แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ -วิชาการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ -วิชาการ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

สัดส่วนนมหวานในตลาดลดลง แต่เด็กไทยยังกินนมหวาน ปีละเกือบหมื่นตัน


สัดส่วนนมหวานในตลาดลดลง
แต่เด็กไทยยังกินนมหวาน
ปีละเกือบหมื่นตัน

ทพญ จันทนา อึ้งชูศักดิ์


การติดหวานสามารถถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่วัยเริ่มต้นของชีวิต จากพัฒนาการโดยธรรมชาติของตุ่มรับรสหวานในลิ้น ที่พัฒนาได้เร็วกว่าตุ่มรับรสอื่นๆ เด็กจึงมีแนวโน้มชอบอาหารรสหวาน แต่เด็กเล็กไม่ได้เลือกบริโภคอาหารด้วยตนเอง พ่อแม่และผู้ใหญ่ที่เป็นคนเลี้ยงดูเด็ก เป็นคนกลุ่มแรกที่อาจสร้างนิสัยติดหวานให้เด็กโดยไม่รู้ตัว เพราะบริโภคนิสัยของเด็กถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงขวบปีแรก เริ่มจากนมและอาหารเสริมต่างๆ ที่ผู้ใหญ่ป้อนให้ และเมื่อเด็กโตขึ้นจนสามารถเลือกอาหารเองได้แล้ว เด็กที่ติดรสหวานมีแนวโน้มจะเลือกอาหารหวาน และเพิ่มปริมาณความหวานมากขึ้นเรื่อย ๆ การบริโภคน้ำตาลมากเกินไป ยังทำให้เด็กอิ่มและตัดโอกาสที่เด็กจะได้รับสารอาหารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย การศึกษาในพื้นที่ 5 จังหวัดในปี 2547 พบว่าเด็กไทยอายุ 0-3 ปี รับประทานน้ำตาลเฉลี่ยคนละ 13.5 กรัมใน 1 วัน หรือประมาณ 3.4 ช้อนชา แต่ในกลุ่มเด็กที่รับประทานนมรสหวาน พบว่า เด็กจะได้รับน้ำตาลเฉลี่ย 34.6 กรัม หรือ 8.7 ช้อนชา ซึ่งมากกว่าเด็กทั่วไปประมาณเกือบ 3 เท่า และมากกว่าปริมาณที่แนะนำคือไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน
น้ำตาลเป็นสาเหตุโดยตรง (essential risk factor) ของการเกิดฟันผุ สำหรับปัญหาโรคอ้วน แม้ว่าน้ำตาลจะส่งผลต่อภาวะอ้วนน้อยกว่าไขมัน กล่าวคือน้ำตาล 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี ในขณะที่ ไขมัน 1 กรัมให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี แต่น้ำตาลมักแฝงมากับอาหารในรูปแบบต่างๆที่คนส่วนใหญ่มิได้คำนึงถึง และคนมักได้พลังงานจากน้ำตาลอย่างไม่มีขีดจำกัดและไม่รู้สึกอิ่ม เช่นน้ำตาลที่แฝงมาในนมสำหรับเด็ก น้ำตาลในเครื่องดื่มและขนม การป้องกันและความคุมการบริโภคหวานตั้งแต่เด็กจึงเป็นการควบคุมปัจจัยเสี่ยงของสุขภาพที่สำคัญประการหนึ่ง
ทันตบุคลากรเป็นกลุ่มที่ใส่ใจกับการบริโภคนมหวานของเด็กเล็กมากเป็นพิเศษ เพราะเด็กวัยนี้ยังใช้ขวดนม หากนมมีน้ำตาลจะเป็นโอกาสให้เกิดฟันผุง่ายได้มากขึ้น
ในปี 2549 ได้มีการผลักดันให้มีการแก้กฎหมายเพื่อไม่ให้มีการเติมน้ำตาลเพิ่มในนมผงสูตรต่อเนื่องสำหรับเด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป โดยเสนอให้มีการแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่ 156 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามเห็นชอบให้มีการแก้ไขประกาศฯ และมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน 2549

ในปี 2551 ได้มีการประเมินผลกระทบต่อพฤติกรรมบริโภคนมหวานของเด็ก ภายหลังแก้ไขประกาศสธ. พบว่าเด็ก 0-3 ปี บริโภคนมหวานลดลงจากร้อยละ 40 ในปี 2547 เหลือร้อยละ 19.7 ผู้ปกครอง ร้อยละ 98.5 ไม่เติมน้ำตาลเพิ่มในนม ร้อยละ 78.4 ทราบว่านมหวานมีผลเสียต่อสุขภาพของลูก ในปี 2552 มีการประเมินการจำหน่ายนมผงในท้องตลาด โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากบริษัททำการวิจัยการตลาดระดับสากล ระหว่างปี 2549 – 2551 พบว่า การจำหน่ายนมผงในภาพรวมของประเทศ มีสัดส่วนการจำหน่ายนมผงรสจืดมากกว่านมผงรสหวาน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ สัดส่วนนมรสจืด : นมรสหวาน ใน ปี 2549 – 2551 เป็น 1.55 : 1 ,1.76 : 1 และ 1.83 : 1 ตามลำดับ

