แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ -สารพันทันตภูธร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ -สารพันทันตภูธร แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

เมื่อหมอฟัน ...มีฟัน...แต่เคี้ยวไม่ได้... โดย ชิวเหรียญ

เมื่อหมอฟัน ...มีฟัน...แต่เคี้ยวไม่ได้... โดย ชิวเหรียญ

ช่วงกลางปีที่ผ่านมา หลังจากเรากลับจากการประชุม ก็พบว่าตนเองเริ่มมีอาการเจ็บคอ เจ็บหูเวลากลืนน้ำลาย เอาล่ะสิ...สงสัยจะติดหวัดจากที่ประชุมมาอีกแล้ว ตัวเองยิ่งชอบอัพเดทโรคใหม่ ๆ อยู่ซะด้วย ความที่กลัวจะเป็นหนัก จึงรีบทานยาปฏิชีวนะกันไว้ก่อน ซึ่งเราก็เป็นคนที่มีวินัยในการทานยาพอสมควรนะ กินครบ dose ตลอด คงจะไม่ดื้อยาแน่นอน
อีกวันถัดมา ก็เริ่มมีไข้ ลิ้นแตก เจ็บไปหมดเลย คุณแม่ผู้เป็นหมอกุ๊กกู๋ประจำตัว คิดว่าคงมีอาการร้อนในร่วมด้วย เพราะอากาศช่วงนี้ร้อนมาก ๆ แม่ก็เลยหายาสมุนไพร แก้ร้อนในมาให้กินสารพัด แต่...อาการก็ไม่ดีขึ้น คราวนี้เหงือกอักเสบไปหมดทั้งปาก ใช้ฟันกัดเคี้ยวอะไรไม่ได้เลย ขนาดแปรงฟันยังน้ำตาไหลพราก ๆ ทรมานมาก ส่วนตัวคิดว่า คงเพราะมีประจำเดือนช่วงนี้พอดี อาการร้อนในเลยรุนแรงกว่าปกติ เราจึงพยายามจะให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุของอาการไข้ตัวร้อนให้ แต่วัดปรอทที่รักแร้ทีไร ก็ไม่มีไข้ อุณหภูมิปกติทุกที เฮ้อ ! จะปกติได้อย่างไรกัน ปากพองจะสุกไปหมดแล้ว อยากจะเอาปรอทที่วัดเต่าเมื่อกี้มาอมใต้ลิ้น ให้พยาบาลดู ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย เฮ้อ ๆ ๆ แล้วเราก็เป็นไข้ตัวรุม ๆ อยู่ 5 วัน กับน้ำหนักตัวที่ลดลง (จากที่น้อยอยู่แล้ว) เพราะกินอะไรไม่ได้เลย ปวดไปทั้งปาก แล้วก็พบทางสว่างให้ตัวเอง ว่าต้องเป็นโรคทางช่องปากอะไรซักอย่างแน่ แต่จะให้แพทย์ที่โรงพยาบาลส่งปรึกษาทันตกรรม ทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาลก็ตูนี่หว่า อย่ากระนั้นเลย กระเสือกกระสนเข้าไปหาพี่หมอฟันที่โรงพยาบาลจังหวัดดีกว่า...
และแล้วพี่หมอฟันใจดีก็ชี้ทางสว่างให้ โอ้..ไม่นะ ชั้นเป็น primary herpetic gingivostomatitis หรือเนี่ย (เรียกแบบชาวบ้านก็คือเริมนั่นเอง) เคยเห็นแต่ในเล็คเชอร์ ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ดีใจจนน้ำตาซึมเลยทีเดียว (เสียใจต่างหาก) แล้วพี่หมอก็ให้ยาชาอมกลั้วปาก มาให้ชั้นอมก่อนทานข้าว จะได้ทานได้ง่ายขึ้น ไม่อย่างนั้นคงตัวลีบเหลือแต่หัว เหมือนถั่วงอก ไปกว่านี้
ถึงแม้พี่หมอจะไม่ให้ยาตัวอื่นมาเพิ่ม เพราะโรคนี้สามารถหายได้เองภายใน 14 วันจ้ะ (ทำไมนานอย่างนี้) แต่ชั้นก็รู้สึกดีขึ้นที่ตัวเองรู้ว่าเป็นโรคอะไร จะหายเมื่อไหร่
พอมานั่งนึกถึงคนไข้ที่มาทำฟันกับเรา เค้าก็คงรู้สึกอย่างเดียวกัน เค้าเจ็บ ปวดฟัน ปวดเหงือกมา เค้าก็คงอยากรู้ว่าเค้าเป็นอะไร เป็นซี่ไหน เป็นเยอะมั้ย ทำอย่างไรถึงจะหายเจ็บหายปวด มีวิธีที่ทำให้หายปวดเร็วกว่านี้รึเปล่า บางครั้งเราทำคนไข้เยอะ ๆ ต่อวัน เราก็ลืมนึกถึงเรื่องสำคัญไป ลืมนึกถึงสิ่งที่อยู่นอกช่องปาก ลืมนึกถึงความรู้สึกเจ็บปวดของคนไข้ ลืมนึกถึงว่ามันกระทบกับชีวิตประจำวันของเค้ามากน้อยเพียงใด
แต่เดี๋ยวนี้เรารู้แล้วว่า การเคี้ยวข้าวไม่ได้ แค่วันเดียวมันก็ทรมานมาก หรือคนไข้ที่เค้าปวดจนแปรงฟันไม่ได้ คุณหมอฟันทั้งหลายเห็นก็คงจะบ่นว่า ทำไมไม่แปรงฟันเลยล่ะคะ...
ถ้าพวกพี่ ๆ น้อง ๆ หมอฟัน ได้อ่านเรื่องของเราตอนนี้ เราก็คงหายดีแล้ว กลับมากินข้าวกินขนมได้มีความสุขเหมือนเดิม และก็จะพยายามเข้าใจความรู้สึกของคนไข้ให้มากขึ้น
อย่ารอเรียนรู้จากประสบการณ์จริงเหมือนอย่างผู้เขียนเลยนะคะ...มันทรมานมากเลยค่ะ ขอคอนเฟิร์ม...

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

สารพันทันตภูธร : โครงการ หมอฟัน DDT ( Delight Dental Team) ความสุขกับงานบริการทันตกรรม

คำสำคัญ : บริการทันตกรรม ความสุข

สรุปผลงานโดยย่อ :

ความมุ่งหมายหนึ่งในชีวิตของเราทุกคน คือ การทำงานอย่างมีความสุข คล้ายๆ กับว่า งานเป็นภารกิจหลักๆ ของชีวิต ที่มีน้ำหนักกระทบต่อความรู้สึกของผู้คน ทำให้เขารู้สึกเหนื่อย รู้สึกว่ามีปัญหาต้องคอยสะสาง วิตกกังวลจนถึงขั้นเครียด และเป็นทุกข์ พ้นไปจากอีกด้านหนึ่งของมันที่ให้ทั้งผลตอบแทน ความมั่นคง ความก้าวหน้า เกียรติยศ ความสำเร็จ และความสุข เราอยากทำงานอยากมีความสุข จะทำอย่างไร ต้องเกิดจากทุกๆคนช่วยเหลือกันและมองปัจจัยหลักให้ครอบคลุม

ประเด็นคุณภาพของงานทันตสาธารณสุข โรงพยาบาลโพนทอง คือ ปลอดภัย ถูกต้อง พึงพอใจ จึงได้ทำ CQI ความสุขในการให้บริการทันตกรรมที่มีคุณภาพขึ้น เพื่อให้คนไข้มีความปลอดภัยและพึงพอใจ (ลดอุบัติการณ์หลังทำหัตถการ ไม่มีคนไข้เสียชีวิตจาการทำฟัน ) ,เจ้าหน้าที่ ปลอดภัย มีศักยภาพ ลดความเคลียดในการทำงาน มีระดับความพึงพอใจเพิ่มขึ้น, มีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยเอื้อต่อการทำงาน ส่งผลให้เกิดความสุขในการให้บริการทันตกรรมที่มีคุณภาพ

ชื่อและที่อยู่ขององค์กร : ฝ่ายทันตสาธารณสุข โรงพยาบาลโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด

สมาชิกทีม : - ทพญ.เยาวพา จันทรบุตร (ทันตแพทย์ 8 หัวหน้าฝ่าย)
- ทพญ.หงษ์หยก ผสมทรัพย์ (ทันตแพทย์4 ) - ทภ.พุทธา วิเศษภักดี (จพง.ทันตสาธารณสุข 6)
- ทภ.ศศิธร วรพจน์ (จพง.ทันตสาธารณสุข 6) - ทภ.ธาราพร บวมขุนทศ (จพง.ทันตสาธารณสุข )
- ทภ.จุไรรัตน์ แสนบัว (จพง.ทันตสาธารณสุข) - ทภ.บุษบา ศรีทอง (จพง.ทันตสาธารณสุข)
- คุณอุบลวรรณ ชิณโสม (ผู้ช่วยทันตแพทย์ 6) - คุณเพ็ญโสภา หนองขุ่นสาร (ผู้ช่วยทันตแพทย์)
- คุณลฎาภา วงศ์ใหญ่ (ผู้ช่วยทันตแพทย์) - คุณวีระ สุริโย (คนงาน) - คุณจันทร์นภา ศรีสุทธิ์ (คนงาน)

เป้าหมาย : ผู้ป่วยปลอดภัย เกิดความสุขในการทำงาน พึงพอใจทั้งผู้ให้และผู้รับบริการ

ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ : จากสถานการณ์ในอดีตเราพบว่า มีอุบัติการณ์ในการให้บริการ เช่น คนไข้เป็นลม ,ถอนฟันแล้วเลือดไม่หยุด ,มีข้อร้องเรียน,แนวทางการรักษาไม่ชัดเจน Refer บ่อย,บุคลากรไม่มีความมั่นใจในการทำงาน เจ็บป่วยบ่อย ลาบ่อย ทำให้ส่งผลกระทบในการทำงาน คือบุคลากรไม่เพียงพอ ให้บริการล่าช้าเพราะไม่มีความมั่นใจ ไม่เป็นระบบ ไม่มีแนวทางที่ชัดเจน นัดและเลื่อนนัดบ่อย มีแนวโน้มถูกฟ้องร้องสูง เกิดความเครียดในการทำงาน

