าไม่ระวัง ก็อาจไปตัดโดนเส้นเลือดได้ ทีนี้ล่ะเหงื่อโง่แตกแน่ส่วนอีกวิธีที่ตอนนี้พี่ใช้บ่อย คือการเอา Buccal pad fat มาปิด ฟังดูยากนะ แต่ทำจริงๆไม่ยากหรอก นอกจากกรณีที่ Capsule บาง ก็อาจจะยุ่งยากหน่อย เพราะไม่สามารถดึงมาเป็นก้อนได้ ส่วนใหญ่พี่ก็ทำวิธีนี้แหละ เพราะไม่ทำให้ Vestibule ตื้นด้วย นี่ไง ดึงออกมาได้แล้ว เนี่ยก็เย็บปิดรูซะ”


“แล้วเวลาหาย ลักษณะของ fat ที่เราเอามาปิดจะเป็นยังไงคะหมอหมูเป็นแบบก้อนไขมันหรือเปล่า” รัตน์อดสงสัยต้องเอ่ยปากถามไม่ได้ “ไม่หรอก หายมาก็เป็นเหงือกเรานี่แหละ สวยงามเหมือนเดิม เอ้า เรียบร้อยแล้วครับ บ้วนน้ำเลยครับ คนไข้ ทีนี้กลับไปเอาน้ำแข็งประคบนะครับ อาจจะบวมสัก สองสามวันนะ แล้วก็ห้ามทำให้เกิดความดันในโพรงอากาศ เช่น ถ้าจะจามให้จามออกมาเต็มที่ อย่าอั้นไว้ แต่ก็อย่าลืมปิดปากเวลาจามนะครับ เวลากินน้ำก็ให้กินจากแก้ว อย่าดูดจากหลอด ห้ามสูบบุหรี่หรือดื่มเหล้าเด็ดขาดนะ เดี๋ยวแผลจะไม่หาย หมอจะให้ยาแก้อักเสบ แก้ปวด และยาลดการคัดจมูกไป อาจจะมีอาการคัดจมูกสักสองสามวันนะครับ แล้วสักอาทิตย์นึง ไปตัดไหมตัดกับจ๋อมหรือกับรัตน์ก็ได้นะ”

“ขอบคุณครับหมอ” หนุ่มยกมือไหว้ทั้งหมอหมู หมอจ๋อม และรัตน์ ก่อนจะเดินออกไปรอด้านนอก “เร็วจังพี่หมู แหม จ๋อมดูไม่ทันเลย ไว้ทำรากเข้าไซนัสมาให้พี่หมูทำให้ดูอีกดีกว่า จ๋อมทำได้ ไม่ยาก” “มาเลี้ยงข้าวพี่เลยเจ้าจ๋อม เหนื่อยนะเนี่ย ดูสิ แทนที่จะได้ไปเตะบอล ต้องมานั่งรอเอ็ง” “รัตน์เลี้ยงเองค่ะหมอ รัตน์เกรงใจ รัตน์เป็นคนทำเอง เดี๋ยวให้รัตน์เลี้ยงข้าวนะคะ” “โด่ พี่หมู เสียเชิงชายหมด ให้ผู้หญิงเลี้ยงข้าว รัตน์ไม่ต้องหรอก พี่หมูแหละเลี้ยง อุตส่าห์หางานมาให้ทำ จะได้ไม่ว่างงาน แทนที่จะเลี้ยงขอบคุณ” “อะไรวะ เจ้าจ๋อม เอ้า เลี้ยงก็ได้ แต่ต้องเป็นอาหารญี่ปุ่นนะ กินเป็นเปล่าล่ะ ถ้าไม่กินอาหารญี่ปุ่น พี่ไม่เลี้ยง”


“กินเป็นดิ่ เลี้ยงเลย เลี้ยงเลย เอ๊ะ จังหวัดเรามีอาหารญี่ปุ่นแล้วเหรอพี่หมู อะไร จ๋อมไม่ได้มาแค่อาทิตย์เดียวเอง ไม่เห็นรู้เรื่องเลย” “เอ้า ถ้ากินอย่างอื่นจ๋อมเลี้ยงนะ” “เออ เออ จ๋อมเลี้ยงเอง รัตน์ไม่ต้องหรอก เราเป็นน้องสุด หมอกะหมอหมูเงินเดือนเยอะกว่าด้วย ไปเลยกินอาหารญี่ปุ่น โธ่ ถ้าพี่หมูเลี้ยงทำไมจะไม่กิน” “ตกลงนะ เอ้า จะกินอาหารญี่ปุ่นรสอะไรดี ต้มยำกุ้งน้ำข้น น้ำใส ต้มโคล้ง หรือรสหมูสับ” หมอจ๋อมเงียบไปครู่นึง สักพักก็ทุบหลังหมอหมูดังอั้ก “ไอ้พี่หมู หลอกเรา แหม อาหารญี่ปุ่น จะให้เรากินมาม่า ร้ายนักนะ” “ฮ่า ฮ่า มาเลยไอ้จ๋อม ไปเลี้ยงข้าวพี่เลยถ้าไม่กินมาม่าน่ะ อาหารญี่ปุ่นแท้ๆเชียวนา” หมอหมูหัวเราะชอบใจก่อนจะเดินนำหมอจ๋อมที่บ่นงึมงำไปตลอดทาง


วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เรื่องของรัตน์ : จัดฟันแฟชั่น



หมอจ๋อมขับรถเข้ามาจอดในโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัด พร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาหมอหมู “พี่หมูเหรอคะ จ๋อมมาถึงแล้ว พี่หมูลงมาได้เลยค่ะ.........อ้าว เหรอคะ เคสอะไรละคะ..........เหรอคะ งั้นจ๋อมขอขึ้นไปดูด้วยได้ไหมคะ พี่หมูอยู่ที่แผนกใช่ไหมคะ ค่ะ ค่ะ งั้นเดี๋ยวจ๋อมขึ้นไปหานะคะ” หมอจ๋อมกดปิดโทรศัพท์แล้วหันมาหารัตน์ “หมอหมูมีเคสลุดวิค ขึ้นไปดูกันหน่อยไหมรัตน์ ยังไม่หิวเนอะ” หมอจ๋อมหันมาชวน “เป็นไงคะ ลุดวิค” รัตน์ถามอย่างสงสัย “เป็นการติดเชื้ออย่างรุนแรงบริเวณช่องปากและใบหน้า คนไข้จะมีการติดเชื้อ บวม ที่ใต้ลิ้น ใต้คาง และใต้ขากรรไกรทั้งสองข้าง บางคนก็บวมที่คอหอย และอาจลงไปในคอได้ น่ากลัวมากเลย แล้วคนไข้พวกนี้มักจะมีปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ เพราะใต้ลิ้นจะบวมจนลิ้นยกไปปิดทางเดินหายใจหมด”

“แล้วมีสาเหตุมาจากอะไรคะ” “หลายอย่าง แต่ที่เจอเยอะก็มาจากฟันเรานี่แหละ เจอทีไรนะ หมอหมูเบื่อเลยละ เพราะดูกันนานเลย” หมอจ๋อมกับรัตน์พากันเดินขึ้นไปที่แผนกทันตกรรม เจอหมอหมูกำลังตรวจคนไข้อยู่ เป็นเด็กสาวอายุประมาณ 18 นั่งหน้าบวมโย้อยู่บนยูนิต ดูท่าทางทรมาน หมอหมูกำลังดูในปาก “มาดูสิจ๋อม อ้าว ขอให้หมอเขาดูหน่อยนะจ๊ะ จะได้เอาไปช่วยกันเตือนบรรดาเพื่อนๆเราที่อื่นด้วย ” ประโยคหลังหมอหมูหันไปพูดกับคนไข้ “ไม่ปรับเก้าอี้นอนจะได้ดูง่ายๆเหรอคะหมอ” รัตน์อดสงสัยไม่ได้ “คนไข้นอนไม่ได้หรอกรัตน์ นอนแล้วหายใจไม่ได้ ขนาดนั่งยังต้องโน้มตัวมาข้างหน้าเลย ลิ้นมันตกไปอุดทางเดินหายใจ ทำให้เขาหายใจไม่ได้ นี่เดี๋ยวคงต้องเข้า OR เลย ทิ้งไว้นานไม่ดี ถ้าหิวก็ไปกินกันก่อนนะ เดี๋ยวพี่ตามไป” “จ๋อมเข้าไปดูใน OR ด้วยได้ไหมคะ หิวหรือยังรัตน์ พอไหวไหม” หมอจ๋อมหันมาถาม “ได้ค่ะ รัตน์ก็อยากดูเหมือนกัน น่ากลัวจังเลยเขาเป็นจากอะไรคะหมอ” หมอหมูหันมาหาคนไข้อีก “ขอให้หมอเขาดูหน่อยนะ นี่ไง น้องคนนี้ไปจัดฟันแฟชั่นมา แล้วลวดมันก็ทิ่มกระพุ้งแก้ม แรกๆก็แค่เจ็บๆ ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเห็นเพื่อนๆที่จัดฟันกันก็เป็นแบบนี้ ไปๆมาๆ ก็บวมตุ่ยแบบนี้แหละ นี่แค่สองวันเองนะ ใช่ไหมครับคนไข้”