เฉพาะนมผงสำหรับเด็กอายุ 1 ปี ขึ้นไป ซึ่งยังมีทั้งนมรสจืดและหวาน พบว่าแม้ปริมาตรการจำหน่ายนมผงรสหวานยังมากกว่านมผงรสจืด แต่มีสัดส่วนลดลงอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ สัดส่วนนมผงรสจืด ต่อ รสหวาน เป็น 1 : 1.73 ในปี 2549 ลดลง เป็น 1 : 1.35 ในปี 2551
ตารางที่ 1 ปริมาตรการจำหน่ายนมผงรสจืดกับรสหวานสำหรับเด็กในภาพรวม ทั้ง 3 สูตร ปี 2549 – 2551


การสำรวจผลิตภัณฑ์นมในท้องตลาด 82 ตัวอย่าง พบว่าเป็น สูตรสำหรับทารก 14 ตัวอย่าง สูตรต่อเนื่อง ( 6 เดือน - 3 ปี ) 14 ตัวอย่าง นมครบส่วนสำหรับเด็ก 1 ปี ขึ้นไป 54 ตัวอย่าง ซึ่งเป็นรสจืด 20 ตัวอย่าง และรสหวาน 34 ตัวอย่าง นมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก ทุกตัวอย่าง เป็นไปตามตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ( ฉบับที่ 286 ) พ.ศ. 2547 ใน ข้อ 4.7 คือ ไม่มีการเติมน้ำตาล ( Sucrose ) หรือน้ำผึ้ง และมีการระบุข้อความ “ไม่ควรเติมน้ำตาล น้ำผึ้ง หรือวัตถุให้ความหวานใดๆ อีกเพราะอาจทำให้ทารกและเด็กเล็กฟันผุ และเป็นโรคอ้วนได้” ตามข้อกำหนดของประกาศฯ

นอกจากนี้เป็นนมผงครบส่วนสำหรับเด็กอายุ 1 ปี ขึ้นไป จำนวน 55 ตัวอย่าง เป็นนมผงรสจืด 19 ตัวอย่าง ซึ่งมีการระบุบนฉลากว่า เป็น “รสจืด” หรือ “ชนิดจืด” ส่วนชนิดรสหวาน มีจำนวน 36 ตัวอย่าง

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้นมผงสูตรทารก และสูตรต่อเนื่องไม่มีการเติมน้ำตาล จึงเป็นการคุ้มครองเด็กอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม นมผงครบส่วนสำหรับเด็ก 1 ปีขึ้นไป ยังมีทั้งนมรสจืดและ รสหวาน แม้ว่าสัดส่วนนมหวานจะลดลงปีละกว่า 1 พันตัน แต่เนื่องจากนมกลุ่มนี้ มีสัดส่วนการจำหน่ายถึงร้อยละ 58 ของนมผงเด็กทั้งหมด จึงจำเป็นที่พวกเราจะต้องช่วยกันรณรงค์ให้ความรู้กับผู้ปกครองอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการณรงค์เลิกขวดนมในวัยอันควร

นมผงสำหรับเด็ก มีมูลค่าการตลาดสูงถึง 1 หมื่นล้านบาทต่อปี จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ผลิตจะต้องใช้ทุกยุทธวิธีในการแข่งขันให้ผลิตภัณฑ์ของตนเป็นที่ถูกปากของเด็กๆ และน้ำตาล ก็มักเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ผล

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ยาต้านจุลชีพและยาระงับปวด



สื่อสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก We care


วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

แนวทางการรักษาฟันถาวรที่ได้รับอุบัติเหตุ


แนวทางการรักษาฟันถาวรที่ได้รับอุบัติเหตุ ฉบับเต็ม เพิ่มเติมจากในวารสารทันตภูธร

ฉบับที่ 3 หน้า 49

คลิกเพื่อดาวน์โหลด


โดย รศ ปัทมา ชัยเลิศวณิชกุล ภาควิชาทันตกรรมบูรณะ

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
Email: patchai@kku.ac.th

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

คู่มือบริหารงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ


เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้กับผู้ที่ต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับงบกองทุนค่ะ

จาก "กองบก.วารสารทันตภูธร"

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เรื่องของรัตน์ :เลือดไหลไม่หยุด..ทำไงดี...