การเปลี่ยนแปลง : ปัจจัยด้านผู้ป่วย



- มีการพัฒนาระบบคัดกรองโดยจัดให้ผู้ช่วยทันตแพทย์ทำหน้าที่คัดกรองเบื้องต้น ตามแนวทางการซักประวัติ เพื่อคัดกรองและค้นหาผู้ป่วยที่มีสภาพร่างกาย / จิตใจ ที่เสี่ยงกว่าปกติ (อายุ 18 ปีขึ้นไปวัด BP ทุกราย) ยึดเกณฑ์ การทำหัตถการในผู้ป่วยที่มีโรคทางระบบ ซึ่งรับรองโดย MSOของโรงพยาบาล

- มีแนวทางการให้คำแนะนำเบื้องต้น ให้ทางเลือกในการรักษากับผู้ป่วย ,แนวทางการลดระยะเวลารอคอย จัดลำดับคิว( แยกสี แยกงาน) การรักษาที่เร่งด่วนฉุกเฉิน ,พัฒนาสื่อ และเอกสารแนะนำ เช่น การเตรียมตัวก่อน-หลังทำฟัน ,โรคและทางเลือกในการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด ตัวอย่างยา ASA ใช้ประกอบในการซักประวัติยาเพื่อวางแผนการรักษา

ปัจจัยด้านเจ้าหน้าที่




- มีการกำหนดขอบเขตงาน ทภ./ทพ. ให้ชัดเจน เกณฑ์ในการรายงาน ปรึกษา case consult case ทั้งในโรงพยาบาล นอกโรงพยาบาล ทั้ง จากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ , แพทย์ , โปสเตอร์แนวทางสีสะดุดตา...จะได้ดึงดูดให้จำ ประชุมทุกครั้ง ต้องมีเรื่องเล่า..ขยายผล

- กรณีเกินศักยภาพเจ้าหน้าที่มี ทพ.ผู้ชำนาญกว่า มาดูแลผู้ป่วยให้ เป็น part time

- พัฒนาความรู้ศักยภาพเจ้าหน้าที่ ส่งประชุมอบรมทุกครั้งต้องมาเล่า ขยายผล,สนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น มี Internet text book วารสารวิชาการต่างๆทำแนวทางการรักษาโรคที่สำคัญ, ทบทวนวิชาการใหม่ๆมีการคุย case ที่น่าสนใจในหน่วยงานเป็นประจำ และกำหนดแนวทางการดูแลให้ชัดเจน ดีขึ้น

- มีการซ้อมแผนเพื่อเตรียมรับอุบัติการณ์ (CPR /อัคคีภัย/อุบัติเหตุ/ภาวะฉุกเฉินทาง ทันตกรรม) สม่ำเสมอ



- มีการประเมิน competency ทักษะที่จำเป็น อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เช่น ทักษะ การ CPR การประเมินผู้ป่วย การฉีดยาชา การถอนฟัน ขูดหินปูน

- มีการสุ่มตรวจสอบการดูแลผู้ป่วย และหัตถการที่สำคัญ ทุกระดับ เช่น ทันตาฯ IC ดูการล้างเครื่องมื การล้างมือ ทันตแพทย์ดูผลงานการอุดฟัน การเคลือบร่องฟัน ถอนฟัน ทพ.ที่มีประสบการณ์มากกว่า แนะนำเทคนิคการดูแล หรือ หัตถการที่สำคัญ กับ ทพ.ใหม่ หรือประสบการณ์น้อยกว่า ทพ.ใหม่ คุยเรื่องวิชาการ update ให้รุ่นพี่ฟัง

- กำลังจัดทำตัวชี้วัดรายบุคคล

- การมอบหมายงาน มีผู้รับผิดชอบงานชัดเจน ตามโครงการ/กลุ่มอายุ ตัวชี้วัดมีผู้รับผิดชอบพื้นที่ เป็น แต่ละ PCU เพื่อ บูรณาการร่วมกับทีมสุขภาพระดับตำบล แต่เวลาปฏิบัติ งานทุกอย่างช่วยกันทุกงาน ทพ.ใน รพ.กับใน สอ. วางแผนดำเนินงานร่วมกันเป็นทีมคณะกรรมการสุขภาพช่องปากของอำเภอ เป็นทีมเดียว ไม่ใช่ทีม รพ. ทีม สอ.

- หลักในการทำงานของทีม ต้องดูแลซึ่งกันและกัน ทั้งยามทำงาน เจ็บป่วย ฉุกเฉิน ร่วมทุกข์ร่วมสุข มีสวัสดิการ พาไปดูงาน

- สนับสนุนการส่งผลงาน เข้าร่วมประกวดเพื่อพัฒนางาน

1) มีการติดตาม งานหนักเกินคน ให้ขึ้นทำงานนอกเวลานอกจากคลินิกพิเศษแล้ว มีเวรล้างเครื่องมือ เพราะล้างเครื่องมือไม่ทัน เดือนนี้ รับคนงานเพิ่ม 1 คน
2) ปรับปรุงระบบค่าตอบแทน ถ้าไปทำงานเชิงรุก หรืองานพิเศษ มีค่าตอบแทนให้
3) มีการยกย่องชมเชยกรณี ทำงานได้ดี

ตัวอย่าง file ความสุขและความภาคภูมิใจ ไว้หน้าจอคอม ให้ทุกๆคนมาเขียนเล่าเรื่องราวแห่งความสุขและความภาคภูมิใจ เล่าสู่กันฟัง




ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เครื่องมืออุปกรณ์

- มีการ ทบทวนกระบวนการ Sterile ตรวจสอบ อย่างสม่ำเสมอ
- มีแผนการบำรุงรักษา และการจัดการ
- แผนความต้องการ การกำหนดขั้นต่ำของเครื่องมือ วัสดุ ครุภัณฑ์



แต่ก่อน รวมกันในถาด..เสี่ยงปนเปื้อน ปัจจุบัน...แยกเป็นชุด


ทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ


แต่ก่อน โล่งตลอด อ้าปากทีคนเห็นเป็นร้อย ปัจจุบัน ฉากกั้นห้อง น่าร๊าก

การวัดผลและผลลัพธ์ :

- สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงในการให้บริการ ไม่เกิดอุบัติการณ์ที่รุนแรงที่สามารถป้องกันได้ อุบัติการณ์ที่เกิดซ้ำมีแนวโน้มลดลง ผู้ป่วยเกิดความเชื่อมั่น และมั่นใจในการให้การรักษา มีความสุขและอบอุ่นใจ
- ระดับความพึงพอใจสูงขึ้น ทั้งผู้ให้และผู้รับบริการ บุคลากรเกิดความภาคภูมิใจ กล้าแสดงความคิดเห็น เปิดใจรับฟังผู้อื่นและลดข้อขัดแย้งในการทำงาน เกิดความสุขในการทำงาน



สถานการณ์ อุบัติการณ์หลังทำหัตถการรายไตรมาส ระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการรายไตรมาส

ความพึงพอใจผู้ป่วยนอก ทันตกรรม ปี 51 ราย ไตรมาส เป็น 85.72, 88.23, 89% ตามลำดับ
ติดลำดับที่ 1-2 ของหน่วยงานใน รพ.ทุกครั้งที่มีการสำรวจ ตลอดปี



เสียงสะท้อนจากภายนอกหลายๆทีม


-ครู อปท.ศพด. ปี 51 “ห้องฟันที่ รพ.โพนทอง มีแต่หมอใจดี ”
-คนไข้รอรับบริการด้วยรอยยิ้ม
-ได้รับการดูแลที่บ้าน
-เพิ่มศักยภาพครอบครัวในการดูแลรายที่ต้องการการดูแลเฉพาะที่ซับซ้อนขึ้น

- ความสุขของทีมงาน



หมอตู่ : เลือกโรงพยาบาล ก็เหมือนซื้อลอตตารี่ มาอยู่โพนทอง ผมว่า ผมถูกรางวัลครับ
พี่ไก่ : ไก่รู้สึกว่าเรามาถูกทาง ไก่รักงานสร้างสุขภาพงานส่งเสริมป้องกันเป็นสิ่งที่จะเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหาสุขภาพช่องปากของอำเภอเราได้ งานคลินิกก็มั่นใจตอนไปประชุมโคราช มีเรื่อง CPR อาจารย์เน้นมาก ไก่รู้สึกภูมิใจมาก เป็นเรื่องที่เราซ้อมและคุยกันตลอดจนเป็นปกติไปแล้ว เรื่องวัดความดันก็เหมือนกัน ถ้าไม่วัดนี่สิแปลก ไม่ไล่ไม่ย้ายไปไหนค่ะ

บทเรียนที่ได้รับ :
ทุกคนมีความสุข คือทีมที่ดี ทีมที่ดี คืองานที่มีความสุข เวลาทำงาน เราคิดว่า จำเป็นไหมสำหรับคนไข้...ถ้าเป็นเรา เราต้องการอะไร ถ้าจำเป็น OK. เป็นหน้าที่เรา..หาทางให้เป็นไปให้ได้...ทำอย่างเต็มความสามารถ ช่วยเหลือกันเป็นทีม จะส่งผลให้เรามีความภาคภูมิใจ และมีการสะท้อนกลับที่ดี

นำเสนอผลงานสู่สาธารณะ :
ในงาน Humanized Health Care ของ HACC ที่ รพ.ศรีนครินทร์ ขอนแก่น ปลายปี 51 และ นำเสนอเป็น Poster Presentation ที่งานประชุม HA National Forum ครั้งที่ 10 ณ ศูนย์การประชุม IMPACT เมืองทองธานี
เมื่อวันที่ 10-13 มีค. 52






การติดต่อกับทีมงาน :

ทพญ.เยาวพา จันทรบุตร , ทภ.ศศิธร วรพจน์ , ทภ. ลือจรรยา สมสวย ฝ่ายทันตสาธารณสุข โรงพยาบาลโพนทอง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด โทร 043-571321 ต่อ 118 , 086-2262099 , 085-0131808 OHPGROUP123@yahoo.com


Download slide presentation :
โครงการ หมอฟัน DDT ( Delight Dental Team) ความสุขกับงานบริการทันตกรรม
http://www.uploadtoday.com/download/?252318&A=646593

Download : เรื่องเล่าจากประสบการณ์การร่วมประชุม National forum.doc :
http://www.uploadtoday.com/download/?252319&A=418683


วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551

สารพัน...ทันตภูธร : โครงการนำร่องการบูรณาการส่งเสริมป้องกันสุขภาพ และ ป้องกันโรคในช่องปาก ในหน่วยบริการปฐมภูมิ

โดย ฝ่ายพัฒนากำลังคนด้านทันตสาธารณสุข กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย


โครงการสามัคคีรวมใจต้านภัยช่องปาก ปี 2550



ผู้รับผิดชอบโครงการ :