คนไข้พยักหน้าหงึกๆ น้ำตาคลอ หมอหมูเปิดให้ดูในปาก เห็นลวดจัดฟันทิ่มอยู่ที่กระพุ้งแก้มเป็นแผลชัดเจน กระพุ้งแก้มบวมเป่ง “แล้วทำไมคนอื่นๆที่จัดฟันถึงไม่เป็นละคะหมอ” รัตน์อดสงสัยไม่ได้ เพราะก็เห็นคนจัดฟันกันตั้งเยอะแยะ “ก็เขาจัดกับหมอจริงๆน่ะสิ เครื่องไม้เครื่องมือก็ผ่าการฆ่าเชื้ออย่างสะอาด ทำกันตามหลักวิชาการ นี่น้องเขาไปทำตามตลาดนัด นอนทำกับเก้าอี้ผ้าใบ ด้วยความอยากเท่ห์เหมือนเพื่อนๆไง คิดว่าไม่มีอะไร แต่ติดเครื่องมือ ถูกดีด้วย ไม่กี่ร้อยบาท คุ้มกันไหมเนี่ย”

“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ” “ไม่ใช่แค่นี้นะ ผลเสียจากการจัดฟันแฟชั่นน่ะมีตั้งหลายอย่าง เพราะคนที่ทำไม่ใช่หมอ อย่างนึงคือ เครื่องไม้เครื่องมือไม่สะอาด ทำให้เกิดการติดเชื้อแบบนี้แหละ แล้วคนไข้ก็จะไม่ค่อยรู้หรอก เริ่มเจ็บ เริ่มบวมก็คิดว่าปกติ เพราะคนที่จัดฟันก็มักจะบ่นว่าเครื่องมือทิ่มปากกันอยู่แล้ว คนที่จัดแบบแฟชั่นก็คิดว่าเออ คงเป็นอาการปกติ ต้องทิ่ม ต้องบวมแบบนี้หล่ะ ก็ไม่มาหาหมอ มาอีกทีก็บวมฉึ่ง นี่ยังดี เดี๋ยวนี้เขาพัฒนา ใช้เครื่องมือ ใช้ลวดที่ใช้จัดฟันจริงๆ แต่ก่อนยิ่งแล้วใหญ่ ใช้ลวดที่ใช้ตากผ้า คิดดูสิ โดนน้ำลายเราทุกวันก็เป็นสนิม ถึงลวดจะไม่ทิ่ม ก็เหมือนเรากินสนิมอยู่ทุกวัน ทนกันได้ไง เพื่อความเท่ห์ ทันสมัยเป็นบาดทะยักตายกันพอดี คุ้มกันไหมไม่รู้” หมอหมูบ่นไป คนไข้ก็นั่งน้ำตาคลอไป

“นอกจากทำให้ติดเชื้อนะ คนทำบางคนไม่รู้เรื่อง ไม่มีความรู้ ใช้ลวดที่มันมีแรงดึงใส่ให้ด้วย ทีนี้ละ ฟันที่ดีๆ ก็ล้มระเนระนาดหมด บางทีดึงไปดึงมา ฟันโยก เหงือกร่นหมด ทำกันไปทำมั้ย ไม่คุ้มเลยจริงๆ คนที่ทำก็บาปกรรม คิดได้เงินเพียงไม่กี่บาท แล้วสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอย่างเนี้ย” “แล้วทันตแพทยสภาทำอะไรไม่ได้เหรอคะพี่หมู จ๋อมเห็นเดี๋ยวนี้เยอะมากเลย ติดประกาศตามเสาไฟฟ้า ทั้งจัดฟันแฟชั่น ทั้งทำฟันปลอม ทำเขี้ยวด้วยนะ เพื่อจ๋อมบอกว่ามีไปเช่าล็อคในห้างเปิดทำกันด้วย เดินผ่านเห็นแล้วก็เซ็งเลย” “สภาฯเขามีหน้าที่ควบคุมบรรดาหมอไม่ให้ทำผิด แต่คนที่ทำพวกนี้ไม่ใช่หมอนี่ เราก็ไม่มีสิทธิทำอะไร ได้แต่ออกมาเตือนประชาชนว่าอย่าไปทำ แต่การจัดการกับพวกนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจ แล้วต้องมีเจ้าทุกข์ด้วยนะ ตำรวจถึงจะจับได้”