“ พงษ์พัฒน์เล่นดี๊ ดี เน๊อะพี่ไก่ เหมือนกระเทยจริงๆเลย รัตน์ว่าเขาต้องได้รางวัลจากเรื่องนี้แน่เลย ”
“ นั่นสิ พี่ดูเพลินเลย เสียดายอาทิตย์นึงมีสองวันเอง ยังดูไม่จุใจเลย ”
“ พี่ไก่เอาอะไรไหม รัตน์จะไปเอามะละกอที่ปอกแช่ไว้มากินเล่นหน่อย พักโฆษณาแล้ว ”
รัตน์ลุกจากที่นั่ง พลางเอ่ยปากถามพี่ไก่
“ เอาน้ำมาเผื่อด้วยแล้วกันรัตน์ ”
รัตน์กลับมานั่งหน้าทีวีต่อ ดูละครต่อได้อีกสักพัก ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกแว่วๆ

“ หมอรัตน์ หมอรัตน์ อยู่บ่ครับ ”
“ ใครมาเรียกน่ะ เดี๋ยวรัตน์ไปดูก่อนนะคะ”
รัตน์ลุกออกไปที่หน้าต่าง ใจก็เริ่มรู้สึกไม่สบาย เพราะถ้าถูกเรียกตอนเลิกงานแบบนี้ ไม่แคล้วน่าจะมีปัญหา

“ อ้าว ลุงจอง มีอะไรจ๊ะ ”
รัตน์แหวกม่านดูก็เห็นลุงจองยืนอยู่หน้าบ้านพัก พร้อมกับลูกสาว ในมือถือถุงพลาสติกอยู่ใบนึง
“ ที่มาถอนแข่วไปเมื่อแลงนะครับ เลือดมันยังบ่เซาเลย ออกตลอดนี่ละ ผมบ้วนมาเป็นถุงๆแล้ว ”
รัตน์ใจหายวาบเมื่อได้ยินสาเหตุการมาเยือนยามค่ำของลุงจอง แกมาถอนฟันกราม # 36 ไปเมื่อตอนเย็นก่อนเลิกงาน ฟันแกโยก เหงือกบวม ถอนก็ไม่ยากเท่าไหร่ เอ ทำไมถึงได้เลือดออกไม่หยุดล่ะเนี่ย รัตน์คิดพลางก็เปิดประตูออกไปหา

“ ลุงกัดผ้าก๊อสที่ให้ไปบ่คะ ”
“ กัดครับ กัดตลอดแหละ แต่เลือดก็บ่เซาเลย กัดจนเหมิ๊ดผ้าที่หมอให้ ผมเลยให้นังเพ็ญไปซื้อมาให้กัดอีก ก็ยังบ่เซา คายออกเลือดก็ไหลโจ๊กๆนี่ล่ะ ”
“ ไปดูที่บนสอ.ดีกว่ารัตน์ พี่หยิบกุญแจมาแล้ว ”

พี่ไก่เดินออกมาดู รัตน์เลยพาลุงจองกับลูกเดินตามพี่ไก่ขึ้นไปบนสถานีอนามัย จัดแจงเปิดยูนิต ให้ลุงจองนั่ง พี่ไก่มานั่งช่วยรัตน์ซัคชั่น พอให้ลุงจองคายผ้าก๊อสออกมา รัตน์ก็เห็นเลือดไหลรินๆออกมาจากแผลถอนฟันตลอด

“ ลุงบ้วนน้ำก่อนเด้อค่ะ เลือดเต็มปากหมดแล้ว จะได้ไม่รู้สึกคาว ”
รัตน์ให้ลุงจองบ้วนน้ำ เผื่อจะเห็นชัดขึ้น ก็ยังเห็นแต่เลือดไหลเอ่อออกมาจากแผลอีก รัตน์ลองให้แกกัดผ้าก๊อสแน่นๆ ดู เผื่อว่าตอนอยู่ที่บ้านแกอาจจะกัดเบาไป หรือกัดไม่ตรงแผลนัก แต่พอเอาผ้าก๊อสออก เลือดก็เอ่อออกมาตามเดิม

“ ลองเอาอะดรีนาลินชุบก๊อสให้กัดไหมรัตน์ อาจจะช่วยได้นะ ”
พี่ไก่แนะนำ แล้วลุกไปหยิบอะดรีนาลินมาตอกออก เอาผ้าก๊อสชุบให้ลุงจองกัด อืม...ดูน่าจะดีเชียว เพราะเลือกที่เคยออกมาชุ่มก๊อสตอนกัด ดูเบาลง รัตน์เริ่มวางใจ เงยหน้ามายิ้มกับพี่ไก่ได้
“ น่าจะหยุดนะคะพี่ไก่ ค่อยยังชั่วหน่อย รัตน์ไม่เคยเจอแบบนี้ ฟันลุงก็ถอนไม่ยากเท่าไหร่ เหงือกก็ไม่ฉีกมาก ดูไม่น่าจะ bleed เลย แต่เดี๋ยวลองดูอีกสักหน่อย ค่อยกลับเนอะลุงเนอะ ให้แน่ใจก่อนว่าเลือดหยุดแน่ ”