นางนันท์ธีญา คุณทวี ศูนย์แพทย์ชุมชนท่าวังหิน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

ความเป็นมา :

โครงการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคในช่องปาก ในหน่วยบริการปฐมภูมิ เป็นโครงการที่พัฒนาทันตาภิบาลที่อยู่ในศูนย์สุขภาพชุมชน ให้มีความรู้ความเข้าใจและมีศักยภาพในการทำงานบูรณาการงานทันตสาธารณสุขกับงานบริการพื้นฐานอื่นๆ ทำให้เกิดการทำงานเป็นทีมสุขภาพอย่างแท้จริง และจากการสำรวจสภาวะช่องปากเด็กนักเรียน โรงเรียนเทศบาล 3 สามัคคีวิทยาคาร พบว่าเด็กอนุบาลมีฟันผุสูงถึงร้อยละ 38.8 ฟันถาวรผุร้อยละ 29.47 ปัญหาสภาวะช่องปากที่ต้องรักษาเร่งด่วนสูงถึง ร้อยละ 55.29


โรงเรียนเทศบาล 3 สามัคคีวิทยาคาร ร่วมกับศูนย์แพทย์ชุมชนท่าวังหิน เห็นควรแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยมีแนวคิดการบูรณาการไปที่ ครูประจำชั้นและเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา เพื่อดูแลน้องและดำเนินกิจกรรมทันตสุขภาพในโรงเรียน ซึ่งมีครูประจำชั้นเป็นพี่เลี้ยง โครงการสามัคคีรวมใจต้านภัยช่องปาก ปี 2550 ภายใต้แนวคิดโครงการการบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากในหน่วยบริการปฐมภูมิ

วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อให้ครูประจำชั้นมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องทันตสุขภาพ สามารถตรวจแนะนำและส่งต่อนักเรียนที่มีปัญหาทันตสุขภาพ รวมถึงสนับสนุนและเป็นพี่เลี้ยงในการจัดกิจกรรมทันตสุขภาพในโรงเรียนได้
2. เพื่อสร้างผู้นำด้านทันตสุขภาพในโรงเรียน ให้สามารถดำเนินกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพแก่เพื่อนๆและน้องๆให้มีพฤติกรรมทันตสุขภาพที่ถูกต้องได้

เครือข่ายที่ร่วมมือ :

• ทีมสนับสนุน - ทีมอนามัยโรงเรียน ศูนย์แพทย์ชุมชนท่าวังหิน - กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์- งานทันตกรรม เทศบาลนครอุบลราชธานี- กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาล๕๐พรรษา มหาวชิราลงกรณ์- ทันตบุคลากร PCU ในเขตโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์

• ทีมชุมชน แกนนำชุมชน อาสาสมัครผู้ปกครองเด็ก




กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ :
ในการอบรมนักเรียนผู้นำทันตสุขภาพจากเด็กนักเรียนมัธยมทุกคน ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลช่องปาก การส่งเสริมทันตสุขภาพ ฝึกปฏิบัติการแปรงฟันถูกวิธี การตรวจฟันตนเอง ตรวจฟันน้อง และแบ่งกลุ่มค้นหาปัญหาและสาเหตุของการเกิดโรคในช่องปาก แล้วออกแบบแนวทางการแก้ไขปัญหาและนำเสนอผลต่อที่ประชุม สำหรับการอบรมครู ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับทันตสุขภาพ การดูแล และตรวจฟันเด็กให้สามารถตรวจฟันและส่งต่อเด็กที่มีปัญหารับการรักษาได้ รวมถึงการเป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนในเด็กได้ดำเนินกิจกรรมตามที่คิดได้

ผลการดำเนินงาน :
เด็กผู้นำทันตสุขภาพมีความรู้ความเข้าใจ นำความรู้ไปปฏิบัติ เป็นตัวอย่างแก่น้อง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดื่มน้ำอัดลมและอาหารหวานลดลง สามารถแปรงฟันได้ถูกวิธี มีกิจกรรมการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันในโรงเรียน มีการสอนน้องแปรงฟัน ย้อมสีและตรวจฟันน้องทุกสัปดาห์ มีการให้ทันตสุขศึกษา หน้าเสาธงทุกวัน และจัดรายการเสียงตามสายความรู้สู่สุขภาพดี ช่วงพักอาหารกลางวันทุกวัน มีการสอนทันตสุขศึกษาในห้องเรียนเดือนละ 1 ครั้ง จัดบอร์ดหน้าห้องเรียน เดินรณรงค์เผยแพร่ความรู้ในงานกีฬาสีของโรงเรียน โดยผู้นำทันตสุขภาพเป็นผู้คิดและจัดทำแผ่นป้ายเอง มีการสำรวจร้านค้า ร้านขนมในโรงเรียน แล้วนำเสนอผู้บริหาร กิจกรรมการแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน มีการออมเงินเพื่อใช้ในการแปรงฟันเดือนละ 2 บาท ทุกเดือน ทำให้มีอุปกรณ์การแปรงฟันใช้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับครูประจำชั้น หลังการอบรมครูสามารถตรวจฟันตามแบบ ทส.001 ได้ถูกต้องมากขึ้นแล้วรวบรวมผลส่งครูอนามัย สรุปปัญหาระดับโรงเรียน แล้วแจ้งผู้ปกครองและส่งต่อเด็กให้ไปรับการรักษาต่อไป และเป็นพี่เลี้ยงผู้นำทันตสุขภาพ ในการจัดกิจกรรมทางทันตสุขภาพในโรงเรียน

สิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังการดำเนินโครงการ ปัจจุบันร้านค้าในโรงเรียนไม่มีขนมกรุบกรอบขาย ไม่มีร้านค้ารถเข็นขายขนมในโรงเรียนอีก มีการดำเนินกิจกรรมทันตสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ผู้นำทันตสุขภาพสามารถดูแลฟันน้องๆรุ่นต่อไปได้ เด็กที่มีปัญหาได้รับการแก้ไข โรงเรียนกำลังปรับปรุงสภาพแวดล้อมและสถานที่แปรงฟันให้ใหม่




ผลสำเร็จ :
นักเรียนมีสุขภาพช่องปากดีขึ้น ระดับชั้นอนุบาลมีฟันผุลดลงเหลือร้อยละ 38.8 (จากเดิมร้อยละ 82) ชั้น ป.1-6 ฟันแท้ผุร้อยละ 17.46 (จากเดิมร้อยละ 29.47) ปัญหาที่ต้องรักษาเร่งด่วนร้อยละ18.09 (จากเดิมร้อยละ 55.29) เด็กมีฟันสะอาดขึ้น ไม่มีการติดสีร้อยละ 79 แปรงฟันถูกวิธีร้อยละ 75 ( จากผลการทดสอบ เดือนธันวาคม 2550 ) เด็กบริโภคอาหารหวานลดลง (จากการสัมภาษณ์แม่ค้าน้ำอัดลมรายได้ลดลง) และปริมาณการใช้น้ำตาลของแม่ค้าก๋วยจั๊บลดลง (จากการสัมภาษณ์แม่ค้าขายก๋วยจั๊บ) การขยายผลโครงการ ปี2551 ได้จัดทำโครงการฟันสวยด้วยมือแม่ โดย อาสาสมัคร (อสม.)และแกนนำชุมชน เป็นการดูแลฟันลูกที่บ้าน 10 ครัวเรือน เป็นกรณีศึกษาและจะขยายผลไปโรงเรียนในเขตรับผิดชอบอีกด้วย

ปัจจัยที่กำหนดความสำเร็จ :
1. ผู้รับผิดชอบและทีมงาน ต้องมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานร่วมกัน มีความตั้งใจ มุ่งมั่น และเสียสละ
2. ผู้บริหารเห็นความสำคัญและสนับสนุนงานเชิงรุก
3.เด็กนักเรียนและครูรับทราบปัญหาและมีโอกาสดำเนินการแก้ไขปัญหาเองโดยทีมสุขภาพเป็นที่ปรึกษา
4. องค์กรเครือข่าย-ผู้บริหารโรงเรียน คณะครูมีส่วนร่วมสนับสนุนและเป็นพี่เลี้ยง
-ผู้ปกครองเด็กรับทราบปัญหาและหาแนวทางแก้ไขเกิดพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากลูกที่บ้านและสนับสนุนอุปกรณ์การแปรงฟันของลูก
-อาสาสมัคร (อสม.) และแกนนำชุมชนร่วมคิดร่วมวางแผนและติดตามเยี่ยมบ้าน
-องค์กรที่เกี่ยวข้องสนับสนุนวิทยากรและวัสดุ

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

โครงการนำร่องการบูรณาการส่งเสริมป้องกันสุขภาพ และ ป้องกันโรคใน ช่องปากในหน่วยบริการปฐมภูมิ


โดย ฝ่ายพัฒนากำลังคนด้านทันตสาธารณสุข กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย


โครงการ ผู้ใหญ่ร่วมใจเด็กไทยแข็งแรง

ผู้รับผิดชอบ : นางณิชมล ธรรมใน ศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลสมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก

ความเป็นมา : จากผลการสำรวจสภาวะสุขภาพเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในปี 2549 พบภาวะโภชนาการเกินเกณฑ์ร้อยละ 15 ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะในปัจจุบันนี้พบว่า เด็กในวัยนี้มีปัญหาโรคอ้วนหรือภาวะโภชนาการเกินสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ต้องให้ความสำคัญกับการทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพ และใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ จึงทำให้ดูแลเด็กในวัยก่อนเรียนจึงเป็นบทบาทของผู้ดูแลเด็กเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้เกิดปัญหาในการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกส่วน ไม่มีประโยชน์ มีผลเสียต่อทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพช่องปาก อาหารส่วนใหญ่ที่เด็กได้รับเป็นอาหารที่แปรรูป ปรุงสำเร็จ ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและถูกส่วน โดยเฉพาะ อาหารว่างมักเป็นขนมขบเคี้ยวที่มีแป้งและน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก

นอกจากนี้นมซึ่งเราคิดว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์สำหรับเด็ก ก็ยังเกิดโทษได้อีก ด้วยเนื่องจากมีการปรุงแต่งรสโดยผสมความหวาน และรสชาติต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในศูนย์เด็กเล็กมักพบว่ายังมีการให้นมก่อนนอนอีกด้วย จากการสำรวจในศูนย์ฯนี้เรายังพบอีกว่า ผู้ปกครองมักให้เด็กนำขวดนมมาดูดก่อนนอน และนมส่วนใหญ่ก็ยังเป็นนมรสหวาน หรือนมเปรี้ยว และยังมีขนมขบเคี้ยวให้เด็กนำมาเป็นอาหารว่างก่อนกลับบ้าน และนอกจากนี้การจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันยังไม่ได้ดำเนินการสม่ำเสมอ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องสถานที่และเรื่องน้ำสำหรับแปรงฟัน

