แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ At-ปัตตานี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ At-ปัตตานี แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

ข่าวเครือข่ายกระจายโดยทันตภูธร





การคัดเลือกทันตบุคลากรตัวอย่างและดีเด่นภาคใต้ ประจำปี 2551 โดย ทพ. ธรณินทร์ จรัสจรุงเกียรติ

สวัสดีครับชาวทันตภูธรทุกท่าน และแล้วผลการพิจารณาคัดเลือกทันตบุคลากรตัวอย่างและดีเด่นภาคใต้ ประจำปี2551 ก็ได้ตัดสินมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยคณะกรรมการทันตสาธารณสุขภาคใต้ โดยมีรองศาสตราจารย์ทันตแพทย์ วิลาศ สัตยสัณห์สกุล คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ร่วมเป็นที่ปรึกษา และขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับการคัดเลือก และจะมีการมอบรางวัลในงานประชุมวิชาการทันตบุคลากรภาคใต้ใน วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 ที่ โรงแรมเขาหลักเมอร์ลิน จังหวัดพังงา อย่าลืมไปให้กำลังใจกันเยอะๆนะครับ

- ทันตแพทย์ตัวอย่าง ผู้ที่ได้รับการตัดสิน จำนวน 1 ท่าน
คือ ทพญ. ศุภนิจ ชาญวานิชพร จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง

- ทันตแพทย์ดีเด่น ผู้ที่ได้รับการตัดสิน จำนวน 3 ท่านคือ
ทพญ.วรุณี วงศ์นาถ จากโรงพยาบาลท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช
ทพญ.ชนิฎาภรณ์ สอนสังข์ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง
ทพญ.จุฑามาศ อร่ามรัตน์ จากโรงพยาบาลปัตตานี จังหวัดปัตตานี

- ทันตแพทย์น้องใหม่ดีเด่น ผู้ที่ได้รับการตัดสิน จำนวน 1 ท่าน คือ
ทพญ.นริศรา เดชธราดล จากโรงพยาบาลกะปงชัยพัฒน์ จังหวัดพังงา

- ทันตาภิบาลตัวอย่าง ผู้ที่ได้รับการตัดสิน จำนวน 1 ท่าน คือ
นางทัศนา เทพี จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต

- ทันตาภิบาลดีเด่น ผู้ที่ได้รับการตัดสินใจ จำนวน 4 ท่าน คือ
- ภาคใต้ตอนบน
นางเกวลิน บุญญานุพันธ์ จากโรงพยาบาลนาโยง จังหวัดตรัง
นางนิตยา เชาวลิต จากโรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

- ภาคใต้ตอนล่าง
นางทิพย์สุดา ภูวรัตนโรจน์ จากโรงพยาบาลศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส
นางพิกุล สังวาลรัมย์ จากโรงพยาบาลทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี

ชมรมทันตสาธารณสุขภูธรขอแสดงความยินดีกับทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วย


******************************************


ข่าวจากชายแดนใต้ รายงานโดย หมอหยิ่ว

แปรงฟัน ความรู้และกิจกรรมที่เราเรียนในวิชาสุขศึกษาตั้งแต่เด็ก นั่นเป็นสิ่งที่ทันตบุคลากรส่วนใหญ่คุ้นเคย แต่ในหลักสูตรอิสลามศึกษา ความสำคัญของปากและฟันมีสอนในวิชาจริยธรรม ส่วนวิธีทำความสะอาดช่องปากมีสอนในวิชาศาสนบัญญัติ เห็นได้ว่าในโลกมุสลิมมีระบบคิดและการจัดหมวดหมู่ต่างจากการแพทย์แบบตะวันตก และหลักศาสนาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก นี่จึงเป็นที่มาของโครงการที่พี่ๆน้องๆ ทันตบุคลากรใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้ร่วมกันทำ