รัตน์นั่งรอดูสักพัก แต่แล้วก็ใจเสีย เมื่อเห็นเลือดค่อยๆเอ่อออกมาอีกตามเดิม
“ ไม่หยุดน่ะพี่ไก่ ทำไงดีล่ะ เดี๋ยวรัตน์ลองโทรหาหมอจ๋อมดีกว่า ลุงกัดผ้าไว้ก่อนเด้อค่ะ เดี๋ยวรัตน์จะลองโทรหาหมอใหญ่ที่โรงพยาบาลดูนะ ”
รัตน์รีบลุกไปโทรหาหมอจ๋อม รอสายอยู่สักพัก หมอจ๋อมก็ส่งเสียงแจ๋วๆมาตามสาย รัตน์รายงานเคสให้หมอจ๋อมฟัง หมอจ๋อมเลยว่าเดี๋ยวแกจะมาดูให้ที่สอ. รอสักพัก รถโรงพยาบาลก็มาจอดที่หน้าสอ. หมอจ๋อมเดินลงมาจากรถขึ้นมาดูลุงจองทันที

“ ฟันถอนไม่ยากใช่ไหมรัตน์”
“ ไม่ยากค่ะหมอ มันโยกเยอะแล้ว เพราะซี่นี้บวมๆยุบๆมาหลายรอบ ลุงจองถึงยอมถอน”
“ เอาละ งั้นเตรียมยาชา ชุดเย็บมาด้วยนะ ลุงไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ เดี๋ยวหมอดูให้ “
หมอจ๋อมจัดแจงฉีดยาชา ซัคชั่นดูแผลตรงตำแหน่งที่ bleed
“ ขอ curette ด้วยรัตน์ เอาละ เวลาที่ bleed เนี่ยนะ ก่อนอื่นเราต้องคิดถึงสาเหตุก่อน ว่า มาจาก Systemic คือ โรคของคนไข้ที่เกี่ยวข้องทำให้กระบวนการแข็งตัวของเลือดเสียหรือเปล่า เช่น
- โรคตับ
- โรคไต
- การกินยาที่กันการแข็งตัวของเลือด ซึ่งมักจะเป็นคนไข้โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดตีบในสมอง
- คนไข้ที่กินยาบางตัวเป็นประจำ เช่น พวกยาที่ลดการอักเสบ พวก NSAIDS ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
Local คือ สาเหตุเฉพาะที่ เช่น
- เหงือกฉีกขาด มีการขยับตลอดเวลา
- มีเส้นเลือดเล็กๆฉีกขาด
- มีเศษฟัน เศษกระดูกที่ขยับค้างอยู่ในแผลถอนฟัน
- มีพวกเนื้อเยื่อที่มีการอักเสบค้างอยู่ในแผลถอนฟัน
ถ้าเป็นเรื่องทาง systemic ก็ส่งให้แพทย์ช่วยดู อาจจะต้องให้สารช่วยการแข็งตัวของเลือดทดแทน

อย่างของลุงเนี่ยก็น่ะเป็นเรื่องของ local เราก็มาลองดูกัน เหงือกไม่ฉีก ลักษณะเลือดที่ออกก็เป็นแบบเอ่อๆ ไม่ได้ออกปุ๊ด ปุ๊ด ตามจังหวะการเต้นของเส้นเลือด ก็ไม่น่าจะมีอาการของเส้นเลือดฉีกขาด
เราก็ลองมาดูซิว่า ในแผลถอนฟันมีอะไรหลงค้างอยู่ ถ้ารัตน์บอกว่าถอนง่าย โอกาสที่จะเป็นเศษกระดูก หรือเศษฟันค้างอยู่ก็น้อย หรืออาจจะเป็นรากฟันที่อาจจะหักเลยก็ได้
แต่จากลักษณะฟันก่อนถอนที่รัตน์เล่ามา หมอคิดถึงพวก granulation tissue มากกว่า เพราะมีประวัติการอักเสบเป็นๆ หายๆ “
หมอจ๋อมจัดแจงใช้ curette ขูดทำความสะอาดในแผล ก็ได้เนื้อเยื่อที่อักเสบติดออกมามากพอสมควร
“ ขอน้ำเกลือล้างหน่อยค่ะ เอ เรามี gel foam หรือ surgical ไหมคะเนี่ย ไม่มีก็ไม่เป็นไรค่ะ หมอว่าน่าจะหยุดนะ”
หมอจ๋อมล้างน้ำเกลือไปที่แผล ใช้ curette ขูดทำความสะอาด จน socket สะอาด ก็เห็นว่าเลือดที่เคยเอ่อๆ ออกมา ก็ค่อยๆหยุดลง รัตน์เลยเบาใจ เผลอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

หมอจ๋อมจัดแจงบีบปากแผลอีกที ก่อนจะเย็บรวบปากแผลเข้าไว้แน่นๆ ล้างทำความสะอาด ดูจนแน่ใจว่าไม่มีเลือด ก็ให้ลุงจองบ้วนน้ำ
“ เอ้า บ้วนปากซะลุง เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวลุงกัดผ้าต่ออีกสักครึ่งชั่วโมงนะจ๊ะ เลือดหยุดแล้วละ อาทิตย์หน้าลุงมาตัดไหมหน่อยนะจ๊ะ ”
ลุงจองลุกบ้วนน้ำ ก็เห็นว่าน้ำที่บ้วนออกมา ใส มีเลือดปนเป็นสีชมพูจางๆ เล็กน้อย
“ ขอบคุณหลายๆครับหมอ แล้วนี่ผมจะกินข้าวได้บ่ครับ หิวหลาย กินบ่ได้เลย เลือดออกตลอด ”
“ กินได้เลยค่ะลุง ตามสบาย เลือดไม่ออกแล้วละ สบายใจได้ ”
ลุงจองลุกมายกมือไหว้ ก่อนจะเดินลงจากสอ.ไป