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ภาวะโภชนาการและปัญหาฟันผุเพิ่มขึ้นด้วยในเวลาเดียวกัน ดังนั้นทางศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลสมอแข จึงเห็นว่า ควรจะมีการนำปัญหาเหล่านี้มาแก้ไขโดยจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้ง ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และชุมชน เพื่อให้เด็กในศูนย์เด็กเล็กตำบลสมอแขที่สภาวะโภชนาการที่ปกติและ งดการบริโภคนมหวานในศูนย์เด็กเล็ก

วัตถุประสงค์ :
- เพื่อให้ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก และองค์กรท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการ แก้ไขปัญหาสุขภาพของเด็กในศูนย์ พัฒนาเด็กเล็กตำบลสมอแข
- เพื่อให้เด็กมีภาวะโภชนาการปกติ
- เพื่อให้ งดการดื่มนมหวานและนมปรุงแต่งรส


แนวทางดำเนินการ :

ขั้นเตรียมการ
- ทีมสุขภาพมีการแลกเปลี่ยนสภาพปัญหาที่ค้นพบ และกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ซึ่งประกอบด้วย หัวหน้าศูนย์สุขภาพชุมชน เจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานส่งเสริมสุขภาพ ทันตาภิบาล นักวิชาการสาธารณสุข และนักวิชาการสุขาภิบาล จาก อบต.
- จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดในการดำเนินการ

เครือข่ายที่รับผิดชอบดำเนินการ :
- ในกลุ่มผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก
- ในกลุ่มเครือข่ายสุขภาพประกอบด้วยคณะกรรมการพัฒนาสุขภาพชุมชน และทีมสุขภาพ
- ทีมสุขภาพวิเคราะห์แนวทางการแก้ไขปัญหาและสรุปเพื่อเตรียมดำเนินการ
- กำหนดหน้าที่ในการดำเนินงาน

ขั้นตอนดำเนินงาน :
กิจกรรมสำหรับผู้ดูแลเด็ก
- จัดเขตปลอดนมหวาน นมปรุงแต่งรสและขนมหวานในศูนย์เด็กเล็กฯ
- จัดเมนูอาหารขึ้นแสดงหน้าศูนย์เด็กเล็กฯ ทุกวัน
- ตรวจความสะอาดร่างกายและช่องปากทุกวันหลังอาบน้ำ
- จัดทำข้อตกลงร่วมแจกให้ผู้ปกครองรับทราบและเก็บรวบรวมไว้ที่ศูนย์ฯ
- ส่งเด็กพบทีมสุขภาพทันทีเมื่อพบปัญหา
- ออกเยี่ยมบ้านเพื่อให้คำแนะนำและติดตามผล ร่วมกับทีมสุขภาพ


กิจกรรมสำหรับผู้ปกครอง
- จัดอบรมผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กในเรื่อง
# โภชนาการ
# การจัดรายการอาหารที่เหมาะสม
# การเด็กดูแลสุขภาพและผู้ปกครอง
- จัดประกวดการจัดเมนูอาหารและสาธิตการจัดทำอาหาร
- คัดเลือก “แม่ลูกสุขภาพดี” ประจำปี และมอบเกียรติบัตร
- จัดทำบัตรสะสมคะแนนสำหรับเด็กที่ไม่บริโภคนมหวาน มีการรวบรวมคะแนนโดยผู้ดูแลเด็ก และมีการมอบรางวัลทุกเดือน
- จัดประกวดคำขวัญ “เด็กไทยยุคใหม่ ไม่กินนมหวาน” โดยให้ผู้ปกครองส่งคนละ 1 คำขวัญ

กิจกรรมของเครือข่ายสุขภาพ :
- ทุกวันพระจะมีการให้ความรู้เรื่องสุขภาพที่วัดศรีวนาราม
- ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ ผ่านเสียงตามสาย จากหอกระจายข่าวโดยผู้นำหมู่บ้าน
- อสม. ออกเยี่ยมบ้านร่วมกับทีมสุขภาพ
- ดำเนินการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับทีมสุขภาพ
- กิจกรรมของทีมสุขภาพ
- ตรวจสุขภาพเด็กทุกคนก่อนและหลังเสร็จสิ้นโครงการ
- วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและนำเสนอปัญหาก่อนและหลังเสร็จสิ้นโครงการ
- ดำเนินการอบรมให้ความรู้ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก
- ดำเนินการจัดกิจกรรมร่วมกับเครือข่ายสุขภาพ,ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก
- เยี่ยมบ้านเด็กในศูนย์เพื่อติดตามผลร่วมกับ ผู้ดูแลเด็ก และอสม.


กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ :

@ กิจกรรมสำหรับผู้ดูแลเด็ก
- ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสามารถจัดเป็นเขตปลอดนมหวาน นมปรุงแต่งรส และขนมหวาน ได้ 100 % โดยการจัดทำบัตรสะสมคะแนนสำหรับเด็กที่ไม่นำนมหวาน นมปรุงแต่ง และขนมหวานมาที่ศูนย์ มีการสะสมคะแนนสำหรับคนที่ได้คะแนนสูงสุดมีรางวัลมอบให้ ซึ่งผลปรากฏว่าในเดือนแรกของการเริ่มโครงการมีเด็กที่ได้คะแนนสูงสุดเท่ากันถึง 20 คน ทำให้ในเดือนต่อ ๆ มา เด็กให้ความร่วมมือมากขึ้นเพราะต้องการของรางวัลจึงทำให้ได้คะแนนเท่ากันหมดทุกคน จึงทำให้ตลอดระยะเวลาที่เริ่มทำโครงการจนถึงปัจจุบันนี้ศูนย์ฯ จึงสามารถจัดเป็นเขตปลอดนมหวาน นมปรุงแต่งรส และขนมหวาน ได้ 100 %

- มีการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันทุกวัน จากเดิมจะไม่มีการแปรงฟันเนื่องจากสถานที่ไม่เพียงพอ แต่ในปัจจุบันมีการจัดสถานที่ให้เด็กได้ยืนแปรงฟันก่อนอาบน้ำในตอนกลางวัน ถึงแม้จะยังไม่มีอ่างน้ำสำหรับแปรงฟันและล้างมือก็ตาม เนื่องจาก กำลังจะก่อสร้างศูนย์เด็กเล็กใหม่

- การตรวจความสะอาดหลังอาบน้ำและแปรงฟันทุกวันทำให้ ตรวจพบว่าเด็กคนไหนมีปัญหาช่องปาก หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆเช่น เป็นหวัด เป็นเหา ก็ได้ส่งมาพบเจ้าหน้าที่ทันที ไม่ต้องรอให้ผู้ปกครองพามา

@ กิจกรรมสำหรับผู้ปกครอง
- จากการจัดทำประชาคมในขั้นตอนแรกของการดำเนินโครงการ ทำให้เกิดการจัดตั้งชมรมผู้ปกครองขึ้น ทำให้ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองในการดำเนินกิจกรรมทุกอย่างสำเร็จไปด้วยดี โดยในวันจัดกิจกรรมต่างๆ ทางชมรมผู้ปกครองจะดำเนินการจัดทำหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองทุกคนทราบและให้ความช่วยเหลือในการจัดกิจกรรมทุกขั้นตอน

- ผู้ปกครองให้ความใส่ใจดูแลบุตรหลานมากขึ้นโดยดูจากความร่วมมือในการจัดอาหารว่างให้กับเด็กนำมาโรงเรียน และจัดหาอุปกรณ์ในการแปรงฟันและการทำความสะอาดร่างกายให้กับเด็ก ซึ่งเมื่อก่อนจะเป็นทางศูนย์จัดหาให้อย่างเดียว

- ผู้ปกครองให้ความร่วมมือไม่นำบุตรหลานที่ป่วยมาศูนย์ ทำให้ไม่เป็นภาระแก่ครูผู้ดูแล และไม่แพร่กระจายเชื้อโรค ทำให้ปัญหาโรคติดต่อทางเดินหายใจลดลง


รู้ว่าสำเร็จได้อย่างไร :จากการทำประชาคมทำให้เรารู้ความต้องการจริงๆ ว่าปัญหาสุขภาพที่เกิดในเด็กเกิดเพราะอะไร และผู้ปกครองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องการอะไรในการแก้ไขปัญหา

- การจัดตั้งชมรมผู้ปกครองขึ้นทำให้ผู้ปกครองมีบทบาทมากขึ้นในการดำเนินโครงการ ทำให้การทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และสามารถทำให้โครงการยั่งยืนได้ต่อไป
- ในการดำเนินโครงการต่าง ๆ บางครั้งไม่จำเป็นต้องรองบประมาณ เพราะเราสามารถเอากิจกรรมที่เราจะทำสอดแรกเข้าไปในกิกรรมของงานอื่น ๆ ได้

ปัจจัยกำหนดความสำเร็จ : การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดเพราะหากไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองแล้วกิจกรรม ต่าง ๆ ก็ไม่สามารถลุล่วงได้ เพราะกิจกรรมส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับผู้ปกครอง


วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สารพัน...ทันตภูธร : โครงการนำร่องการบูรณาการส่งเสริมป้องกันสุขภาพ และ ป้องกันโรคในช่องปากในหน่วยบริการปฐมภูมิ


โดย ฝ่ายพัฒนากำลังคนด้านทันตสาธารณสุข กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย



ปัญหาโรคในช่องปากสามารถควบคุมได้โดยใช้เทคโนโลยีการส่งเสริมป้องกัน ซึ่งต้องใช้มาตรการส่งเสริมป้องกันสุขภาพช่องปากที่เหมาะสมในแต่ละกลุ่มวัย ศูนย์สุขภาพชุมชนภายใต้เงื่อนไขโครงการการประกันสุขภาพถ้วนหน้า ต้องสามารถให้บริการสุขภาพช่องปากตามเกณฑ์มาตรฐานกำหนด คือ
1) ส่งเสริมสุขภาพช่องปากในกลุ่มเป้าหมายหลักที่สำคัญ
2) การบริการทันตสาธารณสุขเชิงรุก
และ 3) จัดบริการทันตกรรมระดับปฐมภูมิตามชุดสิทธิประโยชน์ที่กำหนด