“ โครงการบูรณาการองค์ความรู้บทบัญญัติศาสนาอิสลามกับการส่งเสริมทันตสุขภาพ ” ภายใต้การสนับสนุนของ สวรส. ภาคใต้
เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่ทีมทำงานได้พูดคุยกับนักวิชาการอิสลามใน 3 จังหวัดใต้ ได้รับคำแนะนำตั้งแต่การเลือกและตรวจสอบข้อมูลจากหลักศาสนาจนถึงแนวทางการนำไปใช้ในพื้นที่ได้จริง
นี่เป็นความตั้งใจของ ทีมงานที่อยากทำคู่มือความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากในชุมชนมุสลิม ตอนนี้มีทันตบุคลากร 6 อำเภอนำร่องด้วยการเข้าไปพูดคุยถึงความเป็นได้ในการนำหลักศาสนาไปใช้ในพื่นที่จริงๆอยู่จ๊ะ คืบหน้าอย่างไร แล้วจะเล่าให้ฟังนะคะ


****************************************





ทันตกรรมเคลื่อนที่ จังหวัดชายแดนใต้

วันนี้เป็น teleconference / telemeeting นัดแรกของ คทสต. ใช้ห้องประชุม มอ. ( ม.สงขลานครินทร์ )วิทยาเขตต่างๆ คือ หาดใหญ่ ภูเก็ต สุราษฏร์ ต่อไปคงขยายถึงตรังและปัตตานี ภาพและเสียง เกือบเป็น real time แจ่มมาก ที่ประชุมสรุปว่า work เพราะเข้าร่วมได้มากคนขึ้นแถมประหยัดงบประมาณมั่กๆ ห้องประชุมใหญ่คือ หาดใหญ่ เพ่งตามองนิดนึงจะเห็นป้าใส่เสื้อสีฟ้าๆ เป็นเสื้อมหกรรมของนครศรีธรรมราช ( เรื่องในวารสารทันตภูธร ฉบับ4 ปี51 )

มีเรื่องน่าสนใจใคร่โปรโมท...คือ ทันตกรรมเคลื่อนที่ จังหวัดชายแดนใต้ สืบเนื่องจากปัญหาความไม่สงบ ทำให้ need ของ ประชาชนไม่ได้รับการ support ศอ.บต.(คุณพระนาย สุวรรณรัตน์) จึงได้สนับสนุนรถทันตกรรมเคลื่อนที่ 11 คันสำหรับกิจการนี้ กำหนดงาน เดือนละ 1 ครั้ง / 4วัน / 2วัน 2จังหวัด รวมพาเที่ยว เน้นที่ปลอดภัย ภายใต้แบรนด์ พอ.สว. ( ซึ่งปลอดภัยสุดในตอนนี้)

บนความร่วมมือของ พอ.สว.,กระทรวงสาธารณสุข , ศอ.บต.,อบทท.,และ คทสต. แต่ละรอบมีผู้รอรับบริการประมาณพันกว่าคน เปิดให้บริการ 20 ยูนิตต่อครั้ง พอ.สว. รับเป็นเลขา และออกเอกสารเชิญแบบระบุตัวถึงผู้บังคับบัญชาให้ ศอ.บต.รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ( บินกับการบินไทยเชียวนะ) อยากได้ทีมครั้งละ 5-10 คน แต่ก็แล้วแต่ความสมัครใจ จะเดี่ยว คู่ กลุ่ม รับหมด โปรแกรมมีทั้งปี มีรถรับส่งถึงสนามบิน หรืออื่นๆแล้วแต่คนมา ชมรมสนใจมั้ยคะ จะเป็นในนามชมรม สักรอบไปเลย ก็คงดีสุดๆ เป็นบุญแก่ชาวสามจังหวัด แถมได้โปรโมทชมรมด้วย หรือสนใจเป็นส่วนตัวก็ได้ ตอนทำงานเป็น พอ.สว. แถมเสื้อสามจังหวัดกลับบ้าน (ไม่แถมระเบิดพลีชีพ หรือกระสุนใดๆ ....ล้อเล่น)