“ ขอบคุณหมอมากค่ะ ไม่ได้หมอจ๋อมรัตน์แย่แน่เลย พี่ไก่เอาก๊อสชุบอะดรีนาลินให้แกกัด เลือดก็หยุดไปแป๊ปเดียวเอง ”
“ ช่าย...หมอบางคนชอบเอาก๊อสชุบอะดรีนาลิน ให้กัด อะดรีนาลินมีฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดหดตัว มันก็จะช่วยให้เลือดหยุด หรือไหลน้อยลงชั่วคราวเท่านั้น พอหมดฤทธิ์อะดรีนาลิน เลือดก็ออกอีก เพราะเรายังไม่ได้แก้ที่สาเหตุ หมอไม่เห็นความจำเป็นของการใช้ก๊อสชุบอะดรีนาลินให้คนไข้ที่ bleed กัดเลย ”
รัตน์กับพี่ไก่ช่วยกันเก็บของเสร็จพอดี

“ หมอทานอะไรไหมคะ เดี๋ยวรัตน์หาให้ ยังมีแกงเห็ดอยู่ พี่ไก่ทำไว้หม้อใหญ่เลย แล้วก็มีปลาส้มด้วยค่ะ หมกเห็ดด้วย ”
“ โอ๊ย เลิกพูดเถอะ ไปกินเลยดีกว่า มีข้าวเหนียวใช่ไหม แต่ขอดูละครด้วยนะกำลังมันส์เลย ตอนรัตน์โทรไปตาม หมอเลยรีบมาที่นี่เองดีกว่า กลัวรัตน์ไปถึงโรงพยาบาลช้า กว่าจะเปิดห้องด้วย เดี๋ยวไม่ทันดูกันพอดี หมอน่ะ ท้องร้องตั้งแต่ฟังลุงแกเล่าว่าแกหิวแล้ว ”

รัตน์เดินอมยิ้ม นำหน้าหมอจ๋อมไปที่บ้านพัก นึกในใจว่าโชคดีจัง วันนี้ได้นั่งดูละครกับหมอจ๋อม คิดๆไป เหมือนได้ดูแพนด้าตัวเป็นๆด้วย นั่นไง เดินตุ้มตุ้ยไปโน่นละ ถ้าแถวนี้มีต้นไผ่ก็ดี รัตน์จะลองตัดมาป้อนหมอจ๋อมซะหน่อย ดูสิว่าแกจะกินไหมนะ 

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

เรื่องของรัตน์ : เอาฟันของฉันคืนมา



วันนี้หมอจ๋อมจัดการอบรมผู้นำนักเรียน แล้วก็อย่างเคยที่หมอจ๋อมมักจะชวนพี่ๆน้องๆทันตาภิบาลจากทุกสอ.มาช่วยกัน หมอจ๋อมบอกว่า ถือเป็นการสังสรรค์อย่างนึง(บางทีรัตน์รู้สึกว่าทุกกิจกรรมที่หมอจ๋อมจัดก็มักจะอ้างเป็นการสังสรรค์ตลอด)
รัตน์กำลังเป็นคนบรรยายอยู่ พูดไปเรื่อยๆ เผลอแป๊บเดียวก็จบเรื่องที่เตรียมมา ใจนึงก็โล่ง อีกใจก็รู้สึกว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้ รัตน์ประกาศให้เด็กๆพัก ก่อนจะเดินกลับมาที่หลังห้อง

“ เก่งมากรัตน์ ใช้ได้เลย” หมอจ๋อมและพี่ๆพากันปรบมือให้
“ โอ๊ย ... รัตน์ตื่นเต้นมากเลยค่ะ ”

“ ดีแล้วรัตน์ พูดบ่อยๆเดี๋ยวก็เก่งเอง ไม่ต้องอายหรอก มีแต่พวกเราทั้งนั้น กินขนมกันดีกว่า จ๋อมอุตส่าห์ฝากน้าจิตซื้อมาจากจังหวัดเลยนะ เจ้านี้เขาอร่อย ”

หมอจ๋อมเอ่ยชวนทุกคน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขนมมาแกะเตรียมเอาใส่ปาก

ก็พลันได้ยินเสียงเด็กร้องไห้จ้ามาจากทางสนาม พร้อมกับเสียงร้องอย่างตกใจของครู ทำให้หมอจ๋อมต้องวางขนมแล้วรีบวิ่งไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นภาพที่เห็นข้างหน้าคือหนุ่มน้อยคนนึงนั่งกุมปากร้องไห้อยู่ เลือดเต็มปาก เพื่อนๆรุมล้อมอยู่รอบๆ บางคนก็ตกใจจนร้องไห้ไปด้วย หมอจ๋อมรีบเข้าไปกอดเด็ก พลางปลอบจนเด็กเงียบลง ก่อนที่จะตรวจดูแผล
“ ฟันหลุดหายไปไหน ใครช่วยหาหน่อยค่ะ ระวังเหยียบฟันเด็กนะ ”
หมอจ๋อมตะโกน เมื่อเห็นว่าฟันหน้าบนเด็กหลุดหายไป บรรดาผู้ใหญ่ที่อยู่รอบๆต่างพากันก้มหาฟันตามพื้นทันที