ดังนั้น คณะทำงานจัดทำมาตรฐานการให้บริการสุขภาพช่องปาก สำนักพัฒนาระบบบริการสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานการจัดบริการส่งเสริมทันตสุขภาพและทันตกรรมป้องกันในกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ในศูนย์สุขภาพชุมชน (PCU) ดังนี้

- จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้หญิงมีครรภ์ดูแลทันตสุขภาพ โดยได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและได้การฝึกทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเอง

- จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มอายุ 0-2 ปี ได้แก่ จัดกิจกรรมการตรวจสุขภาพช่องปากเด็กอายุ 4,6,9 เดือน 1 ปี 6 เดือน และ 2 ปี 6 เดือน รวมทั้งบันทึกลงในสมุดสีชมพู ให้ความรู้ในการดูแลเด็กเกี่ยวกับการเช็ดทำความสะอาดช่องปาก และการให้โภชนาการที่ถูกต้องสำหรับเด็กตามวัย จัดกิจกรรมให้ความรู้ในการดูแลทันตสุขภาพสำหรับเด็ก 0-2 ปี ในมุมพัฒนาการเด็ก

- จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มอายุ 3-5 ปี ได้แก่การจัดกิจกรรมให้ความรู้การดูแลทันตสุขภาพ แก่ผู้แลเด็ก ในศูนย์เด็กเล็ก ชั้นอนุบาล หรือกลุ่มแม่บ้าน หรือผู้ปกครองเด็ก

- จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มอายุ 6-14 ปี ได้แก่ การกระตุ้น ติดตาม สนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวังทันตสุขภาพในโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพประถมศึกษา จัดบริการเคลือบหลุ่มร่องฟันกรามแท้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่อยู่เขตรับผิดชอบ การให้ความรู้ในการดูแลทันตสุขภาพ และจัดกิจกรรมฝึกทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากร่วมไปรับกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพอื่นๆ

- กลุ่มผู้สูงอายุ ได้แก่ การส่งเสริมให้มีการตรวจสุขภาพช่องปากประจำปีร่วมกับการตรวจสุขภาพทั่วไป การสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพในชมรม องค์กรต่างๆการให้บริการส่งเสริมป้องกันสุขภาพช่องปากในหน่วยบริการปฐมภูมิ


ปัจจุบันพบว่าทันตแพทย์มีการหมุนเวียนไปให้บริการในหน่วยบริการปฐมภูมิน้อย เนื่องจากภาระงาน การให้บริการทันตกรรมส่วนใหญ่ของทันตแพทย์อยู่ในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน ดังนั้นทันตาภิบาลที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการปฐมภูมิ จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมป้องกันสุขภาพช่องปากในหน่วยบริการปฐมภูมิ และขณะเดียวกันทันตาภิบาลซึ่งเป็นหนึ่งในทีมสุขภาพของหน่วยบริการปฐมภูมิ ต้องเข้าใจทิศทางและเป้าหมายของการทำงานการสร้างเสริมสุขภาพในหน่วยบริการระดับปฐมภูมิ โดยทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ ในลักษณะการทำงานที่บูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพช่องปาก เข้ากับบริการพื้นฐานของหน่วยบริการปฐมภูมิ เพื่อพัฒนาทันตาภิบาลในศูนย์สุขภาพชุมชนให้มีความเข้าใจและมีศักยภาพในการทำงานบูรณาการ ในการทำงานในลักษณะการบูรณาการงานทันตสาธารณสุขกับงานบริการพื้นฐานอื่นๆ เป็นการลดช่องว่างของการทำงานที่แยกงาน แยกฝ่าย ให้เกิดภาพของการทำงานแบบเป็นทีมสุขภาพอย่างแท้จริง

กองทันตสาธารณสุขจึงได้จัดทำการพัฒนาโครงการนำร่องการบูรณาการส่งเสริมป้องกันสุขภาพช่องปากในหน่วยบริการปฐมภูมิขึ้น โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการโครงการนำร่องการบูรณาการส่งเสริมป้องกันสุขภาพ และป้องกันโรคในช่องปากในหน่วยบริการปฐมภูมิ และแจ้งเวียนโครงการนำร่องการบูรณาการส่งเสริมป้องกันสุขภาพ และป้องกันโรคในช่องปากในหน่วยบริการปฐมภูมิ ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่งทราบและขอการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการโครงการ

มีจังหวัดที่ขอการสนับสนุนงบประมาณ 33 จังหวัด รวมจำนวนโครงการที่ขอการสนับสนุน 108 โครงการ กองทันตสาธารณสุขได้ดำเนินการคัดเลือกตัวอย่างการสรุปบทเรียนการดำเนินการโครงการนำร่องฯ 13 โครงการ เพื่อให้หน่วยอื่นใช้เป็นแนวทางในการคิดพัฒนาต่อยอดและประยุกต์ในการดำเนินการชุมชนในพื้นที่ต่อไป

โดยโครงการนำร่องฯ ทั้ง 13 โครงการจะนำเสนอในวารสารทันตภูธร เพื่อประโยชน์แก่ทันตสาธาณสุขต่อไป



โครงการ ส่งเสริมสุขภาพช่องปากศูนย์เด็กเล็กโรงเรียนวัดสำโรงชัยแบบบูรณาการ
ผู้รับผิดชอบ
นายเทพนิมิตร พิมทะวงศ์ เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข 5 งานทันตสาธารณสุข สถานีอนามัยบ้านวังคาง (ศูนย์สุขภาพชุมชน) ต.ไพศาลี อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ 60220


ความเป็นมาปัญหา

โรคฟันผุในฟันน้ำนมของกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในชนบท ซึ่งมีผู้เฒ่าผู้แก่เป็นผู้เลี้ยงดูตั้งแต่เด็กอ่อน แม้ว่าเด็กกลุ่มดังกล่าวตามเกณฑ์พัฒนาการจะสามารถ พูดคุยรู้เรื่องสามารถแสดงความรู้สึกตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ได้แล้ว(สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก กระทรวงสาธารณสุข ปี 2545) แต่ผู้ปกครองยังคงต้องดูแลอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด และจากสภาพปัจจัยด้านบริโภคนิยมของสังคม ทำให้มีอิทธิพลต่อความรุนแรงของโรคฟันผุที่เพิ่มมากขึ้น

และแนวโน้มของโรคฟันผุในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ยังเป็นปัญหาทันตสาธารณสุขที่สำคัญในอนาคตจากผลสำรวจช่องปากศูนย์เด็กเล็กวัดสำโรงชัย ปี 2549 จากเด็กทั้งหมด 30 คน พบฟันผุ 19 คน คิดเป็นร้อยละ 63.33 พบเด็กน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ 3 คน คิดเป็นร้อยละ 10.00 และน้ำหนักมากเกินเกณฑ์ 1 คน คิดเป็นร้อยละ 3.33 และจำนวนห้องน้ำมีเพียง 1 ห้อง ไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ ผู้ดูแลเด็กมีเพียง 1 คน และมีเด็กพัฒนาการช้า 2 คน(ปัญญาอ่อน) และศูนย์เด็กเล็กตั้งอยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนประถมศึกษา

จากปัญหาด้านทันตสุขภาพและภาวะโภชนาการของเด็กที่พบ เมื่อได้สังเกต พูดคุยและสอบถามวิธีการเลี้ยงเลี้ยงเด็กของผู้ปกครองพบว่า เด็กส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการดื่มนมจากขวด ติดนมขวด บางคนนำนมขวดมาดื่มที่โรงเรียนรวมทั้งมีขนมกรุบกรอบมาด้วย รวมทั้งการแปรงฟันของเด็กผู้ปกครองส่วนใหญ่มักให้เด็กแปรงฟันเอง รวมทั้งขาดการตรวจสอบความสะอาดหลังการแปรงฟัน และเด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบรับประทานอาหารที่มีผักเป็นส่วนประกอบ


จากสภาพปัญหาและสิ่งแวดล้อมดังกล่าวจึงเห็นสมควรที่จะมีโครงการด้านส่งเสริมสุขภาพเข้าไปดำเนินการในศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้ เพื่อร่วมพัฒนาการในด้านร่างกาย จิตใจ สุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม โดยเป็นการเปิดประตูศูนย์เด็กเล็กที่อยู่ห่างไกลสู่สังคมภายนอก ให้ร่วมรับรู้ปัญหา ตระหนักเห็นความสำคัญของเด็กและร่วมแก้ไขปัญหาไปพร้อมกัน โดยเน้นให้คนในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินงานเพื่อลูกหลานของชุมชนเอง



วัตถุประสงค์โครงการ

1. เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของเด็กให้เหมาะสมต่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดี

2. เพื่อให้ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็กสามารถดูแลสุขภาพของเด็กได้อย่างเหมาะสม

3. เพื่อให้ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก ผู้ประกอบอาหาร สามารถจัดเมนูอาหารที่เหมาะสมต่อพัฒนาการเด็กได้

4. เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพเด็กในศูนย์เด็กเล็กแนวทางดำเนินการ

5. ประสานงานพื้นที่ จัดเวทีเสวนา ปัญหาเด็กของศูนย์เด็กเล็ก

-ชี้แจงรูปแบบการดำเนินงานโครงการในชุมชน

-จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงานจากทุกภาคส่วน

-สำรวจข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพเพิ่มเติม ในเรื่อง อาหารที่เด็ก รับประทาน การดื่มนม การแปรงฟัน ผู้เลี้ยงดูเด็ก

-จัดกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหา ตามวัตถุประสงค์โครงการ กิจกรรมจัดทำอาหารเพื่อสุขภาพ พ่อแม่ดูแลเด็กโดยการรวมกลุ่มกันของผู้ปกครองทำกิจกรรม เพื่อเด็ก ดังนี้


5.1 อาหารคาว(กับข้าว) เพื่อสุขภาพ เช่น เทคนิกการทำให้เด็กกินผัก การฝึกทานอาหาร

5.2 อาหารหวานเพื่อสุขภาพ (การดื่มนมจากแก้ว การทำความสะอาดหลังทานอาหาร)

5.3 ผลไม้เพื่อสุขภาพ (ปรับพฤติกรรมบริโภคอาหารหวาน)

5.4 จากพฤติกรรมสุขภาพถึงช่องปาก(ฝึกให้ผู้ปกครองแปรงฟันให้เด็ก ตรวจความสะอาด )