ติดต่อ คุณยิ่ง พอ.สว. 081- 4008616 , คุณอุบล ศอ.บต. 081-5404632 , คุณหมอเป็ด สสจ.ปัตตานี 081-4786777 หรือจะผ่านป้าก็ได้... ความปลอดภัยคิดว่าพอสมควร ตอนนี้เห็นหมอหยิ่วก็ยังเทียวไปเทียวมาลงพื้นที่อยู่ น้องๆเครือข่ายเรา เฟสใต้ 3 จังหวัดก็มีอยู่ เค้าคงดีใจถ้าพี่ๆไปช่วย+เยี่ยม นำเสนอเผื่อ(เพื่อ)พิจารณา( อย่างมีวิจารณญาน) ค่ะ ป้าปูน

*****************************************



ประชาสัมพันธ์ งานประชุมวิชาการทันตฯภาคใต้ 2552

12 -15 พฤษภาคม 2552 : It’s time to make decision !!! with crisis case

พบกันอีกครั้งกับงานประชุมทันตฯภาคใต้ของเรา ในครั้งนี้เราจะมาดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติเขาหลักและได้เติมเต็มความรู้ในส่วนของวิชาการในแง่มุมของกรณีที่เราจะต้องเลือกตัดสินใจในการรักษาให้ได้ผลดีที่สุดสำหรับคนไข้ สำหรับทีมวิทยากรระดับประเทศที่ท่านจะได้พบนั้นรับรองว่าได้ทั้งความสนุกสนาน ความรู้และกรณีศึกษาอันเลิศหรูอลังการแน่นอน ตกเย็นเราจะพาท่านไปรำลึกความหลังกับเส้นทางย้อนรอย สึนามิ ส่วนใครจะเล่นน้ำทะเลหรือชื่นชมกับ เขาหลัก แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ติดอันดับของเมืองไทย ก็ตามสบาย

ในคืนที่2 เรามีกิจกรรม DENT PARTY มีการแสดงและร่วมเล่นเกมส์ชิงรางวัล สำหรับผู้เข้าร่วมงานทุกคน ส่วนการเดินทางนั้นเราได้เตรียมรถไว้บริการท่านจากสนามบิน และบขส.พังงา ไปยังโรงแรม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ท่านสามารถอ่านรายละเอียดกิจกรรม รายนามวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและ Download ใบสมัครเข้าร่วมงานประชุม ในเวบไซต์ www.ruraldent.org และวารสารทันตภูธรออนไลน์
http://ruraldent-magazine.blogspot.com

ในส่วนของกิจกรรมปฐมนิเทศและรับน้องใหม่ทันตแพทย์ทันตาภิบาลภาคใต้ ชมรมทันตสาธารณสุขภูธรได้ไปร่วมจัดกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย น้องๆจะได้พบปะพูดคุยกับ พี่อาจารย์หมอวิชัย,พี่มิ้ง,พี่บิ๊ค,พี่เอ๋,พี่พจ,พี่ชูชู,พี่จิต,พี่ป๊อบ แบบตัวจริงเสียงจริงค่ะ แล้วเจอกันนะคะ


วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551

เสียงจากชายแดนใต้



การประชุม ปรึกษาหารือแนวทางการดำเนินงานเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิชาชีพทันตกรรมด้านการปฐมภูมิที่สอดคล้องกับวิถีพหุวัฒนธรรม 8 ตุลาคม 2551 โรงแรม southern view จังหวัด ปัตตานี ภายใต้การสนับสนุนของ สวรส. ภาคใต้ ที่ต้องการเปิดเวทีและสร้างเครือข่ายวิชาชีพทันตกรรมที่ทำงานในชุมชนมุสลิม ทำให้ ทันตแพทย์ ทันตาภิบาล กลุ่มเล็กๆ ซึ่งมีทั้งมุสลิมและคนพุทธ ใน สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จำนวน 12 คนได้มาพบปะพูดคุยกัน พวกเราคุยกันถึงสถานการณ์การเกิดฟันผุสูงของกลุ่มมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งในกลุ่มวิเคราะห์กันว่า