“ หมอครับ ฟันโต้งอยู่นี่ครับ มันกระเด็นมาอยู่ในกระเป๋าผม แต่ผมไม่กล้าจับครับ ” เด็กน้อยคนหนึ่งเดินมาหาจ๋อม
“ดีแล้วค่ะ เดี๋ยวหมอหยิบเองนะ อ้าวรัตน์มาช่วยหน่อย รัตน์หยิบฟันน้องออกมาจากกระเป๋า จับที่ตัวฟัน อย่าจับที่รากฟันนะรัตน์ ระวังลื่นหลุดมือล่ะ”

รัตน์ค่อยๆล้วงหยิบเอาฟันออกมาจากกระเป๋า โดยจับที่ตัวฟันอย่างที่หมอจ๋อมบอก
“ ดูซิรัตน์ มีเศษอะไรเลอะหรือเปล่า ”
“ มีเศษขนมค่ะหมอ ”


“ พี่เหมาช่วยเอาน้ำกินมาล้างให้หน่อยค่ะ เอาน้ำเทราดเบาๆ อย่าถูนะคะ แล้วเอานมจืดที่เราแจกเด็กมากล่องนึงด้วย ขอแก้วน้ำใบนึงด้วยนะคะ ใครช่วยบอกให้ น้าจิตเตรียมรถหน่อยค่ะ เดี๋ยวเราไปโรงพยาบาลกัน ไม่ต้องกลัวนะลูก เดี๋ยวหมอเอาฟันกลับเข้าที่ให้ จะได้หล่อเหมือนเดิม ” หมอจ๋อมสั่งการอย่างคล่องแคล่ว

“ พี่เหมาเทนมลงในแก้วสักนิดนึงค่ะ โอเค พอแล้วค่ะ เอ้ารัตน์เอาฟันน้องแช่ในน้ำนมเลย รถมาแล้วใช่ไหมคะ เอ้า ไปกัน พี่เหมาหมอฝากดูทางนี้ต่อที รัตน์ไปกับหมอ ครูไปด้วยไหมคะ เชิญค่ะ ”

หมอจ๋อม ครูพยาบาลและรัตน์ช่วยกันอุ้มโต้งไปขึ้นรถ โดยรัตน์ไม่ลืมถือแก้วน้ำที่ใส่ฟันแช่นมติดมือมาด้วย น้าจิต รีบบึ่งรถมาที่รพ. หมอจ๋อมพาโต้งไปที่ห้องฟัน จัดให้นอนลงบนเก้าอี้ทำฟัน
“ มดกัดนิดนะลูก โต้งไม่ต้องกลัวนะครับ ครูหน่อยก็อยู่ด้วยนะครับ เดี๋ยวหมอจะเอาฟันน้องโต้งกลับที่เดิมให้นะครับ ดีไหมลูก ”
หมอจ๋อมปลอบพลางมือก็จัดการฉีดยาชา โดยมีครูช่วยจับมือและกอดโต้งไว้ไม่ให้ดิ้น รัตน์ใส่ถุงมือนั่งลงเป็นผู้ช่วย

“ ขอน้ำเกลือหน่อย เอาละ ทีนี้รัตน์ค่อยๆเทนมออกจากแก้ว ระวังฟันด้วยนะ แล้วก็เทน้ำเกลือลงไปแทน ทีนี้ซัคชั่นค่ะ ขอน้ำเกลือล้างแผลด้วย เอารัตน์ซัคชั่นที่แผลเลย ดีค่ะ โอเค สะอาดแล้ว ไม่เจ็บนะครับโต้ง ดีมากครับ โต้งเก่งมากเลย ”
หมอจ๋อมจัดการทำความสะอาดใน socket ฟันจนเรียบร้อย แล้วค่อยๆหยิบฟันในถ้วยน้ำเกลือออกมาโดยใช้มืออีกข้างรองข้างใต้เผื่อหลุดมือ จับเอาฟันใส่กลับเข้าไปที่เดิม

“ เอาละโต้ง หมอเอาฟันโต้งใส่กลับไปแล้วนะครับ ที่นี้โต้งจะได้ยิ้มหล่อเหมือนเดิมเลย แต่เดี๋ยวหมอขอยึดฟันโต้งไว้หน่อยนะครับ ”
หมอจ๋อมจัดฟันให้เข้าที่ เย็บเหงือกบริเวณรอบๆพอแน่น เพื่อให้ช่วยให้ฟันอยู่ที่ ก่อนจะทำการยึดฟันไว้ด้วยลวดกับคอมโพสิต โดยหมอจ๋อมไม่วายมีอารมณ์ขัน แต่งคอมโพสิตเป็นรูปดาวเล็กๆน่ารัก
“ เอาละ เรียบร้อย หล่อเหมือนเดิมแล้ว อ้าว หลับไปซะแล้ว ถึงว่านอนนิ่งเชียว ” หมอจ๋อมอุทานเมื่อเปิดผ้าคลุมหน้าออกมา ก็พบเด็กชายโต้งหลับสนิท