“แย่จังเลยค่ะ แล้วพวกนี้เขาไปเอาเครื่องมือของหมอมาจากไหนละคะ” “ก็บริษัทที่ขายเครื่องมือไง พี่เคยได้รับจดหมายจากบริษัท เสนอขายของ ระบุเลยนะว่ามีเครื่องมือจัดฟันแฟชั่นด้วยน่ะ เขาไม่สนใจหรอก ได้ขายของเอาเงินนิดๆหน่อยๆ จะเกิดผลเสียอะไรบ้างกับใครก็ไม่รู้ พี่ยังเคยคิด อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดกับลูกกับหลานเขาบ้าง ทั้งของคนขาย ทั้งของคนทำ จะได้รู้สึกกันบ้าง” “เราทำอะไรไม่ได้เลยหรือคะหมอหมู” รัตน์เอ่ยถามอย่างเศร้าใจ

“ได้สิรัตน์ ก็คอยให้ความรู้กันไป พยายามเตือน อย่าเบื่ออย่าหน่าย เดี๋ยวหมอจะถ่ายรูปคนไข้คนนี้ แล้วเอาไว้สอนให้คนอื่นๆ ได้รู้ได้เห็น หน้าที่เราได้แค่ให้ความรู้ แค่เตือน ก็ทำให้ดีที่สุด อย่าไปยุ่งกับพวกที่ทำเลย เราไม่มีอำนาจหน้าที่ ไม่รู้ด้วยว่าเขาเป็นยังไง ดีไม่ดี ไปว่าไปถามเขา เขามาทำอะไรเรา มันไม่คุ้มกัน คนสมัยนี้คาดเดาไม่ได้ ฆ่ากันได้ง่ายๆเลย ส่วนไอ้บริษัทที่ขายของให้พวกนี้ เราก็ช่วยกันแอนตี้ อย่าไปซื้อของจากเขา ช่วยกันบอกต่อกันว่าอย่าไปซื้อของ ซื้อเครื่องมือจากเขา แม้จะถูกก็ตาม ยอมจ่ายแพงกว่านิดหน่อย ดีกว่าไปช่วยสนับสนุนให้เขาทำการค้าต่อไปได้”

“ที่จริงบรรดาหน่วยงานต่างๆ อย่างสภา สมาคม น่าจะลงรายชื่อบริษัทพวกนี้ให้รู้เลยนะคะว่าใครบ้างที่ขายเครื่องมือพวกนี้ พวกเราจะได้ช่วยกัน ไม่สนับสนุน เวลางานประชุมวิชาการก็ไม่ต้องให้มาออกบูท เราต้องช่วยกันหลายๆทางนะคะ จ๋อมสงสารคนไข้จัง บางทีเขาก็ไม่รู้อะไรจริงๆนะคะ พี่หมูอย่าดุเขาเยอะเลยค่ะ น้องเขาก็เจ็บเยอะแล้วน่ะ” หมอจ๋อมหันไปทางคนไข้ทั่นั่งฟังหมอหมูไป ก็น้ำตาไหลไป

“ฟังแล้วก็อย่าลืมไปบอกกับเพื่อนๆด้วย แล้วเดี๋ยวหมอจะขอถ่ายรูปเก็บไว้นะครับ ขอเอาไว้สอนให้คนอื่นได้รู้หน่อย จะได้ไม่เป็นอย่างเราอีก ไม่ต้องกลัวนะครับเพราะหมอจะปิดไม่ให้เห็นหน้าอยู่แล้ว เอ้า เดี๋ยวเสร็จแล้วหมอจะไประบายหนองให้นะครับ อยู่โรงพยาบาลกันหลายวันหน่อยนะ” “หมอคะ ถอดเครื่องมืออกให้ด้วยนะคะ” คนไข้พูดเสียงอู้อี้ อู้อี้ เหมือนคนลิ้นคับปาก “ได้สิ เดี๋ยวจะถอดออกให้ เข็ดแล้วใช่ไหม เอาละ เดี๋ยวขึ้นไปเตรียมตัวบนห้อง อย่าเพิ่งกินอะไรเลยนะครับ อดทนหน่อย” หมอหมูหันกลับมาเขียนชาร์ทคนไข้

“ไปกินกันก่อนก็ได้นะจ๋อม รัตน์ หิวกันหรือเปล่า” “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวขอเข้าไปดูด้วยดีกว่า เห็นแล้วจ๋อมก็อิ่มขึ้นมากะทันหัน สงสารน้องเขาจัง เนอะรัตน์เนอะ” “ได้สิ เดี๋ยวพี่เตรียมขนมปังเข้าไป OR ด้วยดีกว่า เผื่อเวลาพี่เดรนหนองออกมา จ๋อมเห็นแล้วจะหิว จะได้ใช้ขนมปังจิ้มกินแทนนมข้นหวานซะเลย หวานมันอร่อยเลยนะจ๋อม ฮ่า ฮ่า”“แหวะ ไอ้พี่หมูบ้า พูดแล้วจะอ้วก ว่าแต่ว่า จ๋อมขอแบบโฮลวีทนะคะขนมปังน่ะ มีประโยชน์ อิ อิ”