-กิจกรรมเสริม ระดมความคิดของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็กและศูนย์เด็กเล็ก จัดทำโครงแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบจากองค์กรต่าง ๆ เช่น ปรับปรุงห้องน้ำ เพิ่มผู้ดูแลเด็ก

- กิจกรรมพี่เล่านิทานให้น้องฟัง ปลูกฝังรักการอ่าน เนื่องจากตั้งอยู่ในโรงเรียน ให้ผู้นำนักเรียนด้านส่งเสริมสุขภาพตั้งแต่ ป.5-ม.3 หมุนเวียนเล่านิทานให้น้องฟัง
เครือข่ายที่ร่วมดำเนินการ

ทีมชุมชน จำนวน 124 คน ประกอบด้วย

-ผู้ปกครองเด็กและเด็กก่อนวัยเรียนในศูนย์เด็กเล็กทุกคน จำนวน 84 คน

-ครูพี่เลี้ยงเด็ก 2 คน และจากศูนย์เด็กเล็กอื่น ๆ อีก 5 ศูนย์ 5 คน รวมเป็น 7 คน

-อบต.สำโรงชัย ประกอบด้วย นายก 1 คน สมาชิก จาก 4 หมู่บ้าน 8 คน รวม 9 คน

-นักวิชาการการศึกษา(ผู้ประสานงานโครงการระดับตำบล) 1 คน รวมเป็น 10 คน

-ผู้นำชุมชน 4 หมู่บ้าน รวมเป็น 4 คน

-โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนวัดสำโรงชัย ประกอบด้วย ผอ. 1 คน ครู 3 คน ครูชั้นอนุบาลโรงเรียนเอกชน 2 โรงเรียน 2 คน รวมเป็น 6 คน

-ผู้ประกอบอาหารเด็ก 1 คน ร้านค้าจำหน่ายอาหารในโรงเรียน 2 คน รวมเป็น 3 คน

- ตัวแทนผู้ปกครองเด็ก(อดีตครูพี่เลียงเด็ก) 1 คน


ทีมสุขภาพ จำนวน 10 คน ประกอบด้วย

- ตัวแทนจากฝ่ายทันตสาธารณสุขโรงพยาบาลไพศาลี 1 คน

- สถานีอนามัยในเครือข่าย PCU บ้านวังคาง 1 แห่ง ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมโครงการ 1 คน

- ตัวแทนสำนักงานสาธารณสุขอำเภอไพศาลี 1 คน(ผู้รับผิดชอบงานศูนย์เด็กเล็ก)

- สถานีอนามัยบ้านวังคาง จนท.บริหารงานสาธารณสุข (หน.สอ.)

- นักวิชาการสาธารณสุข 1 คน พยาบาลวิชาชีพ 1 คน ผู้ช่วย+ลูกจ้าง 3 คน

- จพ.ทันตสาธารณสุข 1คน

รวมทั้งสิ้น 134 คน



กิจกรรมที่ประสบผลสำเร็จ

ในภาพรวมโครงการ ผู้ปกครองมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากและ สุขภาพร่างกายของเด็กได้ดีขึ้น(วิเคราะห์จากแบบสัมภาษณ์ผู้ปกครองก่อน-หลังอบรม) เช่น

- ผู้ปกครองช่วยเด็กแปรงฟันเพิ่มมากขึ้น จากก่อนการอบรมเคยช่วยแปรง บางครั้ง 8 คน(ร้อยละ 25) เป็น 24 คน(ร้อยละ 61.54) ก่อนการอบรมช่วยแปรงเป็นประจำ 0 คน เป็น 4 คน(ร้อยละ 10.25) หลังการอบรม

- ผู้ปกครองเคยตรวจความสะอาดหลังแปรงฟัน ก่อนอบรม 13 คน หลังอบรม 30 คน และตรวจเป็นประจำจาก 1 คนก่อนการอบรม เป็น 4 คนภายหลังการอบรม

- ผู้ปกครองประหยัดเงินค่าขนมของเด็ก

- ผู้ปกครองมีความรู้ในเรื่องการดูแลสุขภาพเด็กเพิ่มมากขึ้นเช่น ด้านโภชนาการ การส่งเสริม ป้องกัน รักษา โรคในช่องปาก อาหารที่มีประโยชน์ต่อเด็ก ฟลูออไรด์


- เด็กมีพฤติกรรมการดูแลช่องปากที่ดีขึ้น

- แปรงฟันหลังอาหารกลางวัน ทุกคน ทุกวัน มีอุปกรณ์การแปรงฟันครบ และมีสำรอง อีก 1 ชุด

- เด็กลดการดื่มนมขวดลง จาก 21 คน เหลือ 12 คน

- ลดการหลับพร้อมขวดนมค้างในปากจาก 23 คน เหลือ 8 คน

- เด็กได้รับการดูแลเรื่องการบ้วนปากหลังกินขนมเพิ่มขึ้น
- ชุมชนร่วมรับรู้ปัญหาทุกๆ ด้านของศูนย์เด็กเล็ก และหาทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบโดยชุมชนมีส่วนร่วม

-แลกเปลี่ยนแนวทางแก้ปัญหาระหว่างผู้นำชุมชน, ผู้ปกครองเด็ก,ครูพี่เลี้ยงเด็ก

-เกิดนโยบายและข้อตกลงการดูแลสุขภาพของเด็ก ที่บ้านและศูนย์เด็กเล็ก

- โรงเรียนประถมศึกษาที่ศูนย์ตั้งอยู่ ให้ความร่วมมือในการจำหน่ายอาหารที่มีประโยชน์ต่อเด็ก
-ผู้บริหารระดับตำบลเล็งเห็นความสำคัญของเด็กในศูนย์เด็กเล็ก

-จัดหาอุปกรณ์การดูแลด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น มอบเครื่องนอนให้เด็ก จัดหามุ้งลวด ขยายห้องน้ำรองรับจำนวนเด็กที่เพิ่มขึ้น

-ศูนย์เด็กเล็กได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนระดับอำเภอ เข้าประกวดในเวทีระดับ จังหวัด ในหัวข้อศูนย์เด็กเล็กที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพเด็ก จนได้รับรางวัลผู้ดูแลเด็กดีเด่น ประจำปี 2550 จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น



รู้ว่าสำเร็จได้อย่างไร


- ตัวเลขทางสถิติจากผลการเก็บข้อมูลแบบสัมภาษณ์ผู้ปกครองครั้งที่ 1 และ 2

- ชุมชน ผู้ปกครองเด็กร่วมมือในโครงการเป็นอย่างดีโดยตระหนักถึงปัญหาสุขภาพของเด็ก ในความดูแลของตนเอง และพยายามพัฒนาชุมชนตนเองไปสู่การร่วมคิดร่วมวางแผนการดำเนินการด้านสุขภาพโดยชุมชนเอง

- ผู้นำชุมชนมีส่วนร่วมในโครงการ ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิก อบต. เมื่อได้ทราบปัญหาสุขภาพ ของเด็กในพื้นที่แล้ว เกิดความต้องการที่จะร่วมวางแผนแก้ปัญหา โดยช่วงแรกอาจจะอาศัย จนท.สาธารณสุขเป็นผู้แนะนำ แต่แนวโน้มชุมชนนี้คงสามารถดูแลตนเองได้ จากการมีทีมงานที่เข้มแข็งและชาวบ้านเห็นความสำคัญของสุขภาพและการดูแลเด็ก


ปัจจัยกำหนดความสำเร็จ


MAN ( คน )

- ตัวของทันตาภิบาล ต้องมีข้อมูล และมีความรู้ในเรื่องของโครงการที่ทำ และมีความอดทน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มุ่ง พยายามสู่ความสำเร็จ เพื่อนร่วมงานมีความสามัคคี

- ครูพี่เลี้ยงเด็กเป็นผู้ที่เสียสละและอดทนเพื่อเด็ก เป็นสื่อกลางระหว่างเด็กและ ผู้ปกครอง ผู้ปกครองเด็กผู้ที่สนใจเด็กจะทำให้เด็กมีสุขภาพดี ตัวเด็กขึ้นอยู่กับประสบการณ์การเลี้ยงดู

- ผู้บริหาร ผู้นำชุมชน ผู้ที่เสียสละมาทำงานเพื่อสังคมอย่างแท้จริง จะให้ความสนใจ ช่วยแก้ปัญหาอย่างเต็มใจ และมีส่วนร่วมในการทำงาน


MONEY ( งบประมาณ )

- ความเหมาะสม พอดี พอเพียง

- ความสะดวก คล่องตัวในการเบิกจ่าย ขั้นตอนการอนุมัติที่ไม่ยุ่งยาก

- มีความยืดหยุ่นของการบริหารงบประมาณ


MANAGEMENT ( การบริหารจัดการ )

- ลำดับการดำเนินโครงการ แผนงานโครงการที่ชัดเจน รวมทั้งยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้

- แผนงานอนาคต การดำเนินงานให้ต่อเนื่อง ยั่งยืน


MATERIAL (วัสดุ อุปกรณ์ สิ่งแวดล้อม)

- เครื่องมือ แบบสอบถามที่ชัดเจน เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย วัดได้จริง

- กิจกรรมโครงการที่ชัดเจน ปฏิบัติได้จริง ประเมินผลได้ชัดเจน

-สถานที่ เช่น ห้องเรียน ห้องน้ำ สถานที่แปรงฟัน มีพอเพียงกับจำนวนเด็ก



วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

รอยยิ้มที่ยิ่งใหญ่ รวมใจชุมชนนำผลต่อการมีทันตสุขภาพที่ดีของชุมชนคนบุรีรัมย์



เรื่อง : ทันตาภิบาล เผ่าพันธ์ จิรวิกรานต์กุล สสจ.บุรีรัมย์
ภาพประกอบและข้อมูล AIC : ทพญ. นนทลี วีรชัย กองทันตสาธารณสุข



สวัสดีค่ะ ฉบับนี้ขอนำทุกท่านไปพบกับรอยยิ้มที่ยิ่งใหญ่ของชุมชนคนบุรีรัมย์ ตามเรามาร่วมยิ้มด้วยกันนะคะ ในปี 2549-2550 จังหวัดบุรีรัมย์ ได้จัดทำโครงการส่งเสริมทันตสุขภาพผู้สูงอายุ โดยการมีส่วนร่วมให้ผู้สูงอายุเห็นคุณค่าของตนเองในการเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลทันตสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชนโดยดำเนินการใน 4 อำเภอคือ พุทไธสง , ลำปลายมาศ , ประโคนชัยและหนองกี่ ฉบับนี้เรามาร่วมร้อยยิ้มกับ ชุมชนคนพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ในกิจกรรมดังต่อไปนี้คือ