- ภายใต้งานประจำที่ทำ เรามีข้อมูลทันตสุขภาพของกลุ่มเด็ก แต่เราไม่มีข้อมูลของกลุ่มผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุเลย ทั้งๆที่คนเหล่านี้เป็นต้นแบบพฤติกรรมของเด็ก
- ขณะเดียวกันจากการสังเกตบริบทการเลี้ยงดูเด็ก เราพบว่า “ความหวานถูกทำให้ชินตั้งแต่เด็ก” แม้แต่นมก็มักถูกเติมน้ำผึ้งหรือน้ำตาลเพิ่มความหวานก่อนให้เด็กกิน
-ชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้ภาษามลายูถิ่นในการสื่อสาร และมีเพียงทันตบุคลากรบางส่วนที่เป็นมุสลิมในพื้นที่ที่สามารถพูดมลายูถิ่นได้ และสื่อด้านทันตสุขภาพที่สอดคล้องกับวิถีมุสลิมมีน้อย
- ทันตบุคลากรขาดความเข้าใจในเรื่องวิถีชุมชนมุสลิม กับหลักการอิสลาม ทำให้ทันตบุคลากรแม้เป็นมุสลิม แต่ไม่มั่นใจในการนำข้อมูลเกี่ยวกับหลักศาสนาไปอ้างอิงหรือปรับใช้ในงานได้

พวกเราได้ร่วมกันตั้ง เป้าหมายของเบื้องต้นไว้ว่า “ ทางกลุ่มให้ความสำคัญกับการรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากตามหลักอิสลาม และมุ่งเป้าหมายทำงานทันตสาธารณสุขในกลุ่มผู้ใหญ่ เน้นการแปรงฟัน ภายใต้การดูแลสุขภาพในวิถีมุสลิม ”

งานแรกของกลุ่มจึงเป็นการรวบรวมความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากตามหลักอิสลาม โดยมีกระบวนการตรวจสอบและวิจารณ์ของกลุ่มนักวิชาการอิสลาม และผู้นำศาสนาในท้องถิ่น ภายใต้การนำของ.ทพ.อนันต์ ดิษฐาภินันท์ รพ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี สำหรับงานทันตสาธารณสุข ภายใต้การดูแลสุขภาพในวิถีมุสลิมนั้น ทุกหน่วยงานสามารถเขียนโครงการซึ่งสามารถเขียนได้ทั้งในรูปแบบ โครงการและเขียนเป็นเรื่องเล่า ก็ได้ โดยขอทุนผ่านสวรส. ภาคใต้ ความคืบหน้าเป็นอย่างไร คอยติดตามกันนะคะ


รายงานโดย หมอหยิ่ว




วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ข่าวเครือข่ายกระจายโดยทันตภูธร



สถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้ ได้จัดประชุมการพัฒนากลไกทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพในพื้นที่พหุวัฒนธรรม ( 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้) เมื่อวันที่ 10 - 11 กันยายน 2551 ณ. โรงแรม ซีเอส จังหวัด ปัตตานี ครั้งนี้ทาง สวรส. ภาคใต้ จัดเป็นวงพูดคุยกันเบื้องต้น ระหว่างตัวแทนของ แพทย์ เภสัช ทันตแพทย์ พยาบาล และ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสำหรับงานทันตสาธารณสุข เราวาดหวังว่าจะมีการสร้างเครือข่ายทันตบุคลากร 5 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งสถานการณ์งานทันตสาธารณสุขในปัจจุบัน สร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรในพื้นที่ และร่วมกันหารูปแบบการทำงานภายใต้แนวคิดการแพทย์ในวิถีมุสลิม สิ่งที่หวังจะเกิดในรูปแบบใด คอยติดตามดูต่อไปนะคะ


หมอหยิ่ว
ปล. ขอส่งกำลังใจมาให้ทีมทำวารสารทันตภูธรด้วยนะคะ

วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

“ ทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัย อย่างไรให้อยู่รอด ”