“ โชคดีจังนะคะที่หมอจ๋อมไปจัดอบรมพอดี ไม่งั้นครูไม่รู้จะทำไงเลย ถ้าเจอแบบนี้ ”
ครูหน่อยเอ่ยปาก เมื่อหมอจ๋อมเสร็จงาน
“ ไม่ยากเลยค่ะครู ถ้าเกิดเวลาครูเจอเด็กที่หกล้ม หรือมีอุบัติเหตุฟันหลุดออกมาอย่างนี้นะคะ

อย่างแรกที่ต้องทำ คือ ครูต้องหาฟันให้เจอก่อน เมื่อเจอแล้วก็หยิบมา โดยต้องจับที่บริเวณตัวฟันเท่านั้น ห้ามจับที่รากฟันนะคะ ถ้ามันเลอะดินเลอะทราย หรือเลอะอย่างอื่น ครูก็เอาน้ำสะอาดล้างเบาๆ ไม่ต้องถูนะคะ เทราดเอา

พอครูทำความสะอาดฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูก็อาจจะจับเอาฟันกลับเข้าไปในเบ้าฟันก็ได้ถ้าแผลสะอาดพอ แต่โดยทั่วไปแผลก็มักจะเลอะดินเลอะทรายด้วย ครูก็เก็บรักษาฟันไว้ให้เนื้อเยื่อรอบปลายรากฟันชุ่มชื้น เพื่อให้มีชีวิตอยู่เวลาเราใส่กลับเข้าไป มันจะได้ยึดติดได้”

“ เอาใส่ในน้ำนมอย่างที่ทำเหรอคะหมอ แล้วถ้าหานมไม่ได้ละคะ ”
“น้ำเกลือที่เราใช้ล้างแผลเนี่ย ดีที่สุดค่ะ เพราะความเป็นกรดด่าง และความเข้มข้นเท่ากับสารละลายในร่างกาย แต่โดยทั่วไปเวลาเด็กเกิดอุบัติเหตุ หาน้ำเกลือมาแช่ฟันได้ยาก ที่หาง่ายและเป็นสารละลายที่เหมาะสมที่สุดก็คือ นมนี่แหละค่ะ หมอแนะนำนมจืดนะคะ เพราะไม่เคยลองแช่ในนมรสอื่นเหมือนกัน

รองมาจากนมและหาได้ง่ายจริงๆ ก็คือน้ำลายเรานี่แหละค่ะ อาจจะให้อมฟันไว้ที่กระพุ้งแก้มก็ได้ แต่ก็จะเสี่ยงต่อการที่เด็กจะกลืนเอาฟันลงไป หรือไม่ก็ให้เด็กบ้วนน้ำลายใส่ถ้วยแล้วเอาฟันแช่ไว้ก็ได้ค่ะ แต่ไม่แนะนำให้เอาฟันแช่ในน้ำธรรมดานะคะ เพราะจะทำให้เซลล์เนื้อเยื่อรอบรากฟันแตกได้ค่ะ

สรุปก็ คือ เราแช่ฟันไว้ในน้ำนมดีที่สุด ถ้าหาไม่ได้ก็ให้เด็กบ้วนน้ำลายลงถ้วยให้มากพอที่จะท่วมฟันแล้วเอาฟันแช่ไว้ก็ได้ค่ะ


เสร็จแล้วครูต้องรีบพาเด็กมาพบทันตแพทย์ เพื่อทำการยึดดามฟันกลับเข้าที่เดิมให้เร็วที่สุด ถ้าเราสามารถเอาฟันกลับเข้าที่ได้ภายใน 30 นาทีหลังจากที่ฟันหลุดออกมานอกช่องปากได้ ก็จะทำให้การรักษาได้รับผลสำเร็จดีมาก ฟันมักจะติด สามารถใช้งานได้ทุกรายค่ะ”

“แล้วเราจะยึดฟันยังไงคะหมอ” รัตน์ถามมั่ง เพราะเป็นส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับตัวเอง

“ที่ดีที่สุดก็ทำอย่างที่หมอทำนี่แหละรัตน์ เอาลวดที่แข็งแรงหน่อย แต่ไม่ต้องใหญ่มากนะ ยึดที่ด้าน labial ของฟัน โดยยึดต่อจากฟันที่หลุดไปอีกข้างละ 2 ซี่ ใช้คอมโพสิตยึดลวดกับฟัน โดยต้องให้ลวดวางบนฟันเฉยๆ เป็น passive ไม่ไปกดหรือดึงฟันเป็น active นะ เพราะอาจจะยิ่งทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อฟันมากขึ้น