นวัตกรรมการพัฒนารูปแบบเครือข่ายการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ
ในหมู่ที่ 5 ตำบลบ้านเป้า อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์

นวัตกรรมการพัฒนารูปแบบเครือข่ายการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ดำเนินกิจกรรมโดยทีมสุขภาพอำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบด้วยบุคลากรทันตสาธารณสุข หัวหน้าศูนย์สุขภาพชุมชนบ้านแฮดและบุคลากรทุกท่านในศูนย์สุขภาพชุมชนบ้านแฮด


วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชนในระดับครอบครัวและชุมชน โดยประสานภาคีเครือข่าย ดำเนินการใน 1 หมู่บ้าน ระยะเวลา มิถุนายน 2549 – กรกฎาคม 2550 โดยดำเนินงาน 5 ขั้นตอน ดังนี้



ขั้นตอนที่ 1 อบรมเชิงปฏิบัติการการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ

@ กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการอบรม
ประกอบด้วย ตัวแทนผู้สูงอายุหมู่บ้านละ 2 คน จำนวน 24 คนตัวแทน อสม. หมู่บ้านละ 2 คน จำนวน 24 คน และมีผู้นำท้องถิ่น ได้แก่ นายก อบต.บ้านเป้า ร่วมรับฟังปัญหาสุขภาพช่องปาก และปัญหาโภชนาการในชุมชนด้วย

@ กิจกรรมประกอบด้วย
1. การให้ความรู้เรื่องโรคในช่องปาก
2. การดูแลสุขภาพช่องปาก
3. การแปรงฟันที่ถูกวิธี
4. ฝึกการตรวจฟันและการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า
5. ฝึกปฏิบัติการแปรงฟันถูกวิธี และทดสอบความสะอาดหลังการ แปรงฟันโดย การย้อมสีคราบฟัน
6. กิจกรรมกลุ่มโดยใช้โดยใช้กระบวนการ AIC เพื่อร่วมกำหนดแนวทางแก้ไข

@ ผลการดำเนินงาน
1. ตัวแทนผู้สูงอายุและอสม. ในตำบลบ้านเป้า ช่วยกันคิดกิจกรรมที่จะดำเนินการซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับทันตสุขภาพและฝึกปฏิบัติการแปรงฟันถูกวิธีและทดสอบความสะอาดหลังการแปรงฟันโดยการย้อมสีคราบฟันในวัด ในกลุ่มอสม. และคนในชุมชน ในชมรมผู้สูงอายุ ในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์

2. เริ่มต้นการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในหมู่ที่ 5 ตำบลบ้านเป้า


ขั้นตอนที่2 อบรมเชิงปฏิบัติการการสร้างพลังในการส่งเสริมทันตสุขภาพ เพื่อลดปัญหาการเกิดโรคฟันผุใน หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านเป้า

@ กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการอบรม
ประกอบด้วย นักเรียนประถมศึกษาจำนวน 15 คน , นักเรียนมัธยมศึกษาจำนวน 15 คน , ผู้แทนประชาชนจำนวน 6 คน , ผู้สูงอายุที่เคยเข้ารับการอบรมจากขั้นตอนที่ 1 จำนวน 2 คน , อสม. ที่เคยเข้ารับการอบรมจากขั้นตอนที่ 1 จำนวน 2 คน , ปราชญ์ชาวบ้านจำนวน 1 คน , ผู้แทนครู จำนวน 2 คน , ตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเป้า จำนวน 1 คน , เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ จำนวน 1 คน

@ กิจกรรม ใช้กระบวนการ AIC เพื่อร่วมกำหนดแนวทางแก้ไข

@ ผลการดำเนินงาน มีการกำหนดกิจกรรมลดหวานต้านฟันผุ โดยมีเป้าหมาย
1. ประชาชนทุกคนในหมู่ที่ 5 ตำบลบ้านเป้า แปรงฟันถูกวิธีทุกวัน
2. ร้านค้าในหมู่ที่ 5 ตำบลบ้านเป้า งดขายลูกอม และน้ำอัดลมในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี



ขั้นตอนที่ 3 การผสมผสานกิจกรรมต่างๆ เข้ากับโครงการของศูนย์สุขภาพชุมชนบ้านแฮด ในโครงการร่วมแรง กาย ใจ สานสายใยผูกพัน พัฒนา ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย


@ กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุในเขตตำบลบ้านเป้า จำนวน 861คน
@กิจกรรม นำกิจกรรมจากขั้นตอนที่ 1 และ 2 ดำเนินงานต่อเนื่องและจัดอบรมให้ความรู้อาสาสมัครช่วยเหลือผู้สูงวัย (อชส.) เพื่อช่วยเหลือและดูแลผู้สูงอายุในหมู่บ้านรวมถึงผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และ คอยติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง



ขั้นตอนที่ 4 การเสริมแรงจูงใจ การจัดกิจกรรมการประกวด
- ประกวดครอบครัวรักฟัน
- ประกวดร้านค้าลดหวานต้านฟันผุ
- ประกวดผู้สูงอายุฟันดี


ขั้นตอนที่ 5 การประเมินผลการดำเนินงาน พบว่า
1. ประชาชนทุกกลุ่มอายุมีสภาวะทันตสุขภาพ หลังดำเนินกิจกรรม ดีขึ้นกว่าก่อนดำเนินกิจกรรม
2. ประชาชนทุกกลุ่มอายุมีพฤติกรรมการแปรงฟันทุกวันและถูกวิธี หลังดำเนินกิจกรรม ดีขึ้นกว่าก่อนดำเนินกิจกรรม
3. ประชาชนทุกกลุ่มอายุแปรงฟันสะอาด หลังดำเนินกิจกรรม ดีขึ้นกว่าก่อนดำเนินกิจกรรม
4. เด็กอายุ 6-15 ปี มีพฤติกรรมการบริโภค หลังดำเนินกิจกรรม ดีขึ้นกว่าก่อนดำเนินกิจกรรม
5. ร้านค้าปฏิบัติตามข้อตกลงของหมู่บ้าน ร้อยละ 75
6. ผู้สูงอายุมีกิจกรรมดูแลสุขภาพช่องปาก



การดำเนินงานการสร้างรูปแบบการพัฒนาเครือข่ายการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ในหมู่ที่ 5 ตำบลบ้านเป้า อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มต้นโดยการสร้างความตระหนักถึงปัญหาสุขภาพช่องปากในชุมชนและสร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในชุมชน โดยชุมชนเป็นผู้คิดกิจกรรมร่วมกับทีมสุขภาพ

ทีมสุขภาพทำหน้าที่สนับสนุนวิชาการ พัฒนาบุคลากร ประสานงานหาทุนสนับสนุน บูรณาการกิจกรรมกับโครงการในพื้นที่นั้น ติดตามสม่ำเสมอและเสริมแรงจูงใจ การดำเนินงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากชุมชนเป็นอย่างดี จากการที่ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการค้นหาสาเหตุของปัญหาสุขภาพช่องปากและกำหนดแนวทางแก้ไขเอง และจากความสัมพันธ์อันดีระหว่างทีมสุขภาพกับประชาชนในชุมชน ทีมสุขภาพยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตในชุมชน ความรักและความห่วงใยในอนาคตของลูกหลาน รวมไปถึงความพร้อมของชุมชนในการรับข้อมูลจากทีมสุขภาพ




หลังการดำเนินงานในหมู่ที่ 5 พบว่าผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้ในตำบลบ้านเป้าสามารถดูแลสุขภาพช่องปากของตัวเองได้ และผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จะมีอาสาสมัครช่วยเหลือผู้สูงวัยคอยดูแล นอกจากนี้ผู้สูงอายุยังได้พบปะกันและได้สร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกหลาน ประชาชนทุกคนในหมู่ที่ 5 สามารถดูแลสุขภาพช่องปากของตัวเองได้ เป็นการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากเพื่อเตรียมพร้อมในอนาคตของการเข้าสู่วัยสูงอายุซึ่งเป็นความไม่เที่ยงของร่างกาย ร้านค้าส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามข้อตกลงของหมู่บ้าน เนื่องจากตระหนักถึงปัญหาและมีความรัก ความห่วงใยในอนาคตลูกหลาน จากหมู่ที่ 5 จะมีการขยายเครือข่ายในหมู่บ้านอื่นๆ


ควรมีการศึกษาวิจัยรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทันตสุขภาพเพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ช่วยในการตัดสินใจในการเลือกใช้รูปแบบ และมีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเป็นการพัฒนารูปแบบให้มีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป นี่เป็นช่วงหนึ่งของการดำเนินกิจกรรมของ คุณหมอที่น่ารักของชาวพุทไธสง นั่นคือคุณหมอเก้ากันยา ลีลาเกรียงศักดิ์ และทีมงาน รพ.พุทไธสง ที่เราชาวบุรีรัมย์ภาคภูมิใจ นำเสนอให้ชาวทันตภูธร ร่วมยิ้มและร่วมปรบมือดังๆให้กับ ผู้ทรงคุณค่าทั้งผู้สูงอายุ,อบต.,พ่อ,แม่,พี่,น้องในชุมชนของอำเภอพุทไธสงทุกท่านค่ะฉบับนี้ ดิฉันขอนำสิ่งดีๆแห่งรอยยิ้มที่ยิ่งใหญ่ ในการรวมใจชุมชนคนบุรีรัมย์ เพื่อนำไปสู่การมีทันต-สุขภาพที่ดี นำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยน เต็มเติม ให้กับการดำเนินชีวิตของผู้ร่วมรอยยิ้ม ทุกท่านแต่เพียงเท่านี้นะคะสวัสดีค่ะ




AIC -Appreciation Influence Control
เทคนิคกระบวนการวางแผนแบบมีส่วนร่วม


กระบวนการ AIC สามารถสร้างพลังสร้างสรรค์ กล่าวคือ เมื่อกลุ่มงาน / หมวด / ฝ่ายต่าง ๆ เข้ามาทำกิจกรรมร่วมกันด้วยความรัก ความเมตตา ทุกคนมีการยอมรับนับถือกัน และชื่นชมซึ่งกันและกัน (Appreciation) นั้นคือ ทุกๆ คน มีความรัก และมีความเมตตา คนอื่น ต้องรับฟัง อดทน และยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ก็จะเกิดเรียนรู้ร่วมกันจากการทำงาน การพัฒนาต้องการเรียนรู้อย่างมากของทุกฝ่ายเพื่อสร้างจินตนาการสู่วิสัยทัศน์ร่วมกัน

http://advisor.anamai.moph.go.th/tamra_AICconference.html (ตำรา AIC)http://advisor.anamai.moph.go.th/tamra_AIC.html ( ตำรา AIC กับ อบต.)