เชื่อคำพ่อสอน : “....ความสงบร่มเย็น อาจพูดได้ว่ามีเป็นสองส่วน คือความสงบภายนอกกับความสงบภายใน ภายนอก ได้แก่สภาวะแวดล้อม หรือสภาวะความเป็นอยู่ ที่เป็นปกติ ปลอดโปร่งจากสิ่งรบกวนที่ทำให้เกิดภัยอันตราย หรือเกิดความกระวนกระวายเดือนร้อนต่างๆ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือความขัดแย้งวุ่นวายความมุ่งร้ายทำลายกัน ภายใน ได้แก่จิตใจที่สะอาดแจ่มใส อิ่มเอิบสบาย ไม่มีกังวล ไม่มีความขุ่นเคืองขัดข้องใจ ความสงบภายในหรือจิตใจที่ปลอดโปร่งจากสิ่งรบกวนนี้ สำคัญมาก ควรจะทำให้มีขึ้น เพราะผู้ที่มีจิตใจสงบ จะใช้ความคิดพิจารณาของตนได้อย่างกว้างขวาง และถูกต้องดีขึ้น ความคิดที่ประกอบด้วยความสงบนี้มีศักยภาพสูง อาจนำไปใช้ คิดอ่านสร้างสรรค์สิ่งที่จะอำนวยความสุข ความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนชื่อเสียง เกียรติคุณ อันเป็นสิ่งที่แต่ละคนปรารถนา ให้สัมฤทธิ์ผลได้....”พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๓๐วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๙


ทันตแพทย์สมฤทธิ์ จิโรจน์วณิชชากร
( หมอเป็ด ปัตตานี )


เริ่มต้นก็รู้สึกเคืองเล็กน้อยเหมือนกัน ที่คุณวาลี เลขาคท.สต. (คณะกรรมการทันตสาธารณสุขชนบทภาคใต้) โทรมาให้ผมเขียนบทความ เกี่ยวกับ 3 จังหวัด ภายใต้หัวข้อที่ว่า “ ทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัย อย่างไรให้อยู่รอด ” ในความหมายแฝง นัยยะว่า ทำได้ยังไงนี่ นี่พื้นที่เสี่ยงภัยน๊ะ อันตรายมากน๊ะตัวเอง ทำไมยังมีชีวิตรอดอยู่ น่าจะตายไปได้แล้วน๊า เป็นไปได้ยังไง....ผมจึงถามพี่วาลีด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อยว่า “ ใครกำหนดหัวข้อนี้ให้ผมเขียนครับ(ว๊ะ). อยากเข้าไป กระโดดกัดคอ ดีดติ่งหู หยิกหัวนม ถอนขนจั๊กแร้ ขยำก้น แล้วไชสะดืออีก 2 ที.” พี่วาลีได้ยินก็ อมยิ้มแล้วตอบว่า “ พี่ตอน (หมอธรณินทร์ ประธาน คท.สต.) เป็นผู้มอบหมาย เอาเลยหมอ พี่เอาด้วย ” พอได้ยินอย่างนั้น ผมก็ไม่ว่าอะไรครับ ผมก็ยกพี่ตอนให้พี่วาลีดำเนินการตามสมควรต่อไปก็แล้วกัน.......


เราทำงานอยู่ในพื้นที่นี้ เราต้องยอมรับก่อนว่า พื้นที่นี้ เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยจริงๆครับ เราไม่สามารถอยู่อย่างปกติได้ เราและคนรอบข้างต้องปรับอะไรต่อมิอะไรหลายต่อหลายอย่าง อย่างหลายๆต่อหลายต่อ ตั้งแต่ความเป็นอยู่ การใช้ชีวิต วิธีคิด การทำงานฯลฯ มิฉะนั้น เราอาจอยู่ไม่รอด หรือรอดแต่ไม่ปลอดภัย หรือปลอดภัยแต่เครียดจนเป็นบ้า หรือไม่บ้าแต่ขี้ระแวง หรือไม่ขี้ระแวงก็ขี้ระวัง หรือถ้าขี้ไม่ระวังหนามอาจตำก้นได้ อ้าว ไปโน่น.... เรามาดูผลกระทบและการปรับตัวในมุมต่างๆ