ยึดเอาไว้ประมาณ 2 อาทิตย์ ก็มาเอาออก ที่สำคัญตอนที่ยึดต้องเช็คดีๆว่าเวลาที่เด็กกัด ฟันที่ยึดไม่กระแทกเลย ไม่งั้นอาจจะไม่ติด แล้วก็ต้องย้ำเตือนเด็กและผู้ปกครอง ให้หลีกเลี่ยงการใช้งานฟันที่ยึดเลย ถ้าไม่โดนได้เลยก็ยิ่งดี แต่เท่าที่หมอเจอมานะ ส่วนใหญ่เด็กจะชอบเอาลิ้นไปดุน หรือไม่ก็เอานิ้วไปลองจับๆ แตะๆ โยกๆดูเรื่อยแหละ โดยส่วนตัว หมอก็เลยมักจะยึดไว้ประมาณ 3-4 อาทิตย์ถึงค่อยเอาออก

พอเอาออกแล้วก็ค่อยมาดูว่าฟันตายหรือเปล่า โดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นฟันที่ปลายรากยังไม่ปิด บางทีก็ไม่เป็นไร แต่ในฟันที่ปลายรากปิดแล้ว มักจะต้องมาทำการรักษาราก ซึ่งก็มักจะทำการใส่ยาเพื่อกันไม่ให้รากฟันละลายตัว ไม่ยากใช่ไหมคะ”

“ไม่ยากค่ะหมอ ที่สำคัญคือเราต้องไม่จับที่รากฟัน เอาฟันแช่ในน้ำนม หรือน้ำลาย แล้วก็รีบพาเด็กมาหาหมอให้เร็วที่สุดภายใน 30 นาที ดีจังเลยค่ะที่หมอจ๋อมสอนครู ที่ผ่านมาเวลาฟันเด็กหลุด ครูก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็ปล่อยเลยตามเลย เด็กๆฟันหน้าหลอกันเต็มเลยค่ะ ยิ่งวัยนี้ยิ่งทะโมน วิ่งเล่นหกล้มกันประจำ ขอบคุณหมอมากค่ะ”

“ใช่ค่ะครู แต่ 30 นาทีนี่หมายถึงรวมเวลาที่หมอเอาฟันใส่กลับเข้าที่เดิมด้วยนะคะ เดี๋ยวครูจะเข้าใจผิดคิดว่าให้มาถึงหมอภายใน 30 นาที แอบแวะกินขนมกลางทางซะก่อนไม่ได้นะคะ” หมอจ๋อมแซว เรียกเสียงหัวเราะได้อีก

“เอ้า โต้งตื่นเลย เอาละ เอากระจกมาให้โต้งดูหน่อย ดูนะครับโต้ง ตอนนี้ฟันโต้งที่หลุดมา มีดวงดาวคอยคุ้มครองดูแลอยู่ โต้งต้องช่วยดวงดาวดูแลฟันโต้ง อย่าไปใช้กัดอะไร หรือโต้งอย่าเอาลิ้นไปเล่นเอามือไปจับฟันนะครับ เดี๋ยวดวงดาวตกใจแล้วหนีโต้งไป ฟันโต้งก็จะหนีตามดวงดาวไปด้วยนะครับ”
หมอจ๋อมหลอกล่อเด็ก โต้งดูฟันตัวเองในกระจก ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ พลางรับคำตามที่หมอจ๋อมสอน

“ หมอครับ เพื่อนๆต้องอิจฉาโต้งแน่เลยครับ ฟันโต้งมีดวงดาวคุ้มครองด้วย เดี๋ยวโต้งจะเอาไปอวดเพื่อน แล้วจะไปอวดน้องต้าด้วย ไม่มีใครมีฟันเหมือนโต้งเลย ” โต้งเอ่ยปากอย่างภูมิใจ

“ ตายละวา เดี๋ยวถ้าเพื่อนๆ หรือน้องต้าอยากได้ขึ้นมามั่ง พากันหกล้มเพื่อให้ฟันหลุดกันใหญ่ จ๋อมจะทำไงดีเนี่ย อยู่ดีไม่ว่าดีจริงๆเลยนะเรา ไม่เอาละกลับไปกินขนมที่โรงเรียนดีกว่า ป่านนี้พักกินข้าวเที่ยงแล้วด้วย จ๋อม หิวแล้ว กลับโรงเรียนกันเถอะค่ะครู ”

หมอจ๋อมไม่พูดพล่ามทำเพลง ถอดเสื้อกาวน์เดินนำไปที่รถทันที รัตน์หันมายิ้มกับครูหน่อย เฮ้อ หมอจ๋อมก็เป็นเงี้ย เมื่อกี้ยังดูเป็นการเป็นงานอยู่ แต่พอถึงเรื่องกินทีไร ดูเป็นเด็กไปซะทุกที รัตน์ยิ้มขำๆ พลางรีบเดินไปขึ้นรถก่อนที่จะมีคนโมโหหิวจนกินน้าจิตคนขับหมดตัวซะก่อน