รักฟันออนทัวร์..........อีกรูปแบบหนึ่งของการทำงานสร้างเสริมทันตสุขภาพ


โดย ทพญ. มัณฑนา ฉวรรณกุล ทันตแพทย์สสจ. ราชบุรี


จังหวัดราชบุรีได้มีการก่อตั้ง ชมรมคนรักฟัน ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 นับถึงปัจจุบันก็อยู่ในขวบปีที่ 5แล้ว เกิดขึ้นจากภาวะวิกฤติของทั้งภาวะเศรษฐกิจและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของกระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการดำเนินงาน ทันตสาธารณสุขของจังหวัดราชบุรี จึงได้มีมติเป็นเอกฉันท์ในการก่อตั้ง ชมรมคนรักฟัน จากการจัดกิจกรรม walk rally ครอบครัวรักฟัน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเน้นไปที่ครอบครัวที่มีบุตรหลานอายุ 3-6 ปี และจากวันนั้นเป็นที่มาของการเคลื่อนไหวในการทำงานสร้างเสริมทันตสุขภาพของ ชมรมคนรักฟัน ในรูปแบบต่างๆ



การทำงานในยุคปัจจุบันหมดสมัยของการทำงานคนเดียวหรือฝ่ายเดียวแล้ว งานที่ประสบความสำเร็จมักจะมาจากทีมงานที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ชมรมคนรักฟัน จังหวัดราชบุรีก็เช่นเดียวกัน ในจุดเริ่มต้นเป็นการรวมคนที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์ตามที่โฆษณาชวนเชื่อไว้ พร้อมเชิญชวนให้สมัครทำงานเป็นกรรมการชมรมฯ ได้อาสาสมัครที่มีความพร้อมในการทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม มีการวางเป้าหมายร่วมกันมีคณะกรรมการที่ประกอบด้วยบุคคลหลากหลายอาชีพและจากหลากหลายวงการมีทั้งที่มาจากภาครัฐและจากภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปเพราะเขาเหล่านั้นคือผู้ที่มีสถานะเป็นพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยายหรือเป็นลุง ป้า น้า อา ของเด็กในกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เด็กเล็กถึงวัยประถมศึกษา ซึ่งเห็นความสำคัญของปัญหาสุขภาพช่องปากของบุตรหลาน


เมื่อได้เข้ามาสัมผัสกับกิจกรรมที่ทีมงานทันตสาธารณสุข จัดขึ้น เห็นความมุ่งมั่นและตั้งใจ ทำให้ได้ใจของทีมงาน คณะกรรมการชมรมฯจึงร่วมมือกันจัดกิจกรรมสำหรับสมาชิกกันอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ภายใต้ชื่องาน มหัศจรรย์วันรักฟัน ซึ่งหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับภารกิจ ก็มีการชาร์จแบตเตอรี่สำหรับคนทำงานด้วยการไปพักผ่อนสังสรรค์กันเพื่อความสนิทสนมกลมเกลียว โดยการออกค่าใช้จ่ายกันเองด้วยการพาครอบครัวของกรรมการชมรมฯไปเที่ยวนั่นเอง ผลก็คือสร้างความประทับใจให้กับทีมงานที่ไป เพราะหลังจากนั้นเมื่อจัดกิจกรรมใหญ่เสร็จสิ้นก็จะเริ่มมีเสียงเรียกร้องของกรรมการว่าน่าจะจัดไปเที่ยวพักผ่อนกันอีกนะ



นั่นคือที่มาของ รักฟันออนทัวร์ .....ขึ้นชื่อว่าทัวร์ในความเข้าใจของทุกคนก็คือการท่องเที่ยวนั่นเอง แต่ รักฟันออนทัวร์ เป็นมากกว่านั้น เพราะจุดประสงค์ของการจัดครั้งนี้ต้องการขยายฐานสมาชิกให้กว้างขวางยิ่งขึ้น แทนที่จะไปเที่ยวเฉพาะกรรมการ ยังไม่พอ วางเป้าหมายไว้สำหรับผู้สนใจ ชอบท่องเที่ยวทั้งหลายให้มาเที่ยวด้วยกันกับเรา โดยมีเงื่อนไขต้องเป็นสมาชิก ชมรมคนรักฟัน ก่อนถึงจะไปด้วยได้ ทัวร์ครั้งนี้เป็นการจัดครั้งแรก(ใจกล้ามากเลย) ได้ข้อสรุปว่าเป็นการเที่ยวท่องล่องเรือไปตามลำน้ำเจ้าพระยาไปไหว้พระที่วัดเฉลิมพระเกียรติชมศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จังหวัดอยุธยาและล่องกลับมาเที่ยวเกาะเกร็ดที่จังหวัดนนทบุรี ดีเดย์คือวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม เพราะวันจันทร์ที่ 7 เป็นวันหยุดชดเชยวัน ฉัตรมงคล งานนี้ได้สมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาตามความคาดหมายและก็ทะลุเป้าหมาย



จากที่เชิญชวนไว้ 80 คนปรากฏว่าสมัครไปร่วมทัวร์ถึง 142 คนเนื่องจากเป็นเรือใหญ่สามารถรับเต็มที่ได้ถึง 150 คนแต่ด้วยช่วงเวลาดังกล่าวมีดีเปรสชั่นเข้าอย่างหนักก่อนวันเดินทาง ทำให้สมัครพรรคพวกหวั่นวิตกกลัวความไม่ปลอดภัยอยากจะให้เลื่อนการเดินทางออกไปก่อน และกังวลว่าไปกันเยอะจะทำให้เรือล่มหรือไม่ถ้าไม่มีภาวะการณ์ดังกล่าวก็ยังจะมีคนสมัครเดินทางเพิ่มเติมอีก เล่นเอาต้องลุ้นกันอย่างหนักพร้อมหาข้อมูลถึงความปลอดภัย ที่จะนำพา 142 ชีวิตร่วมเดินทาง ไม่ใช่ใครอื่นไกลที่ไหนเป็นพรรคพวกเพื่อนฝูงและเครือญาติของกรรมการชมรมฯทั้งน้าน...และที่น่าปลื้มไปกว่านั้นก็คือ ท่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี นพ.บุญเรียง ชูชัยแสงรัตน์ พาครอบครัวไปร่วมล่องเรือกับเราด้วย งานนี้ได้จ้างมัคคุเทศน์ไว้เพื่อให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ตลอดสองฝั่งแม่น้ำที่เรือล่องผ่าน




เดชะบุญเป็นของเราเพราะวันเดินทางท้องฟ้าปลอดโปร่งไม่เจอฝนเลยจนกระทั่งเดินทางกลับขึ้นฝั่งตอน 2 ทุ่มถึงเจอฝนตกลงมาเล็กน้อยและเดินทางกลับด้วยรถบัสปรับอากาศจำนวน 3 คันที่เช่าเหมาคันมาส่งตั้งแต่ช่วงเช้าถึงจังหวัดราชบุรี โดยสวัสดิภาพ ประธานชมรมคนรักฟัน นายบุญช่วย เอื้ออรุณชัย เป็นข้าราชการบำนาญ อดีตเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย เข้ามาเป็นสมาชิกในฐานะเป็นคุณปู่และคุณตาของหลาน ได้ให้ข้อคิดถึงบุญของการเดินทางครั้งนี้ว่ารถบัสคันที่นั่งมาคันแรกมีผู้มีบุญมากันมากเริ่มตั้งแต่ บุญเรียง บุญเลิศ บุญศรี และแถมด้วยบุญช่วยอีกด้วยเพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมการเดินทางถึงราบรื่น เล่นเอาสมาชิกฮากันตรึมในอารมณ์ขันของประธาน



การเดินทางครั้งนี้นับได้ว่าประสบความสำเร็จเพราะสมาชิกที่ร่วมเดินทางได้แสดงความคิดเห็นที่จะให้จัดกิจกรรมพาทัวร์อีกและเสนอที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมายถึงแม้ว่าการเดินทางจะใช้เวลาเนิ่นนานไปสักหน่อยเพราะต้องทวนกระแสน้ำทำให้เรือแล่นไม่ได้เร็ว กว่าจะได้กินข้าวก็เลยเวลาไปถึงบ่ายโมงกว่าและได้เที่ยวศูนย์ศิลปาชีพบางไทรเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่ด้วยทีมสันทนาการบนเรือนำโดย เภสัชกร รังษี ศรีมี ร่วมกับมัคคุเทศน์ประจำเรือเล่นเกมตอบคำถามความรู้ ทันตสุขภาพและความรู้ทั่วไป พร้อมแจกของขวัญรางวัลกันทั่วหน้าทำให้คลายความเบื่อลงได้และสมาชิกส่วนหนึ่งชวนกันมาเปลี่ยนบรรยากาศ ฝึกคิดคำนวณตัวเลขก็จองชั้นล่างของเรือเพื่อบริหารนิ้วกันตลอดการเดินทางอย่างมีความสุข



ที่น่ารักมากคือคุณหมอตุ๊ (ทพ.ธงชัย พิริยะปัญญาภรณ์ แห่งรพ.สวนผึ้ง) และ หมอภัค ( ทญ. ภัควดี เจริญงาม แห่งรพ.สมเด็จพระยุพราชจอมบึง) ทำหน้าที่สวัสดิการดูแลขนมเครื่องดื่มสำหรับลูกทัวร์อย่างเข้มแข็ง และเป็นความโชคดีที่มีทีมงานทันตบุคลากรของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรีรวมทั้งกรรมการชมรมทุกท่านที่ช่วยกันบริหารจัดการ ทำให้การเดินทางครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ทำให้ได้ประสบการณ์ในการจัดทัวร์และผลที่ตามมาคือเราได้สมาชิกชมรมคนรักฟันเพิ่มขึ้น ซึ่งจะได้รับข่าวสารความรู้ทางทันตสุขภาพผ่านทางจดหมายข่าวครอบครัวรักฟันที่ส่งให้ถึงบ้าน ได้อ่านทั้งครอบครัว และ รักฟันออนทัวร์ครั้งที่ 2 จะต้องมีอย่างแน่นอน สนุกสนานพร้อมสอดแทรกสาระความรู้ทางทันตสุขภาพไปด้วย










อ่านวารสารทันตภูธรเล่ม 1 ปี 51 ต่อ click บทความที่เก่ากว่า