@ สสจ....ออกพื้นที่น้อยลง ทำงานออฟฟิตมากขึ้น
@ คลินิค...คนไข้ช่วงเย็นกลับบ้านเร็วปิดคลินิคเร็วขึ้น
@ การเงิน....ใช้เงินน้อยลง มีเงินเก็บมากขึ้น
@ สังคม.... ทุกคนอยู่ในภาวะเครียด แต่รักกันและเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น
@ ครอบครัว.....เวลาคลินิคน้อยลง กลางคืนไม่กล้า ออกไปไหน มีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น (ไม่ต้องสงสัย มีลูกมากขึ้นแน่นอน)

ลูกชายผมเขาก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เช่น เวลาทำการบ้าน ปกติวิชา สปช (สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต) อาจารย์เขาจะมีให้ตัดข่าว เล่าข่าว (ถ้าอยู่พื้นที่อื่น ลูกชายคงตัดข่าวประเภท ประกวดนางงาม อาหารการกิน ท่องเที่ยว) แต่ลูกชายผมอยู่ในพื้นที่ฯ หัวข้อข่าว จึงมักปรากฏในแนวสร้างสรรค์ ดังนี้ “หน่วยกอบกู้ระเบิดพันธุ์ใหม่”,“เหตุไฉน เรือใบแล่นบนบก”,“สลด นกคาบข่าวถูกเก็บ”,“สะเก็ดระเบิด เกลื่อนถนน ”,“ ไร้เงาคน เที่ยว 3 จังหวัด ”,“ โอ๊ะโอ ปลัดถูกยิง ”“ตำรวจใจเพชร พิงกำแพง ยิงโจรใต้”,“ไม่หายใจแล้ว นายอำเภอ”,“ระเบิดจนเบลอ แล้วเผลอระเบิดตัวเองน๊ะไอ้โง่โจร” เป็นต้น....




....เอาเป็นว่า ท่ามกลางความรู้สึก สถานการณ์ที่ไม่ดี ก็ยังคงมีสิ่งดีๆปรากฎให้เห็น นั่นคือความห่วงใยไม่ว่าผมไปประชุมที่ไหน ก็มีพี่ๆ เพื่อนๆน้องๆถามถึงสถานการณ์ แสดงความห่วงใยอยู่ “ เป็นไง...ยังไม่ตายเหรอ เห็นยิง ระเบิดกันทุกวัน ” น่าน! เจอเข้า จุกเล็กน้อย ยังไม่ทันได้ตอบ อีกคนก็มาแสดงความห่วงใยซ้ำ “ อ้าว ! นึกว่าวิญญาณ ” อึก! จุกลึก พี่อีกคนก็เข้ามาปลอบ “ ไปพูดอย่างนั้นกับเขาได้ยังไง..ไม่เป็นไรหรอกนะ ใจเย็นๆ อย่าพึ่งย้ายไปไหน อีกไม่นานเหตุการณ์คงสงบแล้ว ” ฟังดูใจชื้นขึ้น และพี่เขาก็พูดตบท้ายว่า “ พอสงบแล้วเขาคงให้เอ็งเป็นทันตแพทย์ประจำพระองค์ สุลต่านรัฐปัตตานี ได้ข่าวว่าสนิท กับหัวหน้าผู้ก่อการร้ายไม่ใช่เหรอ ”........ อ้าว!หาคุกให้แล้วไหมล่ะ ......คุยกันสนุกๆนะครับ


ยังไงก็ตามหลายๆคน(ยัง) อยู่ในพื้นที่ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน บางคนบอกว่า นี่คือบ้าน จะให้ไปไหน บางคนบอก นี่คือที่ที่เขาเริ่มต้นชีวิต คนที่นี่ให้โอกาสแก่เขา น้อยคนจะบอกว่าอยากอยู่ที่นี่เพราะที่นี่ทำเงิน เป็นขุมทรัพย์ ได้เงินเสี่ยงภัยพิเศษ (เพิ่มอีก 1หมื่น) และผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ ยังไงๆก็จะอยู่ ถึงแม้เหตุการณ์จะเลวร้ายกว่านี้ ความรู้สึกดีๆต่อพื้นที่นี้ ต่อคนที่นี่มันลงลึก เหนือเหตุผลทั้งปวง.... ผมยืนยันว่าทันตบุคคลากรที่นี่ มีเลือดมีเนื้อ มีพ่อมีแม่ ( และพ่อแม่ยังรัก ) หลายๆคนมีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกที่ต้องคอยเป็นห่วงเป็นใย ถ้าอยู่ที่นี่ด้วยเหตุผล.....ผมบอกได้เลยว่าไม่มีเหตุผลไหนคุ้มค่าทดแทนกับการอยู่กับความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินทั้งต่อตัวเราและคนที่เรารักแม้แต่นาทีเดียว และบอกได้เลยว่า การทำงานในที่นี้ ยังไม่มีสูตรสำเร็จของความอยู่รอดปลอดภัย....


“ แต่ไม่ว่าจะอยู่ด้วยเหตุผลใด ไม่ว่าจะมีความคิดหรือตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างไรพวกเราทันตบุคลากรใน 3 จังหวัดที่ประสบวิกฤตการก่อความไม่สงบ เราตระหนักในหน้าที่ เราอยู่ที่นี่อย่างมืออาชีพ เรายังเป็นตัวแทนวิชาชีพอยู่ใช่ไหม... ตัวแทนที่ต้องดูแลช่องปากของพี่น้อง 3 จังหวัดที่ยังอยู่ในแผนที่ ผืนแผ่นดินไทย...”


ต้องขอขอบคุณทุกท่าน ที่ส่งความระลึกถึง ความห่วงใย ให้เราอยู่เป็นประจำ ทั้งมาด้วยตัวเอง (ในรูปของทันตแพทยสภา ทันตแพทยสมาคม คณะทันตแพทยศาสตร์มอ. อาจารย์อมรา และทีมงานจากมหิดล คท.สต. คมช. นปก. ผสส. อสม. ขจก.และพกง.) รวมทั้ง ทางโทรศัพท์ และฝากมาเป็นทอดๆในบางครั้ง ต้องขอขอบคุณทุกท่านจริงๆครับ ?

การทำงานและชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างไร ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบ


โดย น้องพอเพียง จาก จ. ปัตตานี


ตลอดระยะเวลาหลายปีท่ามกลางเสียงปืนและข่าวร้ายชนิดวันต่อวัน ที่บางครั้งข่าวทางสื่อมีน้อยกว่าความเป็นจริง อาจเป็นเพราะต้องเสนอเฉพาะข่าวใหญ่ เป็นที่น่าสนใจเช่น ข่าวอดีตนายกเปลี่ยนไป เล่น ทำทีมฟุตบอล หากย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อนข่าว 3 จังหวัด แม้จะมีเพียงน้อยนิดแต่สื่อก็เขียนซะจนน่าหวาดกลัว แต่ตอนนี้ เหตุการณ์ในวันหนึ่งอาจมีมากมายจนชาชิน หากช่วงไหนเกิดเหตุน้อย คน 3 จังหวัดก็จะต้องระวังมากเป็นพิเศษเพราะ พวกนี้ไม่ใช่ “ โจรกระจอก ” มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน มีการพักศึก มีการทดสอบกำลัง ครบทั้งกระบวนการ PDCA หลายๆครั้งที่หลายเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาเดียวกัน ไม่ใช่เขาใช้นาฬิการาคาแพงที่เดินเที่ยงตรงหรอก นัดกันตรงรายการวิทยุ คลื่นนี้รายการนี้ออกอากาศ ก็เริ่มสร้างสถานการณ์กันได้เลย


กิจวัตรประจำวันที่เปลี่ยนไป อย่างเวลากินข้าวตามร้านก็จะนั่งหันหน้าออกถนนเตรียมพร้อมเสมอ..... การขับขี่รถจะมองกระจกหลัง - กระจกข้างบ่อยยิ่งกว่ามองถนนซะอีก แต่ถ้ามีมอเตอร์ไซด์ตามมาขับ 90 กม./ชม.แม้ประหยัดแต่อาจจะไม่ปลอดภัย...ถ้าบนถนนที่ขับรถอยู่มีรถทหารแล่นอยู่ด้วย ไม่แซงก็ควรจอดก่อนเพราะบ่อยครั้งที่ระเบิดพลาดเป้า...เวลากลับบ้านพักต้องดูถังดับเพลิงหน้าบ้านว่ายังคงเป็นถังเดิมอยู่หรือเปล่า ใต้ท้องรถก็ต้องหมั่นดูแลสิ่งแปลกปลอมตรวจยิ่งกว่าน้ำกลั่น ลมยางซะอีก....



ชีวิตการทำงานก็เปลี่ยนไป กิจกรรมออกตรวจฟันที่โรงเรียนทำได้ยากขึ้น บางครั้งโรงเรียนก็ประกาศปิดกระทันหัน บางครั้งเจ้าหน้าที่ก็ไม่มั่นใจที่จะออกหน่วย การออก PCU ยกเลิกไปอย่างไม่มีกำหนด ยิ่งมีเหตุการณ์ยิงเจ้าหน้าที่อนามัยบนสถานีอนามัย ยิ่งทำให้ไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะไม่ใช่เป้าหมายต่อไป โรงพยาบาลก็ต้องทำ HA โดยงาน RM ซึ่งแต่ก่อนทำเรื่องแผนรองรับอัคคีภัย ก็ต้องปรับเป็นแผนเผชิญเหตุแทน ไม่ว่าจะเป็น เมื่อถูกขู่วางระเบิด,เมื่อถูก


จับเป็นตัวประกัน,เมื่อพบวัตถุต้องสงสัย,เมื่อถูกปิดล้อม รวมถึงการอพยพ และเมื่อดูตาม competency แล้วทางโรงพยาบาล จำเป็นใส่หลักสูตรการยิงปืนให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน หลายๆคนมองว่าเศรษฐกิจในพื้นที่น่าจะแย่ก็อาจจะถูกในบางส่วน แต่ตอนนี้เจ้าหน้าที่เปิดจองปืนกันเป็นว่าเล่น เสื้อเกราะก็มาคู่กัน ได้ข่าวว่าจะมีบาตรพระจีวรเกราะ รวมถึงหมวกกันน๊อกแบบกันกระสุนด้วย รถยนต์เป็นอีกอย่างที่ขายดีมาก อย่างน้อยก็อุ่นใจกว่าเหมือนมีอะไรมากำบัง หรือถ้าโดนยิงตายเลือดก็ไม่เลอะเปื้อนถนน ธุรกิจโรงแรมที่อื่นไม่ทราบ แต่ที่ปัตตานีรุ่งมากผู้หลักผู้ใหญ่แวะเวียนกันมาเกือบทุกวัน นักข่าวปักหลักทำข่าวเป็นเดือน และเรียนด้วยความเคารพ ธุรกิจหลังความตายไม่ว่าโลงศพ พวงหรีด สั่งกันไม่เว้นแต่ละวันยิ่งพวงหรีดที่มาจากผู้หลักผู้ใหญ่ยิ่งต้องราคาสูงมาก….


ท้ายสุดขอทิ้งท้ายด้วยคำพูดจาก อาจารย์ นายแพทย์ ธาดา ยิบอินซอย ได้บอกพวกเราไว้ว่า ..... “ อย่าคิดว่าพวกเธอที่ทำงานอยู่ 3 จังหวัดเป็นผู้เสียสละ เพราะเรารู้สึกว่าต้องได้อะไรกลับมาจากความเสียสละ แต่ที่พวกเธอทำงานอยู่เป็นหน้าที่ ที่ต้องยึดตามคำของพระบิดาที่ให้ถือประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ” ใช่...มันเป็นหน้าที่ที่น่าภูมิใจยิ่งของพวกเราทั้งหลาย รักเธอแผ่นดินนี้ 3 จังหวัดชายแดนใต้